วิธีการเรียนจากพระเก๊ (พระงานฝีมือช่างโรงงาน)

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีผู้ที่อ้างว่าเป็นนักเรียน หลายท่าน ที่อาจจะมีขีดจำกัดในการหาวัสดุการเรียนที่เป็นของแท้ ได้นำพระเก๊มาใช้ในการเรียนแทนวัสดุของแท้ หรือพระแท้

ที่ถือว่าเป็นอีกเส้นทางหนึ่งในการเรียนรู้ได้เหมือนกัน เพราะผมก็เริ่มเรียนรู้มาโดยวิธีนี้ เช่นเดียวกัน

ที่ผมพบว่าแม้จะยาก ก็พอจะได้ผลบ้าง ดีกว่าไม่มีอะไรให้เรียน

แต่ก็ต้องมีวิธีการที่สามารถพัฒนาระบบการเรียนได้อย่างรวดเร็วที่สุดที่จะทำได้ ดังนี้

1. รวบรวมพระเก๊หลากฝีมือ โดยเฉพาะฝีมือระดับสูง เนียน งดงาม ให้ได้มากที่สุด ทั้งในเชิงจำนวน และรูปแบบ

2. นำมาจัดลำดับความสวยงาม หรือความเนียนในฝีมือการสร้าง วิเคราะห์เทคนิค และวิธีการที่ใช้ในการสร้าง

3. เปิดตำราที่พอมาตรฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด ดูเปรียบเทียบกับพระที่มี ว่าตรง หรือคล้ายคลึงกันหรือไม่

4. คัดกรองแยกกลุ่มพระ ที่น่าจะแท้ และน่าจะเก๊ ออกจากกัน ให้บ่อยที่สุด เท่าที่จะทำได้

5. นำพระที่น่าจะแท้มาศึกษาตามหลักการที่เขียนไว้ในตำราที่ว่าด้วยวิธีการสร้างพระแท้ อะไรที่ไม่ตรง ก็คัดแยกออกไป ที่ตรงก็เก็บไว้ศึกษาต่อ

6. นำพระที่ได้ไปขอความเห็นจากเพื่อนๆที่พอจะมีความรู้บ้าง และพัฒนาการเรียนรู้มากขึ้นโดยลำดับ ก็จะสามารถเข้าใจวิธีการสร้างพระเก๊หลากฝีมือ จนถึงขั้นเลยขั้นพระเก๊ ไปสู่พระแท้

7. ทำได้ดั่งนี้แล้ว โอกาสที่จะหลงไปเล่นพระเก๊จะเหลือน้อยมาก จนแทบไม่มี ที่จะทำให้อัตราความสำเร็จในการหยิบพระแท้สูงขึ้นๆๆๆ โดยลำดับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนประวัติศาสตร์จากของเก่า



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้สำเร็จได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องรู้ว่าเก๊ตรงไหน และที่แท้มีลักษณะใด เมื่อราว 20 ปี ที่แล้วอาจารย์ผมคนแรกด่าตลอดว่า ตาจะกลับสมองจะสับสนเพราะมัวแต่ดูพระเก๊ หนำซ้ำยังพกใส่กระเป๋าอีก ผมเช่าพระแบบเดียวกันอีก 2-3 ครั้ง ก็หยิบพระแท้มาให้อาจารย์ดูในราคาขนมด้วย คนเราอยู่ที่การวางหลักและยอมรับข้อเท็จจริง เมื่อรู้ถูกผิดก็เก่งได้เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้ดีดูของแท้ๆดีกว่าครับ....สวัสดี

ผมว่าตามประสบการณ์ตรงเลยครับ

เขียนเมื่อ 

พระแท้-พระเก๊ ...สมัยก่อนนิยมเล่นพระกรุเก่ากันเช่น พระชุดเบญจภาคีชุดพระเนื้อดิน-ผง ก็จะมีองค์กลางเป็นพระสมเด็จฯ ซึ่งถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นแรกๆ เนื่องจากแขวนแล้วมีประสบการณ์ต่างๆ ส่วนชุดเนื้อชินก็จะมีพระร่วงหลังรางปืน พระท่ากระดาน เป็นต้น ที่ทำปลอมกัน ถ้าเราศึกษาดีๆ หรือได้เห็นของแท้ก็จะดูรู้ทันที มายุคนี้... คนเล่นพระรวมตัวกันทำพระขึ้นมาขาย ให้พระเกจิดังบ้าง ไม่ดังบ้างปลุกเศก อาศัยเครดิตตัวเองอุปโลกน์เป็นเซียนพระ ขายใบจองก็รวยเละ..อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นพระแท้เหมือนกันครับ อย่างเหรียญนี้ อย่างที่อาจารย์แสวงว่าครับ ปลอมกันเกือบ ๑๐๐ % เช่นเหรียญของหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ขนาดรับจากหลวงพ่อๆท่านบอกของแท้ก็กูนี่ไง..? ครั้นเอาองค์ที่รับมาไปถามเซียน เขาตีว่า เก๊..ตาเปล่า..ตอนนี้ก็พยายามโปรโมท พระเนื้อทองคำหลวงพ่อนั่น หลวงพ่อนี่..ศึกษากันให้ดีๆครับ ตอนที่สร้างเขามีเนื้อนี้ไหม..? ครับ..ศึกษาประวัติพระเครื่องที่เราจะเช่าบูชาให้ดีๆก่อนครับ..อย่างของผมนี้เป็นพิมพ์กรรมการครับ องค์โตเท่ากล่องไม้ขีดไฟ..หลังมีก้างปลาทูที่หลวงพ่อฉันเสร็จมาแปะไว้..รู้ไว้ด้วยหนู..(ฮา..อิอิอิอิ)...จบครับ

เขียนเมื่อ 

ในอดีตพระเนื้อทองคำเซียนแท้ๆจะไม่เล่นโดยตรงนะครับ เพราะทำปลอมได้ง่ายและพิจารณาได้ยาก เนื่องจากคุณสมบัติของทองนั้น การเกิดสนิมนั้นพิจารณายากและถ้าทำความสะอาดก็แทบจะแยกเก่าใหม่ไม่ได้ สนิมน้ำหมากแดงอมชมพูก็มองแทบไม่เห็น พอมายุคนี้พวกเศษรฐีโง่ๆต้องการอวดรวยว่าเหนือกว่าชาวบ้านก็เลยต้องเป็นเนื้อทองคำเท่านั้น ทั้งๆที่บางทีประวัติการสร้างก็ไม่มี เลยถูกเซียนไร้จรรยาบรรณหลอกเอา บางคนเขียนตำราว่ารุ่นนี้มีแต่เนื้อเงินเท่านั้น นอกนั้นปลอมหมด เพราะตัวเองมีเองมีเนื้อเงิน จนวันดีคืนดีก็มีเนื้อทองคำโผล่มา ส่วนเนื้อทองแดง อัลปาก้า บอกเก๊เฉยๆอย่างนั้นเอง คนอ่านก็โง่หลงเชื่อว่าหนังสือคงไม่หลอก แต่ถ้าพิจารณาให้ดีๆแล้วในราวปี2500 ท่านก็ยังไม่ดัง เหรียญที่สร้างก็ควรเป็นเนื้อพื้นๆที่สามารถสร้างกันได้ทั่วไป ไม่ใช่มีแค่เนื้อเงินแล้วมาเพิ่มเนื้อทองคำในภายหลัง อย่างนี้สำหรับเซียนรุ่นเก่าเขาไม่เรียกคนพวกนี้ว่าเซียนหรอกครับ เขาเรียก"เสี้ยน"หรือ"ผีสนาม" อุปโลกช์กันเขาไป วงการเสื่อมเพราะคนพวกนี้ ขาดมาตราฐานเพราะสื่ออยู่ในมือก็แค่นั้น พวกคนรวยที่อัตตาสูงๆก็เป็นตัวเร่งให้วงจรอุบาก์ทเกิดเร็วขึ้น พอทักท้วงก็โกรธหาว่าไม่มีปัญญาหาแล้วมาว่าคนอื่น ก็ตัวใครตัวมันแหละครับ ในสมัยก่อนที่สะสมพระเครื่องกันเพราะประสบการณ์ล้วนๆ เพราะเครื่องที่สะสมก็ประเภทคงกระพันชาตรีหรือแคล้วคลาดเพราะเห็นได้ง่าย พิสูจน์กันได้นั่นเอง ก็ก็ว่ากันไปตามถนัดครับทุกท่าน ใช้สติปัญญาไตร่ตรองก็คงเห็นได้เอง..สวัสดี

เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติมอีกนิดเรื่องเหรัียญนี่ก็เคยเขัียนบอกไปแล้วถึงวิธีปลอม เมื่อเป็นเนื้อทองคำก็เลิกเล่นได้เลยเพราะเหมือน100% ครับ แม้แต่เนื้อเงินก็ดูยากแล้วครับ เด็กรุ่นใหม่ชอบเล่นเหรียญเพราะดูรู้ว่าเป็นของเกจิท่านไหนเลยอ่านตำราแล้วจำมาอวดกันก็บอกว่าตัวเองเป็นเซียนแล้ว ความจริงแค่จำมาอวดกันและที่สำคัญยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิดด้วย สมัยก่อนกว่าจะชี้จุดต้องมีพระแบบเดียวกันเป็น 20-30 องค์นำมาเปรียบเทียบความเหมือนที่แตกต่าง จึงกลั่นออกมาเป็นความรู้ แต่สมัยนี้มีไม่กี่องค์หรือรับจากมือมาก็เอาของตัวเองเป็นมาตราฐานชี้ถูกผิด อัตตาสูงของคนอื่นผิดหมดของตูถูกคนเดียว ก็เลยสับสนไปทั้งวงการ คนที่เข้ามาก็เลยเบื่อพาลเลิกเล่นกันไป ของดีๆก็เลยขาดการสนใจเพราะความโลภของคนไม่กี่คน วัตถุโบราณเหล่านี้ก็กลายเป็นเศษเสี้ยวของเซียนรุ่นใหม่ไป ขขอให้นักเรียนทุกท่านย้อนกลับไปอ่านข้อเขียนเดิมๆของท่านอาจารย์แสวงให้กระจ่างแจ้งอีกหลายๆครั้ง เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องเหรียญว่าดูเหมือนเล่นง่ายที่สุดแต่ความจริงแล้วเล่นยากที่ โอกาสที่จะได้ของแท้นั้นต้องมีของแท้เทียบเคียงเท่านั้น...สวัสดี