ปฏิบัติแบบเซน

ปฏิบัติแบบเซน

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย

ธรรมหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

“ นิกายเซ็นเป็นคำสอนที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่ เป็นผลิตผลใหม่ ๆ

นิกายเซ็นก็มีลักษณะเป็นระหว่างเถรวาท กับระหว่างมหายาน

นิกายเซ็นนี่ อย่าคิดว่าเป็นมหายานนะ แต่เกิดขึ้นเพื่อล้อมหายาน

ล้อความงุ่มง่ามของมหายาน น่ะ นิกายเซ็น

อย่าจัดนิกายเซ็นเป็นมหายาน โดยถือหลักว่าถ้าเกิดในเมืองจีนแล้วเป็นมหายานไปหมด

นิกายเซ็นนั้น คือทางที่เขาจะรวบรัด ลัดสั้น ลัดถึงขนาดเอาสมาธิกับปัญญามารวมเป็นเรื่องเดียว “

พุทธทาสภิกขุ

ต้นกำเนิดนิกายเซน

เซน Zen เป็นคำในภาษาญี่ปุ่นซึ่งมาจากภาษาจีนว่า ฌาน หรือการทำสมาธิ ตรงกับคำในภาษาสันสกฤตว่า ธฺยาน มีตำนานเล่าไว้เกี่ยวกับการอุบัติของนิกายเซนว่า สมัยหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับนั่งพร้อมกับบรรดาภิกษุอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ท้าวมหาพรหมได้มาเข้าเฝ้าและถวายดอกไม้สีทองแด่พระองค์ พร้อมกันนี้ก็ได้กราบทูลอาราธนาพระองค์ให้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาด้วย พระผู้มีพระภาคทรงรับดอกบัวนั้นแล้วทรงชูขึ้นและทอดพระเนตรดอกบัวนั้นด้วย อาการนิ่งเงียบอย่างยิ่ง

ในขณะนั้น ท่านพระมหากัสสปเถระ ก็ยิ้มออกมา พระศาสดาจึงตรัสว่า กัสสปะ ตถาคตมีธรรมจักษุได้ และนิพพานจิต ตถาคตมอบหมายให้แก่เธอ ณ บัดนี้ และได้มอบบาตรและจีวรให้พระมหากัสสปะ เซ็นจึงเคารพพระมหากัสสปะว่า ผู้ให้กำเนิดนิกาย เหตุการณ์นี้ได้รับการกล่าวขานกันว่าเป็นบ่อเกิดแห่งพุทธศาสนานิกายเซน และการที่พระพุทธองค์ทรงส่งผ่านคำสอนแก่ท่านกัสสปะ(ซึ่งแสดงออกด้วยการยิ้ม ออกมานั้น)ก็ถือเป็นการถ่ายทอดคำสอนพิเศษนอกคัมภีร์เป็นครั้งแรก โดยไม่อาศัยตัวอักษรใด ๆ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของนิกายเซนที่รับรู้กันโดยทั่วไปนั่นเอง

วิธีการปฏิบัตินิกายเซ็น

วิธีการปฏิบัติแบบนิกายเซ็น เป็นวิธีการปฏิบัติเพื่อการบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน แบ่งได้เป็น 3 อย่าง คือ

ซาเซ็น (Zazen) หมายถึง การนั่งขัดสมาธิอย่างสงบและเพ่งสมาธิ

ซันเซ็น (Sanzen) หรือวิธีการแห่งโกอันอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนิกายรินไซ ผู้ปฏิบัติเข้าไปรับปัญหาโกอันจากอาจารย์มาขบคิด

มอนโด (Mondo) คือการถามและการตอบอย่างอย่างทันทีทันใด โดยไม่ใช้ระบบความคิดหรือเหตุผลไตร่ตรองว่าเป็นคำตอบที่ดีหรือไม่ อาจารย์จะเป็นผู้ตั้งคำถามและพิจารณาคำตอบที่ลูกศิษย์ตอบในขณะนั้น

การบรรลุธรรม

ซาโตริ (Satori) เป็นคำภาษาญี่ปุ่น แปลว่าการรู้อย่างแจ่มแจ้ง (การรู้แจ้งแห่งสัจธรรม กล่าวคือ เป็นการทำลายอวิชชา ตัณหา และอุปทาน) หมายถึงภาวะแห่งการสำนึกรู้ถึงพุทธจิต เป็นการสำนึกรู้ถึงจิตสำนึกที่บริสุทธิ์ มองเข้าไปสู่ธรรมชาติที่แท้จริงของตนเอง เปรียบเทียบกับทางเถรวาทก็คือการบรรลุอรหันต์นั่นเอง

การตบ การตี ทำให้รู้แจ้งอย่างฉับพลัน

ท่านรินไซได้ไปเป็นศิษย์ของท่านฮวงโปอยู่ ๓ ปี ได้ศึกษาพระธรรมวินัยและข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด วันหนึ่งเพื่อนของท่านให้ไปถามท่านอาจารย์ฮวงโปว่า

แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออะไร ?

คำตอบที่ท่านได้รับก็คือ ถูกท่านฮวงโปตีด้วยไม้เท้า ๓ ที โดยไม่อธิบายอะไรเลย ท่านรินไซน้อยใจจึงคิดจะลาไปยังสานักอื่น ท่านฮวงโปจึงแนะนาให้ไปหาพระอาจารย์ต้ายู้ ซึ่งอยู่ริมแม่น้าเคาอัน ท่านต้ายู้พอทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงบอกกับท่านรินไซว่า

ที่ท่านฮวงโปตีเจ้านั้น ก็เพื่อปลดเปลื้องเจ้าให้ออกจากความทุกข์ต่างหากเล่า

ท่านรินไซพิจารณาแล้วก็รู้แจ้งว่า

พุทธธรรมนั้น น้อยนิดยิ่งนัก ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำใจไม่ให้เป็นทุกข์เท่านั้น

ไม่มีความทุกข์เหลืออยู่อีกเลยเพราะหยุดคิดปรุงแต่งด้วยกิเลสเสียแล้ว ท่านได้กลับไปหาท่านฮวงโปอีกครั้ง และเล่าให้ฟังถึงการสนทนาธรรมและสิ่งที่ท่านได้รับจากท่านต้ายู้ ท่านอาจารย์ฮวงโป จึงคิดจะทดลองดูว่า ศิษย์รู้แจ้งในธรรมจริงแท้แค่ไหน จึงกล่าวว่า

เจ้าต้ายู้นี่มันเพ้อเจ้อเหลือเกิน มาคราวหน้าถ้าพบกันอีกต้องตีเสียให้เข็ด

จะรอถึงคราวหน้าทำไม ทำไมไม่ตีเสียเลยคราวนี้

ท่านรินไซกล่าวตอบ ว่าแล้วท่านก็ตบหน้าท่านฮวงโปฉาดใหญ่ ความปล่อยวางเกิดขึ้นในขณะเดียวกันทั้งศิษย์และอาจารย์ ท่านฮวงโปเพียงแต่พูดว่า

เจ้าบ้าคนนี้ มันกาลังลูบหนวดเสือ

สมาธิแบบพุทธศาสนานิกายเซน

อัตตาอยู่ศูนย์กลาง (ไม่ค่อยเหมาะ) จิต คืออะไร? เวลาเห็นเด็กที่น่ารักก็ยิ้ม เวลาเจอคนที่ไม่ชอบก็ไม่สบายใจ (จิตไม่ค่อยได้พักผ่อน คิดนู้นคิดนี่) (เซนคือจิต) เซนนิกายมหายานเป็นจิต การตรัสรู้ของเซน คือรู้เห็นจิต เราต้องสังเกตเห็น สัตตาของจริงไม่ใช่อัตตา

พระพุทธเจ้าก็สังเกตเห็นจิตของจริง ท่านเห็นความจริงของชีวิตตนเอง ปัจจุบันนี้มีการรู้สึกสำนึกตัว ตระหนักถึงตนเอง การรู้สึกตัวเองไม่ได้มาจากการเรียนรู้ แต่ตนเองจะต้องมองสิ่งที่มีอยู่ในตัว ตระหนักฐานะหน้าที่ลักษณะนิสัยความกรุณา

สัตตามิใช่ได้มาจากความรู้ จำเป็นต้องสังเกตเห็นสิ่งที่มีอยู่ในจิตใจจริงๆ สิ่งสำคัญมิใช่เป็นผู้ชายผู้หญิง ไม่ใช่เด็กไม่ใช่คนแก่ เราเรียกว่าคนที่ตรงๆ อาตมาชื่อโนริตาเกะ ไม่ได้มีชื่อโนริตาเกะติดตัวหลังจากเกิดมาแล้วได้ชื่อตนเอง

ในปัจจุบันพระสงฆ์ก็แต่งกายพระสงฆ์ แต่ตอนเกิดทุกคนไม่ได้ใส่อะไรเลย ไม่ได้เอาอะไรมาเลย(บริสุทธิ์) หลังจากเกดิได้ชื่อ ได้ความรู้หลายอย่าง ตัวเองที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีอะไรเลย ไม่ติดอะไรเลย

“คำสอนของพระพุทธเจ้า” ช่วยสอนคำสอนของพระพุทธเจ้าให้หน่อย เราจะสอนอย่างไร ในยุคที่พระพุทธศาสนาไม่มีการศึกษา ก็อธิบายได้ยากเหมือนกัน

จับหัวชนกัน แล้วผัวเมียบอกว่าเจ็บ นั่นแหละจำไว้ ความรู้สึกเจ็บป่วยได้มาจากความรู้หรือป่าว จิตตั้งแต่เกิดก็ทำให้รู้สึกความเจ็บป่วย

เทศน์ของพระสงฆ์ยุคเอโดะ พระสงฆ์ท่านบอกว่าวันนี้มารับฟังเทศน์ของอาตมา ทุกคนได้ยินคำพูดของอาตมาแน่นอน ถ้ามีอีการ้องข้างนอกทุกคนก็ได้ยินกันใช่ไหม ทุกคนก็มารับฟังคำบรรยาย ไม่ใช่มารับฟังเสียงอีการ้อง ทำไม่ได้ยินเสียงอีการ้อง

เสียงไม่ได้รับด้วยความรู้แต่ได้ยินทันที่ด้วยจิตบริสุทธิ์ จิตนี้ที่สำคัญ ได้รับจากพระพุทธเจ้า จิตที่ไม่มีรูปร่างได้มาจากพระพุทธเจ้า เซนก็คือตนเอง ต้องเข้าใจจิตจริงๆ ที่อยู่ในตัวเป็นอย่างไร ท่านพระพุทธเจ้าก็สังเกตเห็นจิตนี้

จิตของมหายานกับของเถรวาทเป็นอย่างเดียวกัน จิตเดียวกันจิตบริสุทธิ์ไม่ใช่อัตตา ถ้าศาสนาพุทธพูดเรื่องจิตก็จิตเดียวกัน

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ปริศนาแปลกมากทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมชาติก็พูดได้

อาตมาก็มาเมืองไทยบ่อยๆ ประทับใจว่าพระสงฆ์ก็รักษาพระวินัย มีฆราวาสหลายคนมาปฏิบัติธรรมก็ประทับใจและเคารพด้วย

จิตถ้าอธิบายอย่างเป็นรูปธรรม พระสงฆ์รักษาพระวินัยพระพุทธเจ้า ฆราวาสก็มาเคารพพระสงฆ์

จิตจ้องหรือสมองจ้อง สมองมีแต่ความรู้ ส่วนจิตอยู่ไหนแต่ละองค์ต้องหาเจอเองว่าอยู่ที่ไหน บอกไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน คำตอบนี้อาจจะไม่พอใจ ขออธิบายต่อ พระสงฆ์สมัยก่อนบอกว่าจิตไม่ได้อยู่ภายใน ภายนอก ไม่มีรูปร่างแต่อยู่ทั่วโลกเต็มเลย สิ่งที่มองเห็นหรือร่างกายแต่ละคนก็มองเห็นเหมือนกัน

อัตตา ตนเอง แต่จิตใจไม่มีรูปร่าง ข้อจำกัดแต่อยู่บริเวณรอบโลก ไม่เห็นไม่มี แต่จริงๆ มี การกระทำทุกอย่างเกิดจากจิตบริสุทธิ์ สิ่งที่ต้องการก็เข้ามา สิ่งที่ไม่ต้องการก็เข้ามาเพราะว่าเรามีอัตตา จิตไม่เลือกอะไร ไม่แยกอะไร รับได้ทุกอย่าง จิตที่อิสระแบบนี้คือจิตที่สั่ง การที่จิตบริสุทธิ์ การที่อธิบายแบบนี้ก็มาจากความรู้อาจจะอธิบายยาก เข้าใจยาก จะต้องปฏิบัติจึงจะรู้จิตของตนเอง พระพุทธเจ้าก็ได้รู้จิตอิสระ จิตบริสุทธิ์

จิตเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึก ความคิด พฤติกรรม ใช่หรือไม่? (ก็ใช่ครับอาจารย์พูดถูก) จิตก็ได้รู้สึกทุกอย่าง เพราะอัตตาทำให้สิ่งที่ได้รับนี้แยกแยะ บางอย่างชอบ บางอย่างไม่ชอบ ยกตัวอย่างเช่น เราเห็นต้นไม้ด้วยตา ต้นไม้ใบสีเขียว ดอกสีแดงด้วยตา ถ้าใส่แว่นตาสี ดูสีต้นไม้ สีก็จะเปลี่ยนไป ดอกไม้สีขาวก็เปลี่ยนเป็นสีดำก็ได้ แว่นตาสีก็เหมือนกับอัตตา ถ้าไม่ใส่แว่นตาเปรียบเหมือนจิตบริสุทธิ์ เราต้องมองดูของทุกสิ่งด้วยแว่นตา เปรียบเหมือนจิตบริสุทธิ์มองทุกอย่างอย่างถูกวิธี

ถ้าเอาไม้ตีปัจจุบันไม่ยอมรับเพราะใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ความรุนแรง แต่อย่างไรไม้นี้ตามนิกายของมหายานก็คือ มือของพระพุทธเจ้าทั้งสองมือ เราเชื่อถือแต่พระพุทธเจ้า เราเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็เป็นครูสอน การมีมือพระพุทธเจ้าตีให้ตื่น อย่าหลับนะ (ไม้คือมือของพระพุทธเจ้า)

เวลาปฏิบัติท่านอาจารย์ขอพระพุทธเจ้าแทน เมื่อตีท่านผู้สอนหรืออาจารย์ผู้รับตีก็ต้องไหว้พร้อมกัน อาตมาขอตีแทนพระพุทธเจ้า คนที่ถูกตีก็ขอรับไม้ตีจากพระพุทธเจ้า ส่วนที่ญี่ปุ่นมีผ้าตีได้ ถ้าไม่มีผ้าตีไม่ได้ ฆราวาสตีได้ทั้งสองด้าน

เวลานั่งสมาธิ เวลาโดนตีอย่าใช้อารมณ์ (อัตตา) ต้องลืมอัตตา ช่วงบ่ายในเวลาปฏิบัติกัมมัฏฐาน ถ้าอยากให้ตีเวลาอาจารย์มาใกล้ๆ ให้ไหว้ อาจารย์โนริตาเกะจะตีให้ สถานที่ฝึกก็โดนตีทุกคน สมัยอาจารย์อายุยังน้อยก็โดนตี

ปกติถ้าไม่เหนื่อยก็ไม่ง่วง ถ้าเหนื่อยก็ง่วงนอน ตอนนั่งกัมมัฏฐานลืมตาหรือหลับตา เพ่ง = ลืม , ดูจิต = หลับ หนังสือกัมมัฏฐานประเทศจีนเขียนไว้ลืมตาแต่ครึ่งหนึ่ง แต่อาตมาเองคิดว่าหลับตาก็ได้ บางคนหลับตาสมาธิได้มากกว่าแล้วแต่คน นึกถึงเรื่องนึงลืมบอก (ลืมเอาหิมะมาฝาก)

การนั่งสมาธิ คือ การจัดระเบียบ

๑.จัดร่างกาย

๒.จัดหายใจ

๓.จัดจิตใจ

ไม่ทราบว่าจัดร่างกายคืออะไร? วิธีนั่งสมาธิของพระพุทธเจ้า วิธีนั่งที่สำรวมที่สุด การฝึก คือ เลียนแบบพระพุทธเจ้า พระสงฆ์รักษาวินัยคำสอนของพระพุทธเจ้า รักษาวินัย เนื่องจากพระพุทธเจ้านั่งสมาธิแล้วได้ตรัสรู้ เพราะฉะนั้นนั่งสมาธิเลียนแบบพระพุทธเจ้า

เรานั่งลง พับเบาะรองนั่งไว้ใต้ก้น จะรู้สึกดีกว่า นั่งได้ง่ายกว่า นึกถึง ๓ ขา ก้น ๑ ขา ด้านขวา ด้านซ้าย เป็น ๓ ขา เราก็นั่งมั่นคง ตรวจเช็คเอวสำคัญมาก ศูนย์กลางของร่างกาย (เท้าด้านขวาวางบนเท้าด้านซ้าย เท้าด้านซ้ายวางบนเท้าด้านขวา) นั่งแบบ เก็กกังซัง แบบมี ๓ ขา หลังจากนั้นตรงเอวต้องให้ตรง ส่วนด้านท้องให้ออกข้างหน้า จุดที่ลงจากสะดือประมาณ ๓ ซม. เอาสมาธิตรงนั้น เราใช้เอวตรงท้องออกข้างหน้า แรงก็จะออกมาตรงจุด ถ้าไม่ตรงแรงก็จะไม่ออกมาที่จุด (จุดทังเอ็นมีประสาทอัตโนมัติอยู่ตรงนี้) นั่งดีๆ ประสาทอัตโนมัติทำงาน ปอดดี สมองดี เลือดดี ทำให้สุขภาพดีขึ้น

หลังจากเอวกระดูกสันหลังให้ตรงแนวเดียวกับเอว วางคอให้ตรง วางหัวให้ตรง เพื่อจะให้นั่งตรงตั้งแต่เอวจนถึงหัว ควรจะรองเบาะให้หนาตรงก้น แต่ละคนร่างกายไม่เหมือนกัน นั่งสูงก็ได้ ต่ำก็ได้ ให้ปรับเบาะรองนั่งสูงหรือต่ำแล้วแต่

มือด้านขวาวางข้างล่างด้านซ้ายวางข้างบน นิ้วโป้งทั้งสองนิ้วให้ติดกัน (อกไกโจอิต) พระพุทธรูปมือซ้ายข้างใต้ เท้าอยู่ข้างใต้ การนั่งเท้าขวาอยู่ด้านล่าง เพราะฉะนั้นมือซ้ายก็อยู่ด้านล่างเช่นกัน มือของพระพุทธเจ้าก็เป็นอีกชนิดหนึ่ง

ให้ร่างกายให้ตรง ก้มก็ไม่ได้ เอนก็ไม่ได้ต้องให้ตรง ส่วนตาก็ลืมตากว้างหรือครึ่งนึงก็ได้ มองตรงด้านหน้าห่างจากตัวเองประมาณ ๑ เมตร (พระพุทธรูปก็เหมือนกัน ไม่ใช่มองตรงยาว มองตรงลง)

จัดร่างกายเรียบร้อยแล้ว ต่อไปหายใจ การหายใจแรงๆ ก็ไม่ได้ หายใจเบาก็ไม่ได้ หายใจธรรมชาติของตนเอง ต้องปิดปาก หายใจเฉพาะจมูก การหายใจก็ใช้ปอดหายใจอยู่(ทางแพทย์) ทางนิกายเซ็น บอกว่าอย่าหายใจด้วยปอด หายใจด้วยท้อง (จุดทังเด็ง) หายใจแบบท้อง (แบบเถรวาทก็หายใจด้วยท้องเช่นกัน)

บางท่านเมื่อหิวไม่รู้จะหายใจด้วยท้องยังไง ให้นอนแล้วเอามือวางบนท้องก็จะรู้ว่าหายใจยังไง

จัดจิตใจอันนี้ยากที่สุด เวลานั่งสมาธิเราต้องไม่คิดอะไร บางคนก็มีคำตั้งในใจอันนี้สำคัญเหมือนกัน เวลานั่งสมาธิ

๑.มีสัตตา

๒.วิริยะ ความพยายาม

๓.ต้องดูใจตนเอง สงสัยตนเอง

ความคิดอย่างนี้สำคัญ อันนี้แค่การเตรียมตัวนั่งสมาธิ แต่หลังจากนั่งสมาธิความคิดอันนั้นต้องกำจัดออกไป สุดท้ายนี้ไม่คิดอะไรในใจ พระนิกายเซนสมัยก่อนบอกว่า ที่ไม่คิดอะไรเลยเป็นแนวทางตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การที่ไม่คิดอะไรเลยก็หมายความว่า เราต้องกลับไปใจบริสุทธิ์

ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ ได้รู้เรื่องกติกาต่างๆ เราก็ต้องเพียรกลับไปใจบริสุทธิ์ เมื่อเราเกิดเราไม่มีชื่อ ไม่มีเสื้อ ไม่มีความรู้อะไรเลย ต้องกลับไปใจบริสุทธิ์ ตรงนั้นสิ่งที่ทำยาก

มีความคิดหลายอย่างเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจัดจิตใจนี่คือนับหมายเลข นับตัวเลข หายใจออกนับ ๑ หายใจเข้าไม่ต้องนับ ครั้งที่ ๒,๓,๔ นับจนถึง ๑๐ อันนี้ก็ง่ายๆ เด็กๆ ก็ทำได้เหมือนกัน ถ้ารับฟังก็ว่าง่ายจริงๆ ทำยาก เราก็ต้องพยายามสมาธิโดยนับหมายเลข อันนี้ก็ไม่ใช่ง่ายเลยเวลานับ อาจนับที่ ๓ หรือที่ ๔ บางครั้งอาจจะนับที่ ๕ ที่ ๖ ถ้าความคิดที่ไม่ใช่สมาธิเกิดขึ้นก็ต้องกลับไปนับ ๑

คนที่ฉลาดก็ทำยากเวลานั่งสมาธิคุณก็ต้องคลุมผ้า อย่าคิดว่าทำไมต้องนับ ๑๐ ไม่ต้องสงสัยสมาธินับอย่างเดียว อันนี้ก็กัมมัฏฐานของนิกายเซน ใช้วิธีใดก็ได้ เวลานั่งสมาธิท่านก็ใช้ไม้ตีแล้วตีครั้ง ๑ ตี ๔ ครั้ง นั่งสมาธิเลย ๔ ครั้ง แล้วอย่าขยับนั่งเลย

ที่ญี่ปุ่นมีกติกา เวลานั่งสมาธิ ห้ามพูด ห้ามใช้คำ แต่ใช้อุปกรณ์ เวลาเสร็จตี ๑ ครั้ง แล้วตีกรับ ๒ ครั้งจึงจะเสร็จ

นั่งสมาธิด้วยหลักก็อย่างนี้ด้วยวิธีที่ดี จะทำสมาธิที่ไหนไม่ว่า จะในห้องก็ดี ที่วัดนิกายเซนที่ญี่ปุ่น พระสงฆ์ที่กำลังฝึกสมาธิอยู่ กลางวันเมื่อเสร็จงานแล้วก็ไปนั่งตามที่ต่างๆ แยกกันสมาธิก็มี

ต่อไปยืนแล้วก็เดิน อันนี้วิธีไม่เหมือนกัมมัฏฐานแบบไทย จิตใจเหมือนกับตอนที่นั่งสมาธิแต่ต่างกันตรงที่นั่งกับเดินเท่านั้นเอง เอามือขวาวางบนอกมือด้านซ้ายซ้อนกันไว้ เวลาเดินจัดหายใจ จัดจิตใจได้มากกว่าเวลานั่ง แต่ละคนแต่ละรูปที่จัดร่างกายจัดจิตใจให้เดินแถวเดียวแบบนี้เรียกว่า คิงอิง แบบสมัยพระพุทธเจ้าอยู่ ความหมายก็คือ เดินด้วยแล้วก็สวดมนต์ด้วย ทำไมต้องสวดมนต์ด้วย เพราะว่าลูกศิษย์จะได้ไม่ลืมคำสอนของพระพุทธเจ้า จะได้จำแม่นๆ วัดนิกายเซนยังมีพิธีที่ว่า พระสงฆ์ทุกรูปเดินรอบวัดแล้วก็สวดมนต์ด้วย

เวลาปฏิบัติกัมมัฏฐานไม่ต้องออกเสียง จึงไม่ต้องสวดมนต์ ต้องเลียนแบบสมัยพระพุทธเจ้าอยู่ เวลาเดินต้องพยายามจัดร่างกาย จัดจิตใจ นั่งสมาธิแบบ ๓ ขา สมัยก่อนนั่งเก็กกังซะอย่างเดียว สมัยนี้พระญี่ปุ่นนั่งเก็กกังซะไม่ได้ก็มี นั่งสมาธิ ๒๕ นาที่ พัก ๕นาที เดินสมาธิ ๒๕ นาที พัก ๕ นาที แต่บางทีนั่ง ๑ ชั่วโมง

บางที่อาจารย์ใจร้ายแกล้งไม่ยอมตีให้ลูกศิษย์ แต่ก็ถือว่าใจดีเพราะให้นั่งนานๆ ชินนั่งนานๆ ๑ ชั่วโมงก็ดี ถ้าคนมีประสบการณ์นานแล้วนั่ง ๑ ชั่วโมง คงไม่ยาก คนฝึกใหม่นั่ง ๑ ชั่วโมงคงยาก ฝึกใหม่นั่ง ๒๕ นาที่ พอดี

ในประเทศไทยชาวพุทธเถรวาท วันตรัสรู้คือวันวิสาขะ มหายานวันตรัสรู้คือวันที่ ๘ ธันวาคม มหายานญี่ปุ่น ๑ – ๘ นั่งสมาธิตลอด ๘ วันที่ญี่ปุ่น เราก็ตั้งใจนั่งสมาธิ พระพุทธเจ้านั่งสมาธิแล้วได้ตรัสรู้ เรานั่งสมาธิแล้วก็มีโอกาสตรัสรู้เหมือนกัน

(ถ้าอยากจะให้ตีให้ไหว้แล้วก้มหัว ถ้าอาจารย์เดินมาตรงหน้าท่านให้ไหว้อีกครั้งหนึ่ง) เวลาอาจารย์เอาไม้ตีหัวไหล่ด้านซ้าย มือขวาวางพื้น มือซ้ายล้วงจักแร้ด้านขวา เวลาโดนตีให้หยุดหายใจ ตีด้านซ้าย ๒ ครั้ง ตีด้านขวา ๒ ครั้ง (อาจารย์บอกว่าตีเสียงดังเจ็บจริงๆ ก็มี) การฝึกปฏิบัติก็แค่นี้ กำหนดใต้สะดือ ๓ ซม. หรือกำหนดลมหายใจ? ตามกติกาต้องส่วนท้ายของท้อง ส่วนหายใจต้องทำสองอย่างพร้อมกัน

ฝนตกหนัก น้ำไหลลงมาแรงและเร็วมาก เห็นคนแก่ผู้ชายข้างบ้านตกลงมา ไหลลงมา อีกคนหนึ่งไหลลงมาเป็นลูกชายตนเอง คนที่สามตกลงมาเป็นมารดาของตนเอง จะช่วยคนไหน?

คำตอบของอาตมา ถูกสนองด้วยความคิดไม่ใช่จิตใจบริสุทธิ์ เมื่อเห็นคนที่เดือนร้อนต้องช่วยทันที อย่าคิดไปคิดมา เรียกว่าความกรุณาเมตตา การตอบสนองทางด้านจิตใจที่เกิดขึ้นทันที

อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย นั่งกับเดิน เดินจะดีกว่า ฉันกาแฟก่อนมานั่งก็ดี ไม่ว่านั่งสมาธิหรือเดินสมาธิสภาพจิตใจก็เหมือนกัน นั่งครั้งที่ ๒ ดีกว่าครั้งแรก

วางมือไว้บนศีรษะเอียงซ้าย – ขวา เอามือวางไว้ข้างหลังก้มหน้า เงยหลัง กางแขนออกหายใจเข้าลึกๆ เอามือวางไว้บนหัวเข่า (เป็นยังไงครับตรัสรู้กันมั่งหรือยังครับ)

จิตใจบริสุทธิ์ ใช่จิตนั้นแบ่งเป็นอิสระและขนาดใหญ่มากๆ เนื่องจากจิตนั้นเป็นอิสระไม่อยู่ที่ใดที่หนึ่ง หมายความว่าจิตของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่มีอยู่แน่นอน สิ่งที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เรา ผม ฉัน ท่าน คุณ ไม่มีสิ่งที่เปรียบเทียบ เรา (มนุษย์) เปรียบเทียบได้มีการเกิดมีการตาย หรืออายุน้อยอายุมากที่เปรียบเทียบได้

สิ่งที่อยู่ในโลกมีสีและมีรูปร่างด้วย แต่ว่าจิตของพระพุทธเจ้าไม่มีอะไรที่เปรียบเทียบได้ ไม่เกิด ไม่ตาย หรืออยู่นั่น ก็คือ ตบะ นั่นก็คือ พระพุทธเจ้า สมัยโบราณที่ญี่ปุ่นเค้าก็เปรียบเทียบจิตของพระพุทธเจ้า อธิบายโดยกระจก คิดว่าทุกท่านเช้าคงมองกระจกว่าหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร วันนี้หน้าตาดีไหม ที่นี้มีคำถามว่า ในกระจกหน้ากระจกคุณเองหรือป่าว เวลาคุณขยับหน้ากระจกหน้าคุณก็ขยับ เวลาขยับของหน้ากระจก ของในกระจกก็หายไป กระจกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรขาดหาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีอะไรขาดหาย

เมื่อเช้านี้อาจารย์ก็อยู่ที่นี่ ท่านก็อยู่ที่นี่ เมื่อนั้นเราก็เห็นท่านเราก็รู้สึกได้อยู่ที่นี่ แต่ใจคนเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม กระจกอีกครั้งนึง กระจกสะท้อนรูปร่างที่สวยมาก ดอกไม้ที่สวยมาก ดอกไม้ก็หายไปแต่กระจกไม่เปลี่ยนเป็นอะไร ตรงกันข้ามถ้ากระจกสะท้อนสิ่งสกปรก แต่กระจกสกปรกหรือป่าวครับ กระจกสะอาดเหมือนเดิม จิตใจคนเราก็เหมือนกับกระจกเวลาเห็นสิ่งที่สะอาดสวยมากใจเราก็ไม่สวย เวลาเห็นสิ่งสกปรกใจเราสกปรกไหมก็ไม่สกปรก โอเคใจเราไม่สกปรกและไม่สะอาด

ถ้ากระจกสะท้อนให้เห็นก้อนหินหนักๆ แต่น้ำหนักกระจกก็ไม่เปลี่ยนแปลง ในทางตรงกันข้าม ถ้าสะท้อนของเบากระจกก็ไม่เบาตาม ถ้ากระจกสะท้อนให้เห็นสีแดงแต่กระจกก็ไม่สะท้อนให้เป็นสีแดง เหลืองก็ไม่เหลือง จิตใจคนเราก็เหมือนกัน เห็นสีอะไรจิตใจคนเราก็ไม่เปลี่ยนสี จิตใจคนเราก็เป็นอย่างนั้น จิตใจโปร่งใสและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จิตใจนี้สำคัญมากเวลามีอยู่ในตัวจิตที่เป็นอิสระ

ขอยกตัวอย่างโดยพูดถึงเรื่องลูกบอล เวลานั่งสมาธิจัดร่างกายให้ท้องบวมเหมือนลูกโป่ง ใช้จิตใจของเราที่มีลมเต็มที่ จริงๆ จิตนี้เป็นอิสระเมื่อเรามีร่างกายจึงไม่เป็นอิสระมาก ทุกท่านนึกถึงสนามฟุตบอล คนเล่นบอลก็โดนตี บางที่บินไป บางทีขยับเป็นอิสระ ลูกบอลไม่อยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่ว่ามนุษย์ของเราก็ขยับเป็นอิสระมีชอบ ไม่ชอบ ถ้าชอบทางนี้ก็ไปทางนี้ ถ้าไม่ชอบทางนี้ก็ไม่ไปทางนี้

ถ้าการแข่งขันอาตมาเป็นคนญี่ปุ่นอยากให้ลูกบอลเข้าประตูของไทย คนไทยอยากให้บอลเข้าประตูญี่ปุ่น มันก็อิสระมากไม่มีความตั้งใจอะไร บอลเป็นอิสระ ถ้าเข้าประตูญี่ปุ่นคนไทยก็ดีใจ ถ้าเข้าประตูไทยคนญี่ปุ่นก็ดีใจ บอลพูดหรือป่าวว่าชอบญี่ปุ่นหรือคนไทย ใจของเราเดิมทีไม่มีชอบหรือเกลียด เข้าใจหรือไม่ครับ จิตบริสุทธิ์อย่างไร ใจบริสุทธิ์จริงๆเนี่ยอิสระมาก แต่ว่าพวกเราเป็นมนุษย์ หลังจากเกิดแล้วได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ ทำให้เราไม่อิสระ

พระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าให้เราสนใจบางอย่างมากนัก มนุษย์เราทุกๆ จังหวะก็มีความคิดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความคิดจังหวะใดจังหวะหนึ่งอาจจะถูกต้องก็ได้ ถ้าเรามีความต้องการ เช่นความต้องการสิ่งของไปเรื่อยๆ อาจทำให้เราได้รับกิเลส พระพุทธเจ้าสอนว่าเราต้องมีทางที่ถูกต้อง ๘ อย่าง ใน ๘ อย่างมี ๑ อย่างที่สำคัญ คือ ความคิดที่ถูกต้อง คือการนั่งสมาธิหรือกัมมัฏฐาน

ที่ญี่ปุ่นสมัยก่อนมีพระสงฆ์ ๒ รูป ดำนาอยู่ที่ญี่ปุ่น ๒ ท่านนี้ก็เดินทางตั้งแต่ตอนเช้า ก็เลยหิวข้าว (เป็นมนุษย์หิวข้าวเหมือนกัน) เวลาผ่านตัวเมืองผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวหอมมาก พระสงฆ์ท่านนึกก็ออกเสียงว่า

หอมมากน่ากินนะ

พระสงฆ์ท่านนี้พูดอย่างนี้ ก็จะให้แวะร้านก๋วยเตี๋ยวนี้ แต่พระอีกองค์ก็ไม่สนใจ เดินผ่านร้านนั้นไป พระสงฆ์อีกองค์ผิดหวังจึงเดินตามไป เดินไปเห็นต้นไม้อยากนั่งพัก เมื่อนั้นเนี่ยพระสงฆ์อีกท่านนึงบอกว่า

เมื่อกี้ก็หอมเหมือนกันนะ ตรงนั้นหอมมาก

พระสงฆ์ที่รับฟังก็บอกว่า คุณยังคิดถึงอูโด้งอยู่หรือ ทุกคนรับฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกอย่างไร

เมื่อผ่านหน้าร้านพระสงฆ์คิดถึงอูโด้งน่ากิน (ความคิดถูกต้อง) แต่พระสงฆ์อีกรูปหนึ่งระยะหนึ่งผ่านไปแล้ว ยังคิดถึงอูโด้งอยู่ อันนี้เหมือนกับกิเลส ทางนิกายเซนให้ความสำคัญกับความคิดแต่ละจังหวะ ความคิดก็สำคัญเมื่อเราเป็นมนุษย์ มีความคิดทุกจังหวะและทุกเมื่อ แต่อย่าเอาความคิดนานอยู่ในใจ

กระจกถ้าสะท้อนให้เห็นสิ่งที่สวยงามมากแสดงว่า สิ่งที่สกปรกสะท้อนให้เห็นสิ่งที่สกปรก แต่สิ่งที่สกปรกขยับออกไปแล้ว แต่ว่ากระจกต้องเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ ถ้าเราทำความสะอาดกระจกอยู่เสมอ ก็จะสะท้อนให้เห็นสิ่งสกปรกและสะอาดอยู่เสมอ ถ้าเราไม่ทำความสะอาดกระจกๆ ก็ไม่สามารถสะท้อนสิ่งที่สกปรกและสะอาดให้ชัดเจน

เราต้องนั่งสมาธิทุกวันเพื่อให้จิตบริสุทธิ์ ถ้าเรามีความคิดในใจแต่อย่าให้ความคิดนั้นอยู่ในใจตลอด เหมือนกับเราถ้าให้อยู่ความคิดนั้นตลอดในใจ พระพุทธเจ้าก็บอกกับอาตมาว่า อย่าถูกจับบางอย่าง อย่าถูกจับนะ เวลาพระพุทธเจ้ามีใครมาปรึกษากับท่านอย่าเอาความคิดคนอื่นมา อันนั้นมันเป็นกิเลสผิดไปเลยนะผิดไปเลย พระพุทธเจ้าบอกว่าความต้องการสิ่งของรีบทิ้งไปซะ รีบทิ้งไปซะ ท่านฟังความพระพุทธเจ้าสิ่งที่ท่านต้องการโดยตลอดก็บอกว่า ใช่ครับ ถูกต้อง ทิ้งความต้องการท่านผู้ถามทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องทิ้งคำสอนของท่านด้วยหรือป่าวครับ

ไม่ทราบว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับคำถามนี้จริงๆ แล้วคำถามนี้ตอบยาก ไม่ทราบว่าพระพุทธเจ้าตอบอย่างไรครับ พระพุทธเจ้าตอบอย่างนี้ครับ สมัยโบราณมีคนต่างจังหวัดอยู่ มีแม่น้ำใหญ่ๆ อยากจะข้ามแม่น้ำนี้ เค้าก็หาแถวนั้นว่ามีเรือข้ามไหม แต่ว่าไม่มีสักลำหนึ่ง เพราะฉะนั้นนักเดินทางคนนั้น เก็บไม้มาแล้วเอาเชือกมัดเป็นเรือ แล้วเขาก็ทำสำเร็จ ข้ามแม่น้ำได้

แต่คนนี้เวลาข้ามแม่น้ำแล้วคิดว่า เดินทางต่อไปอาจมีแม่น้ำอีก อาจไม่มีสะพานหรือเรือ ถ้าอย่างนั้นเอาเรือทิ้งไว้ที่นี่หรือเอาเรือไปด้วยดีนะ พระพุทธเจ้าก็ถามคนนั้นว่า

ถ้าเป็นนักเดินทาง ตนเองจะทิ้งเรือที่ตนเองทำข้ามแม่น้ำได้ หรือจะทำอย่างไร (ถามทุกท่านด้วยทุกท่านเป็นนักเดินทางคนนี้) ใครคิดว่าจะเอาไปด้วย ใครคิดว่าจะทิ้งไว้ที่นั่น คนที่ถูกพระพุทธเจ้าถามก็ตอบว่า

ผมทิ้งไว้ที่นั่น แม้ว่าเรือสำคัญแต่ว่าหนักมาก ผมจึงทิ้งไว้ที่นั่น พระพุทธเจ้าก็ตอบว่า

ใช่คำตอบเธอถูกต้อง ก็เมื่อนั้นพระพุทธเจ้าก็พูดต่อว่า

คำสอนของพระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน แม้ว่าดีมาก แต่เมื่อไม่จำเป็นแล้วก็ทิ้งไปซะ ไม่ต้องหิ้วไปอีก พระพุทธเจ้าก็ตอบคำถามว่า ความต้องการสำหรับคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ทิ้งไปได้ เมื่อมีความจำเป็นรับฟังคำสอนก็รับฟังแล้วปฏิบัติตามคำสอน เมื่อใดไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสอนก็ทิ้งไปซะ

ในประวัติศาสตร์คนที่ตั้งศาสนาหรือนักปรัชญาต่างๆ กันมาว่า คุณต้องทำตามคำสอนหรือทำตามความคิดที่ผมบอก บอกมาอย่างนี้เยอะมากนะครับ แต่พระพุทธเจ้าในฐานะเป็นผู้นำมนุษย์เรา ที่อาตมาเคารพท่านเพราะท่านพูดว่า ไม่ต้องเคารพคำสอนของพระพุทธเจ้าต่อเมื่อเราไม่มีความจำเป็น พระพุทธเจ้าเองก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์ในชีวิตท่านถึงมรณะ ท่านก็บอกว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ทิ้งได้โดยเมื่อไม่จำเป็น คือ เป็นอิสระ

ลูกแต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน ถ้าลูกคนไหนไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ พ่อแม่ก็บอกว่าออกไปเล่นกับเพื่อนๆซ คำสอนของพระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน คำสอนของพระพุทธเจ้าก็ดีมาก มีประโยชน์มาก ทางพระสงฆ์เราก็รักษาคำสอนมาโดยตลอด พระพุทธเจ้าก็มีคำสอน ก็ตั้งวินัยไว้ให้กับเราทั้งพระบ้าง ฆราวาสบ้าง

(ไม้เคซากุ = มือของพระพุทธเจ้า) จัดร่างกายหายใจลึกๆ กางขา ย่อเอี้ยวซ้ายขวา ๑๐ ครั้ง กางขาย่อเข่า กำมือแล้วดันขึ้น ๑๐ ครั้ง เอามือซ้อนไว้ด้านหลังเอนหลัง ๓ ครั้ง

การนั่งสมาธิแบบนิกายมหายานอย่างคร่าวๆ เถรวาทก็มีวิธีแบบเถรวาท วิธีกัมมัฏฐานไม่เหมือนกัน แต่คำสอนเหมือนกัน เราต้องมองจิตที่บริสุทธิ์ในตัว พระพุทธเจ้าก็สังเกตเห็นจิตที่บริสุทธิ์ในตัวเมื่อท่านนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ เพราะฉะนั้นเราก็มีความสำเร็จใกล้เคียงกับสภาวะจิตของพระพุทธเจ้า วิธีนั่งสมาธิของทั้ง ๒ นิกาย อาจแตกต่างกันแต่ว่านั่งสมาธิเหมือนกัน โยชันกิมีคำสอนแบบนี้ คำสอนว่าทุกวันละสักครั้งหนึ่งนั่งสมาธิและจัดร่างกาย และจัดจิตใจ อาตมาก็เข้าใจว่าพระสงฆ์ทุกวันมีนั่งสมาธิ จัดร่างกาย จัดจิตใจ จัดหายใจอยู่เสมอ

สำหรับฆราวาสมีการทำงานธุรกิจไม่ค่อยมีเวลานั่งสมาธิ ขอให้นั่งวันละ ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาทีก็ได้ ที่สำคัญก็คือทางเราที่นำการนั่งสมาธิมาใช้ในชีวิตประจำวัน

สมัยก่อนประเทศที่มีฆราวาสมาหา แล้วถามว่า สาระสำคัญของพระพุทธเจ้าที่สอนเป็นอะไร ถ้าหากว่าพระสงฆ์มีใครถามหรือฆราวาสถามจะตอบว่าอย่างไร?

พระสงฆ์จีนตอบอย่างนี้ ในชีวิตประจำวันทำสิ่งที่ดีหลายอย่าง ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี ทำจิตใจให้ผ่องใสทุกวัน นี่เป็นสาระสำคัญพระพุทธเจ้าสอนเรา ปฏิบัติทำสิ่งที่ดีสำหรับเรา และสิ่งที่ดีสำหรับคนอื่นด้วย เราก็ต้องรู้ว่าสิ่งที่ดีและไม่ดีอย่างไรต้องแยกให้ชัดเจน

การที่จะทำให้จิตใจของเราสะอาดมากขึ้น อย่างเรื่องกระจก ถ้ากระจกไม่สะอาดก็ไม่สามารถสะท้อนภาพที่ชัดเจนได้ จิตใจก็เช่นเดียวกันถ้าไม่สะอาดก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของได้ การทำจิตใจให้สะอาดเหมือนการเช็ดกระจกทุกวัน เราต้องรักษาจิตใจให้สะอาดเหมือนการเช็ดกระจกทุกวัน เราต้องรักษาจิตใจที่สะอาดที่ได้รับจากพระพุทธเจ้า เราจำเป็นต้องส่งสมาธิปฏิบัติกัมมัฏฐานทุกๆ วัน

คำสอนอยู่ในพระสูตรฉบับหนึ่ง (โลกสุตตะ) พรสงฆ์คนจีนระดับสูงตอบเรื่องนี้ แต่เมื่อพระสงฆ์ระดับสูงตอบอย่างนี้ คนที่ถามบอกว่าเด็ก ป.๓ ก็รู้ แล้วว่าห้ามทำสิ่งที่ไม่ดีเด็ก ป.๓ ก็รู้ พวกเราก็รู้แล้วใช่ไหม เด็กก็รู้แล้วมาบอกผู้ใหญ่อย่างพวกเราทำไม แต่พระสงฆ์ชั้นสูงก็สอนอย่างนี้ ท่านก็ตอบว่า เด็กอายุ ๓ ขวบก็รู้ แต่ผู้ใหญ่อายุ ๕ๆ ปี หรือ ๑๐๐ หรือมีประสบการณ์ก็ปฏิบัติเรื่องนี้ยากมาก การรู้เรื่องกับการเรื่องการปฏิบัติจริงๆ คนละเรื่อง พระสงฆ์ระดับสูงเน้นเรื่องนี้ (รู้เรื่องแต่ปฏิบัติยาก)

พวกเราก็เหมือนกัน เรารับฟังแต่คำสอนที่ดี ปฏิบัติได้หรือไม่ได้แล้วแต่ตนเอง ในนิกายอินไตเขาก็มีคำสอนว่า ทุกอย่างถ้าไม่ลงมือก็ไม่รู้ ถ้าตัวเองไม่จับว่าก็ไม่รู้ว่าร้อนหรือเย็นต้องลงมือ ในนิกานเซนก็บอกว่า ไม่ว่ามีความรู้มากเท่าไร ถ้าไม่ได้ปฏิบัติก็ไม่มีประโยชน์

ตั้งแต่เมื่อวานนี้อาตมาก็พูดถึงอากาศที่ญี่ปุ่นหิมะตก อากาศก็หนาวมากอากาศติดลบ อันนี้แค่ความรู้ถ้าไม่ไปญี่ปุ่นความหนาวเย็นอุณหภูมิลบอย่างไรท่านก็ไม่รู้ ตรงกันข้ามอาตมาก็มาเมืองไทยบ่อยๆ อากาศร้อน ได้ประสบการณ์บอกคนญี่ปุ่นว่าเมืองไทยร้อน คนญี่ปุ่นได้ความรู้แค่สมองไม่รู้ความร้อนในประเทศไทยอย่างไร เพราะฉะนั้นในญี่ปุ่นนิกายเราเค้าก็สอนว่าปฏิบัติธรรมทุกๆ วัน ไม่ใช่ว่าแค่รับคำสอนจากพระพุทธเจ้าอย่างเดียว ถ้าไม่ปฏิบัติเป็นชีวิตประจำวันก็ไม่เข้าใจคำสอนพระพุทธเจ้า

มีพระสงฆ์ที่พึ่งบวชมาหาเซนมาสเตอร์ (รุ่นพี่) แล้วถามว่า

อาตมาเพิ่งบวชเมื่อวานนี้ เค้าขอคำสอนของพระพุทธเจ้าให้อาตมาได้ไหมครับ

ท่านเซนมาสเตอร์ก็ถาม เมื่อเช้าเรากินข้าวต้มหรือป่าว

เค้าก็ตอบว่าครับ ทานข้าวต้มครับ

ท่านก็บอกว่า โอเค ทานข้าวต้มนะดี แต่ทานแล้วต้องล้างถ้วยล้างช้อนเก็บไว้ ท่านก็ตอบแค่นี้ เพราะว่าในการปฏิบัติชีวิตประจำวัน แค่ทานข้าวต้มก็มีคำสอนของพระพุทธเจ้าเช่นกัน

ซาเซนคืออะไร? การทำสมาธิมี ๓ ขั้นตอน จัดร่างกาย จัดจิตใจ จัดลมหายใจ นั่งปฏิบัติแบบนิกายเซนแค่ ๒ วัน แต่ท่านเข้าใจพื้นฐานใช่ไหม แต่ว่าเราทำได้ ๓ ขั้น ชอบไหม พอใจไหม แค่นั้นจบไหม ถ้าเราถือว่าแค่นั้นจบไม่มีความก้าวหน้าต่อไป นั่นไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า

จัดจิตใจแล้วต่อไปต้องทำอะไร ก็ต้องจัดเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวัน หรือจัดประกาศสังคม จัดโลกให้เรียบร้อย การจัดนี่มีกว้างขวาง การจัดพวกนี้เริ่มต้นด้วย การล้างถ้วยทานข้าง จานข้าว หลังจากจัด ๓ ขั้นตอนเรียบร้อย แล้วก็จัดพฤติกรรมของตนเองอันนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า จัดอะไรทุกอย่างก็ทำได้ เพราะว่าเรามีจิตใจบริสุทธิ์ที่ได้มาจากพระพุทธเจ้า ขอให้อบรมทุกท่าน อาตมาเหมือนกับได้อะไรบางอย่าง เหมือนกับมีญาณรู้หลายอย่างเหมือนกัน อาตมานึกถึงโอกาสที่พระพุทธเจ้าให้มาที่นี่ อาตมาก็แปลกไม่ว่าอาจารย์ไสวหรืออาจารย์ท่านอื่น หรือผู้ปฏิบัติทุกท่าน อาตมาปฏิบัติกับพวกท่านอาตมาก็ดีใจเหมือนกัน

สมัยก่อน อาตมาไม่ได้นึกถึงสมาธิและการสอนปฏิบัตินิกายเซนให้ได้รู้สึกประทับใจ สบายใจ ดีใจ มีความสุข ได้จัดร่างกาย จัดการหายใจ จัดจิตใจ จัดสิ่งที่อยู่รอบตัวในปัจจุบัน การเจ็บหรือปวดเพราะว่านั่งสมาธิน้อยไป ต้องนั่งนานๆ ถึงไม่เจ็บปวด ที่ญี่ปุ่นวิถีชีวิตก็เปลี่ยนไป สมัยก่อนนั่งพื้น สมัยนี้นั่งเก้าอี้ เวลานั่งก็จะเจ็บปวด วัยรุ่นปัจจุบันเป็นอย่างนี้ บางคนนั่งไม่ได้ ทำอย่างไรแก้ปวดขาแล้วแต่ละคนแก้ไม่เหมือนกัน (ถ้าปวดขาก็อดทนนั่งต่อ ถ้าอดทนไม่ไหวให้เปลี่ยนท่า อันนี้เป็นเรื่องของตนเองว่าจะแก้อย่างไร)

การตีทำให้ตัวนิ่มลง เวลาได้ไม้ตีความปวดหัวเข่าหายชั่วคราว ประโยชน์อีกอันหนึ่ง ถ้านั่งสมาธิไม่ได้ ถ้ามีเรื่องออกมามากๆ เมื่อได้ไม้ตีสิ่งนั้นอาจหายไปทันที นิกายเซนที่ญี่ปุ่นคนที่ฝึกสมาธิไม่จำเป็นต้องแสดงว่าก้มหัวแล้วตีให้ที อาจารย์ก็รู้ถ้าเห็นว่าคนที่ไม่สมาธิเอาไม้มาแล้วตีได้ทันที

นิกายเรียวไซเซนมีภรรยาได้หรือไม่? การมีภรรยาเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหรือไม่?

สมัยพระพุทธเจ้าก็ให้บวช ออกจากบ้านจากครอบครัว มีครอบครัวไม่ได้มีภรรยาไม่ได้ อยู่ดีๆ นิกายมหายานเผยแพร่ที่ญี่ปุ่น ศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ มีนิกายใหม่เกิดขึ้นชื่อว่า โยโกซีซื่อ ก่อนหน้านั้นพระญี่ปุ่นไม่แต่งงาน แต่นิกายโยโกซีซื่อตามกฎหมายญี่ปุ่นมีภรรยาไม่ได้ สมัยเมจิอยากให้ศาสนาทำลายศาสนาพุทธโดยออกกฎหมายว่า พระสงฆ์มีภรรยาได้ เพื่อจะทำร้ายศาสนาพุทธ หลังจากนั้นแต่ละนิกายอื่นๆ ที่ญี่ปุ่นยกเว้นนิกายนินไซ ปัจจุบันนินไซมีพระสงฆ์แต่งงานด้วย แต่ว่ายังมีพระสงฆ์บางรูปในนิกายนินไซที่รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าพระสงฆ์ที่ไม่แต่งงานที่ญี่ปุ่นนับว่าแปลกมาก ในนิกายนินไซพระสงฆ์ที่เรียกว่าเซนมาสเตอร์ส่วนใหญ่ไม่มีครอบครัว ภิกษุณีก็ส่วนใหญ่ไม่แต่งงานไม่มีครอบครัว

การมีครอบครัวสำหรับพระสงฆ์ก็ผิดข้อห้าม ผิดวินัย ญี่ปุ่นเหมือนกับพิเศษ แต่ทางสังคมก็ยอมรับไม่เหมือนกับประเทศไทย องค์การนิกายมหายานที่ญี่ปุ่นเหมือนเป็นพิเศษ พระสงฆ์ก็ปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าได้ ไม่ทราบว่าในอนาคตลักษณะนิกายมหายานในญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง จะไม่เหมือนเถรวาทหรือมหายานประเทศอื่น ที่สำคัญก็คือเราก็ต้องรักษาสาระสำคัญที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนให้เรา ทุกสิ่งทุกอย่างก็สำคัญถ้าเรารักษาคำสอนพระพุทธเจ้าโดยรวมได้ (เรื่องการมีครอบครัวได้เป็นสิ่งเล็ก) วินัยหรือข้อห้ามอาตมามีโอกาสในอนาคตจะชี้แจงในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง

คำสอน

ไม้ที่ยืดยาว แต่ว่าเราต้องก้าวหน้ากว่าไม้ที่ยาวนั้น

เราต้องให้สภาพจิตใจของเราเหมือนสภาวธรรม (เปรียบกับหิมะ)

Zen Buddhist Meditation

การจัดร่างกาย นั่งขัดสมาธิเพชร มือซ้ายทับขวาหัวมือชนกัน ลืมตาครึ่งหนึ่งหรือเต็มตา

จัดลมหายใจ หายใจที่ท้อง ธรรมชาติตามปรกติ เอาสิ่งที่ดีเข้า เอาสิ่งที่ไม่ดีออกไป

จัดจิตใจ ไม่ต้องคิดอะไรในใจ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในใจก็เหมือนก้อนหิน ท่อนไม้ (หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีความกังวลมาก)

มีอาจารย์กับลูกศิษย์เดินทางในป่า เดินตามถนนแล้วเจอร้านอาหารมีกลิ่นหอมออกมา อาจารย์บอกว่า อืม มีกลิ่นหอมนะ เดินต่อไปเรื่อยๆ สักระยะหนึ่ง ลูกศิษย์บอกอาจารย์ว่า ทำไมบอกกลิ่นหอม ทำไมพระสงฆ์พูดอย่างนี้ (มุสา) ไม่ดีไม่ใช่หรอ อาจารย์ตอบว่า เธอยังคิดถึงกลิ่นหอมหรืออาหารนั้นหรอ อาจารย์ลืมไปแล้ว เรื่องนี้หมายความว่า ไม่ควรคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ เพราะฉะนั้นเราอย่าติดใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปนาน เราต้องเป็นอิสระในเรื่องที่เราคิด

พระสงฆ์ในอดีตนิกายเซนคิดวิธีอย่างไรที่จะจัดจิตใจให้ถูกต้อง การจัดจิตใจมีหลายวิธี

๑.นับตัวเลข หายใจออกนับ ๑

๒.อีกวิธีสมัยพระพุทธเจ้าอยู่พระสงฆ์ก็เดิน การเดินทำให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ เดินต่อแถวมือจับกันบนอด ซ้ายทับขวา (เดินสมาธิ)

ไม้เคสะ มือหรือนิ้วของพระพุทธเจ้า นั่งสมาธิอาจง่วงนอนหรือขี้เกียจ หรือนั่งสมาธิอยู่มีอะไรติดอยู่ในใจไม่มีสมาธิ ตีไล่ออกไป แล้วแต่จิตใจของคุณจะได้ไม้นี้หรือไม่ได้ อาตมาเดินไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ค่อยมีสมาธิก็ให้ไหว้ (ช่วยที) อยากให้พระมาก็ไหว้ก่อน (ไหว้พร้อมกัน) มือซ้ายวางไว้จักแร้มือขวาติดพื้น ก้มหัว (ตี ๒ ครั้ง) เฉพาะพระสงฆ์ตีด้านซ้ายด้านเดียว ฆราวาสตีซ้าย ๒ ครั้ง ขวา ๒ ครั้ง (เวลาถูกตีหยุดหายใจ) ถ้ามีปัญหากับอกหรือปอดไม่ต้องตี

ตอนเริ่ม กรับตี ๑ ครั้ง กระดิ่ง ๔ ครั้ง

ตอนเลิก กระดิ่ง ๑ ครั้ง กรับ ๒ ครั้ง ไหว้ ๒ ครั้ง

นั่งสมาธิแบบนี้สำหรับเราผู้ถือศาสนาพุทธสำคัญมาก สิ่งที่สำคัญเราต้องฝึกนั่งสมาธิต่อเนื่อง อย่าหยุดช่วงนั่งสมาธิ ถือว่าทำให้ตัวเองสงบสุข

การตรัสรู้คืออะไร?

ธรรม ไม่ว่าสถานที่ไหน เวลาที่ไหนก็ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนเดิม ธรรมอยู่ที่ไหนก็เข้าใจตรงกัน ยุคไหนก็เข้าใจตรงกัน สิ่งทุกอย่างเกิดได้เพราะมนุษย์ สิ่งทุกอย่างหายได้เพราะมนุษย์ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้นี่คือธรรมะพระพุทธเจ้า

การถาม – ตอบ

สมาธิแบบเซนเป็นสมถะหรือวิปัสสนา

๑.ในนิกายเซนไม่ได้แยกนั่งสมาธิอย่างเดียวทำให้ใจสงบสุข สมาธิมี ๒ แบบ ๑.นั่งสมาธิ ๒.พระสงฆ์ในอดีตที่ตรัสรู้แล้วมีคำสอนให้เราและคิดถึงคำสอนที่ท่านคิดเอาไว้ให้เรา

๒.ในเวลานั่งให้จิตสงบมีอะไรเป็นโฟกัสหรือให้จิตผ่องใสเฉยๆ ทุกคนมีจิตพระพุทธเจ้าอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยปรากฏมา ไม่ต้องคิดอะไร (จิตพระพุทธเจ้ายังไม่ออกมา) เราจำเป็นต้องคิดบางอย่างในใจ เช่น นับจำนวนตัวเลข น้ำอุ่นหยดลงหัวหรือคำสอนใดคำสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าถึงจะเข้าสู่ระดับหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเสมอภาคกับทุกองค์

นิ้วพระพุทธเจ้า – นั่งสมาธิซะใจอย่าคิดอย่างอื่น ใครตรัสรู้ไม่พูด ใครตรัสรู้พระพุทธเจ้ารู้ คนรู้จริงไม่ประกาศ พระพุทธเจ้าสอนว่าความพยายามอย่างเดียวเป็นทางที่ได้ตรัสรู้ ขอให้ทุกท่านทำสมาธิต่อไปอย่าหยุด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ละอองปรัชญา



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ยาวแต่สั้น..