ข่าว สตรีต้องขังกับหัวใจที่ไม่เคยถูกกักขังที่ผมได้รับจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายของ ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๗ กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้

         เนื่องจากโครงการนี้สนับสนุนโดย สสส. บทความดังกล่าวจึงมองผลที่ “สุขภาวะ”และในบทความ ระบุว่า “สุขภาวะที่ว่านี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานภายในที่มีความต่อเนื่องและยั่งยืนส่งผลให้...มี ความมั่นคงจากภายใน....”

         ผมเชื่อในผลจากกระบวนการฝึกจิตตปัญญาดังกล่าวและหมั่นฝึกฝนตนเองด้วย

         โดยผมคิดว่า สามารถมองกระบวนการทั้งหมดเป็น “กระบวนการเรียนรู้” เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางใจ ได้ด้วย และมองว่า เวลา ๙ เดือนของการฝึกฝนในกระบวนการดังกล่าว จะว่ายาวเพียงพอที่จะทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงพื้นฐานภายในอย่างยั่งยืน ก็ได้หรือจะว่า ต้องมีการฝึกฝนต่อเนื่องจึงจะต่อสู้ความสภาพแวดล้อม ทางสังคมที่สวนทาง ก็ได้ผมเองเชื่อแบบหลัง และหมั่นเรียนรู้ฝึกฝนตนเองอยู่ในขณะนี้

         น่าเสียดาย ที่วงการศึกษาไทย ไม่ได้เอาใจใส่เรื่อง การเรียนรู้เพื่อความเข้มแข็งทางใจ ว่าเป็นเป้าหมาย อย่างหนึ่งของการศึกษาตามปกติและต้องมีการฝึกฝนเรื่องนี้ในโรงเรียนทุกระดับและในสถานดูแลเด็กเล็ก

         หนังสือ รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว โด่งดังมานานแต่คนมักอ่านด้วยความสนใจฝึกลูกให้เป็น อัจฉริยะ เน้นที่เรียนเก่งซึ่งผมว่าเป็นการมองที่แคบที่จริงแล้วคนเราต้องการชีวิตที่ดีโดยต้องมีทักษะ ครบด้านเป็นทักษะที่อยู่กับโลกที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและหลายส่วนหลอกลวง ได้อย่างรู้เท่าทันและมีสุขภาวะ

         และผมเชื่อตามหนังสือ How Children Succeed (จะมีฉบับแปล ชื่อ เลี้ยงให้รุ่ง) ว่า รอให้คลอด ก็สายเสียแล้ว เพราะความเครียดเรื้อรัง ของทารกในครรภ์ ได้ทำลายความเข้มแข็งของ HPA Axis ไปแล้วยิ่งเมื่อคลอดออกมาในวัยทารกและเด็กเล็ก เผชิญความเครียดเรื้อรังต่อเนื่องHPA Axis ก็ยิ่งอ่อนแอลงไป ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้อ่อนแอ ลงไป ทั้งด้านความริเริ่มสร้างสรรค์และด้านความเข้มแข็งทางใจ ที่เรียกว่า บุคลิกลักษณะ (character)

         ความเข้มแข็งทางใจ เกิดจากการฝึกการทำงานร่วมกันระหว่างสมองส่วน neocortex ซึ่งเป็นส่วนของ สติระลึกรู้ความรอบคอบความมีเหตุมีผลกับสมองส่วน amygdala ซึ่งเป็นส่วนของอารมณ์และการช่วยจำamygdala เป็นสมองส่วนที่รวดเร็วเวลามีเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วน สมองส่วนนี้จะเข้าบงการพฤติกรรมหากไม่มีการฝึกความสัมพันธ์ระหว่าง neocortex – amygdala ไว้ให้ดีสมองส่วน amygdala ก็จะ “เถื่อน” ทำอะไรตามอารมณ์ ขาดความยั้งคิดแต่หากมีการฝึกไว้ดี amygdala ก็จะ “เชื่อง”และคุ้นกับการตองสนอง แบบมีความยั้งคิด ตอบสนองอย่างเหมาะสม

         การฝึกฝนนี้ ทำยาก ในคนที่ HPA Axis อ่อนแอ

         จะเห็นว่า สังคมไทยกำลังเดินไปสู่สภาพที่พลเมืองมี HPA Axis อ่อนแอ เพิ่มสัดส่วนขึ้นเรื่อยๆจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมและจากการที่คนรุ่นใหม่ตกเป็นเหยื่อของความโหดร้ายทางสังคม ที่ปลอมตัวมา ในคราบของสิ่งเย้ายวนทั้งหลายในสังคมทุนนิยม วัตถุนิยมทำให้เกิดสภาพมีลูกโดยไม่พร้อมลูกมีความเครียดเรื้อรังทั้งตอนอยู่ในครรภ์มารดาและในวัยทารกและเด็กเล็ก

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ส.ค. ๕๗