คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จัดฉลองครบรอบ ๑๐ ปีของการก่อตั้งโครงการ R2R และขอให้ผมเขียนความในใจ จึงขอนำมาเผยแพร่ด้วย ดังต่อไปนี้
10 ปี R2R ศิริราช
วิจารณ์ พานิช
.............
เมื่อเริ่มกิจกรรมที่ต่อมากลายเป็นงาน R2R นั้น เป้าหมายของเราไม่ค่อยชัด เดิมอาจารย์หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย อยากให้มีการสร้างคุณค่าเพิ่มจากข้อมูลทางคลินิกของผู้ป่วย ซึ่งถือได้ว่าศิริราชมีมากกว่าที่ใดๆ ในประเทศไทย หวังผลลัพธ์ออกมาเป็นผลงานวิจัยในรูปแบบที่มีนวภาพสูง หรืองานวิจัยทางวิชาการ แต่ด้วยการเปิดกว้างของท่านคณบดีในขณะนั้น คือ ศ. คลินิก นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร ทีมงานจึงมีโอการใช้ความสร้างสรรค์ร่วมกันจนในที่สุดจุดเน้นมาอยู่ที่คน เราได้ค้นพบวิธีสร้างคุณค่าเพิ่มของคน หรือการพัฒนาคน จากงานวิจัยประเภทใหม่ ที่เรียกว่า R2R โดยที่ผลงานนั้นมีผลดีต่อผู้ป่วยโดยตรง หรือเป็นการพัฒนาบริการ
แทนที่ผลลัพธ์จะเป็นงานวิจัยที่ก่อผลกระทบทางวิชาการ เรากลับได้สร้างสรรค์งานวิจัยแบบใหม่ ที่ผลกระทบเป็นการพัฒนาบริการ
R2R จึงเป็นกิจกรรมพัฒนางาน พัฒนาคน โดยมีการวิจัยเป็นเครื่องมือ
ด้วยพลังความสำเร็จ และคุณค่า ของ R2R จึงมีการแพร่ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ นั่นคือความสำเร็จของ R2R ใน ๑๐ ปีแรก
ใน ๑๐ ปีที่สองผมอยากเห็น R2R ที่บูรณาการฝังตัวเข้าไปอยู่กับการบริหารงานของหน่วยงานประจำมากขึ้น แต่ผู้ทำกิจกรรม R2R ก็ยังดำรงความเป็นอิสระในความคิดสร้างสรรค์ และมีแรงจูงใจอยู่ที่จิตใจที่เห็นแก่ผู้ป่วย ต้องการให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดีขึ้น ไม่ใช่ทำ R2R เพื่อสนองคำสั่งของหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชา
กล่าวใหม่ ผมอยากเห็นผู้บริหารหน่วยงานย่อย เข้าไปแสดงบทบาทต่อ R2R ในหน่วยงานของตนมากขึ้น แต่เป็นการแสดงบทบาทเชิง “เอื้ออำนาจ” (empowerment) ไม่ใช่เชิงสั่งการ
ผมอยากเห็นพัฒนาการของเครือข่าย R2R ระดับประเทศ มีพัฒนาการความสัมพันธ์เชิงเครือข่าย ที่แต่ละเครือข่ายมีความสามารถสร้างสรรค์วิธีการทำงานใหม่ๆ ของ R2R กล่าวคือ ผมอยากเห็นทั้ง independence และ inter-dependence ของเครือข่ายย่อยของ R2R ระดับประเทศ และอยากเห็นสภาพความสัมพันธ์แบบนี้ ระหว่าง node ของแต่ละเครือข่ายด้วย
ผมขอแสดงความยินดีต่อคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในความสำเร็จ ของการสร้างสรรค์กิจกรรม R2R ถือเป็นนวัตกรรมการบริหารงานที่น่าชื่นชมยิ่ง และขอให้กำลังใจ ต่อการดำเนินการสร้างนวัตกรรมต่อเนื่อง
วิจารณ์ พานิช
๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๗
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ส.ค. ๕๗