สวัสดีครับลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน
วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557 ผมได้รับเกียรติจากบริษัท TCC Land เชิญบรรยายหัวข้อ “ Change Management in The New World Order” เป็นการเสวนาร่วมกับ รศ.ดร สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ เวลา 13.00 – 14.45 น. หลังจากนั้นบรรยายหัวข้อ “Leadership in the New World Order เวลา 15.00 -16.30 น. ณ ห้องประชุม 4 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 31
สามารถติดตามอ่านการสรุปการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ Blog นี้ครับ
ติดตามเอกสารประกอบการบรรยายของผมได้ที่ https://www.facebook.com/ChiraHongladarom/media_se...
The New World Order
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
เวลา 9.00-12.00น.
ณ ห้องประชุม 4 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 31
หัวข้อวันนี้
1. แนะนำอาเซียน
2. มุ่งสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
3. AEC Blueprint เป้าหมายและพันธกรณี
4. ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับภายใต้ AEC
5. การใช้ประโยชน์จาก AEC
เป้าหมาย AEC
1. เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม
2. สร้างเสริมขีดความสามารถแข่งขัน
3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค
4. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
อาเซียนเปลี่ยนแปลงมา 2 ระบบ ก่อตั้งเมื่อปี 2510 (1967) จนถึง 1992 เป็นการรวมตัวแบบหลวม ๆเป็นระบบความร่วมมือในทางเศรษฐกิจ ตอนแรกตั้งมา 5 ประเทศ
1993 อาเซียนมีการเปลี่ยนแปลงมาก ทางเศรษฐกิจเรียกว่าการบูรณาการทางเศรษฐกิจ
-AFTA เขตการค้าเสรี
-Custom union
-ประชาคมเศรษฐกิจ Common market การรวมตัวอย่างแนบแน่น หรือ ตลาดร่วมอาเซียน
-สหภาพทางเศรษฐกิจ
-สหภาพทางเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ คือ สหภาพยุโรป EU
เพราะฉะนั้นปี 1993 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มแล้ว ปี 2546 ผู้นำอาเซียน ลงนามในปฏิญญาบาหลี (Bali Concord II) แสดงเจตนารมณ์การนำอาเซียนไปสู่ “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community) ในปี2020 (2563)
ASEAN Charter กฎบัตรอาเซียน
ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASC)
ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน(ASCC)
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
คำว่า ประชาคม คือ ตลาดร่วม
สิงคโปร์ มาเลเซีย เริ่มตื่นตัวเรื่อง AEC ตั้งแต่ปี 1993
อุปสรรค กำแพงภาษีนำเข้า เมื่อเปิดเสรีแล้ว สินค้าลดกำแพงภาษี Tariff barrier เหลือ 0 หรือ FTA
การลดกำแพงภาษีลงเหลือต่ำสุด แต่ไม่ถึง 0 เรียกว่าระบบ WTO
สินค้าอาเซียน
กำแพงภาษี ประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย ลดลง 24%
ประเทศพัฒนาลดลง 36%
การเปิดเสรี ลดอุปสรรคด้านภาษีนำเข้า ขยายโควตา แต่ถ้าเป็น FTA ไม่มีโควตา
Normal track ให้เวลา 15 ปี ตั้งแต่ AFTA โควตา ต้องเหลือ 0
AFTA เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก คือ ทั้ง 10 ประเทศกำลังแปลงเป็นประเทศเดียวกัน เป็นการบูรณาการอย่างลึกซึ้ง
AEC การวมตัวของอาเซียน ในการเปิดเสรีสินค้า โดยการเปิดสินค้าเสรี
ประเทศที่ได้ประโยชน์คือ ประเทศเล็ก และใหญ่
ต้องฝึกคน เตรียมความรู้ ทั้งด้านภาษา ถึงจะทำให้เครือคุณเจริญ ขยายธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธภาพ
สรุป ปี 1967-1992 ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ยังแยกกันอยู่
ปี 1993 รวมตัวกันทั้ง 10 ประเทศ เมื่อมี AFTA
รอบอุรุกวัย เปิดเสรีการค้าปลีก
ทุกประเทศต่ำสุด คือการทำเขตการค้าเสรี
หลายคนยังอยู่ในกับดัก การเข้าสู่ AEC มีจุดเริ่มต้นนานมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเปิด 2015 เพราะฉะนั้นปัญหาจะเยอะมาก จะมีความสับสนระหว่าง AEC กับ ASEAN
สัมพันธ์กัน AEC เป็นส่วนหนึ่งของ ASEAN
ปี 1967-1992 ประเทศไทย และทุกประเทศ ถ้าปิดประตู ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา มีอุปสรรค สินค้ามีกำแพงภาษีสูงมาก
AEC ครอบคลุม AFTA เงินทุนและบริการ
ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ ในโลกนี้ WTO 49 %
ประชาคมเศรษฐกิจ 50-51% หรือ 51-100%
ยางพารา ส่งออกไม่ได้ เก็บภาษีสูง แต่พอมี AFTA ทำให้มาเลเซียเจ๊ง เพราะมีต้นทุนสูงกว่าไทย
ปี95 เวียดนามเริ่มเข้ามา
ประเทศไทยไม่ได้ปรับราคาพันธุ์ข้าว ไม่มีการเตรียมตัว เวียดนามครองตลาดส่งออกข้าวแซงประเทศไทยเป็นอันดับ 1
ต่างชาติเข้ามาฐานการผลิตในประเทศอาเซียน และต้องการที่อยู่อาศัย คอนโดเลยขึ้นมามาก ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
เปิดเสรีการค้าบริการ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นให้กับนักลงทุนสัญชาติอาเซียน
กลุ่มสุขภาพ หมอ พยาบาล ทันตแพทย์
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก วิศวกร
กลุ่มนักสำรวจ
กลุ่มบัญชีและท่องเที่ยว
เป็นแรงงาน 7 ประเภท
หลัง 2015 จะมีอาชีพที่ 8 และอาชีพต่อไปหลายๆอาชีพ เช่น หมอโรคหัวใจ หมอกระดูก หมอปอด ที่ตอนนี้ให้ทันตแพทย์ก่อนเพราะมีความพร้อมมากที่สุด
การเปิดเสรีบริการท่องเที่ยว เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ
แรงงานท่องเที่ยว ให้คนอาเซียนที่อยู่ในการท่องเที่ยวเดินทางได้
1.เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม
§มุ่งดำเนินการให้เกิด
2. สร้างเสริมขีดความสามารถแข่งขัน
§ความร่วมมือในด้านต่างๆ
อีกไม่เกิน5 ปี ประเทศในอาเซียน อาจจะไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางระหว่างประเทศ คล้ายกับ เชงเก้น วีซ่า
ดังนั้น ทุกประเทศต้องร่วมมือกันด้านการขนส่ง
และเชื่อมโยง 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจ GMS
3.การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค
ลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างสมาชิกเก่าและใหม่
สนับสนุนการพัฒนา SMEs
4.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
-ปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจ
-สร้างเครือข่ายการผลิต จำหน่าย
-จัดทำFTA กับประเทศนอกภูมิภาค
ASEAN+3 จีน เกาหลี ญี่ปุ่น
ASEAN+6 อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ EU US (TIFA)
การเสวนาร่วมระหว่าง
Change Management in The New World Order
โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เวลา 13.00-14.45น.
ณ ห้องประชุม 4 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 31
พิธีกร: การเปลี่ยนแปลงและโลกาภิวัตน์มีความสำคัญอย่างไร
อ.สมชาย: โลกการเปลี่ยนแปลงมีความสำคัญ ด้าน
- สามารถขยายสินค้า
- ข้อเสีย สินค้ามีความหลากหลาย ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้าจากทั่วโลกได้ แต่ในแง่ของผู้ผลิตมี Benchmark มากขึ้น
- ความเสี่ยงมีมาก เกิดจากโลกที่อยู่ด้วยกัน หากล้มก็ล้มทั้งหมด เช่น วิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติยุโรป วิกฤติ Subprime ยุโรป ติดลบทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยต้องรู้ถึงความเสี่ยงของแต่ละประเทศ ต้องมีการบริการความเสี่ยง เปลี่ยน mindset ต้องมองโลกกว้าง และ ต้องปรับการเปลี่ยนแปลง
อ.จีระ: เมื่อเช้าอ.สมชายพูดถึงภาพใหญ่ คำว่า new world order สำคัญ
วันนี้ต้องจับconcept ให้มั่น คือมองประเทศใหญ่จากอดี ถึงปัจจุบัน หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีสงครามเย็น
New world order คือ ประเทศมหาอำนาจในอดีต จัดระเบียบโลก วิจารณ์ใน new york time ว่าเป็น new world disorder
นอกจากบทบาทของรัสเซียที่ขึ้นมาแล้ว อยากให้มองมุมมองของอาจารย์ที่สิงค์โปร์ว่าจีนก็ยังมีบทบาท และทางตะวันตกก็ยังมีบทบาท ยุคต่อไปจะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างเอเชีย และยุโรป ต้องจับแนว และเห็นความสำคัญของเอเชีย
การปรับตัวนั้น ต้องปรับตัวเรื่องอิสลาม ขอฝากว่าเรื่อง competency
ช่องว่างในการจัดการกับ new world order และ โลกาภิวัตน์ นั้นไทยต้องมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ของโลกตลอดเวลา
วันนี้ Global competency ยังมีคนสนใจอยู่น้อย และยังขาดความเชื่อมโยงของโลกว่าจะมีผลกระทบอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงยุคปัจจุบันเร็วมาก และซับซ้อนมาก
Social media เป็น new world order แบบใหม่
โจทย์วันนี้เป็นจุดเริ่มต้น ควรมีผู้เชี่ยวชาญติดตามข่าว และสรุปประเด็นว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร เพราะเป็นธุรกิจ real estate มีความเสี่ยง และยังโอกาสมาก
ถ้าเราใช้เวลาวันนี้ อยากให้ทุกท่านถามคำถามเพื่อให้ได้ประโยชน์กับตัวเอง
ต้องสำรวจตัวเอง หาจุดอ่อน และหาวิธีการจัดการกับเรื่องเหล่านี้ให้ได้
ขอให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในความเป็นเอเชีย
อ.สมชาย : ในเรื่องการทำธุรกิจ ต้องรู้ตัวว่าเราเก่งอะไร แต่ไม่ได้เก่งทุกอย่าง
และเราเก่งหลายอย่าง แต่ไม่ได้เก่งอย่างเดียว จะเป็นเจ้าของบางอย่าง
คิดถึงCore competency ของบริษัทตัวเอง
จุดอ่อน คือ จุดอ่อนที่แก้ไม่ได้
ภายใต้การแข่งขัน ต้องรู้จักตัวเอง เพื่อให้ธุรกิจขยายตัวได้ ทำสิ่งที่เราชำนาญ
โลกปัจจุบันเน้นการใช้ IT ต้องสู้กับโลกในการที่จะทำอะไรอย่างหนึ่ง
ยิ่งมีความทันสมัย ความโบราณก็ยิ่งมีความโดดเด่น
ต้องมองโลกให้ครบ ดูว่าตรงไหนทำได้บ้าง
ต้องรักษาฐานลูกค้า เป้าหมายต้องชัด อย่าเพิ่งไปสู้กับต่างประเทศ ต้องขยายลูกค้าก่อน
เมื่ออยู่ที่ประเทศสเปน บริษัท ซาร่า แต่รวมกลุ่มจากสเปน และสหภาพยุโรป จึงขยายไปสู่ทั่วโลก เป็นอันดับ 2ของโลก
อาลีบาบา แจ็คมาร์ ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่เป็นไกด์ ต่อมาเข้าเรียนด้านภาษาอังกฤษ และทำธุรกิจอีเบย์ มีแรงบันดาลใจ
รู้จักตัวเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
ความเสี่ยงในยุคนี้ คือ โลกแปลกๆที่เกิดขึ้นในยุคนี้ คือ อีโบล่า
พิธีกร: คนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องมุ่งไปทางไหน เรื่องทุนมนุษย์จะช่วยอย่างไร
อ.จีระ: เรื่อง Global competency สนใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ทุกคนต้องมีวิธีการเรียนแบบเรียนด้วย คิดไปด้วย ต้องรู้ว่าต้อง Learning how to learn สิ่งที่มีอยู่ คือ ต้องรู้จริง ไม่ใช่รู้แค่ทฤษฎี มีความใฝ่รู้ จะทำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทุกคนต้องได้รับการกระตุ้นจากกการเรียน เป้าหมายวันนี้ คือ ต้องมี 2R’s
Reality ประทะกับความจริง
Relevance ตรงประเด็น
สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีทุนทางปัญญา ต้องวิเคราะห์เป็น คิดเป็น สังเคราะห์เป็น
หลังจากวันนี้ ต้องถามตัวเองได้อะไรจากการมาสัมมนาในวันนี้
ฝากเรื่องการ Back to basic อย่าบ้าเงิน เน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ยุคต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณธรรม จริยธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
ทฤษฎี 8K 5K เป็นเรื่องที่ต้องใช้จริงยุคนี้
ต้องทำความเข้าใจของโลก ติดตามข่าวสารอย่างบ้าคลั่ง ความรู้ต้องกระเด้งเป็น impact จัดการกับการเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเรารู้จริง
เรื่องอสังหา ต้องขยายไป ASEAN
คนไทยไม่ค่อยติดตามสถานการณ์ ซึ่งต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลง และต้องมีเครือข่าย เป็นจุดที่สำคัญที่สุดในยุคต่อไป
ทุนแห่งความยั่งยืน เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ TCC Land ต้องคิดมองไปอีก 20 ปีว่าบริษัทจะอยู่ได้อย่างไร
ต้องมี Creativity มาจากการลงทุนการสร้างระบบความคิด
ทฤษฎีกระเด้ง ต้องคากดว่าจะกระเด้งจากเรื่องที่ทำเสมอ
นอกจากนั้นยังมีทฤษฎี 3V
ธุรกิจ Real estate
พิธีกร: ประเทศไทยยังมีจุดอ่อนด้านภาษา ทำอย่างไร
อ.สมชาย: คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้ภาษาอังกฤษ
ลองอ่านหนังสือของโนอาห์ นักอักษรศาสตร์ เขียนเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง จะได้ข้อคิดที่แปลกๆ สิ่งที่ประสบความสำเร็จ คือ มีคนเขียนประวัติเป็นการ์ตูน อ่านง่ายมาก เป็นภาษาที่เป็น phonetic เป็นโครงสร้าง
Sematic อธิบาย impact
การเรียนภาษาเรียนง่ายๆโดย คำว่าฉันรักเธอ แตกต่างหลายภาษา แตกต่างกันที่โครงสร้าง ของแต่ละภาษา ไม่ต้องเน้นการท่องจำ เป็นการเรียนที่ง่ายขึ้น
เมื่อเราเรียนภาษาหนึ่งแล้ว ส่วนใหญ่เรามีหลักการในการเรียนภาษาอื่นๆแบบเดียวกัน คือ แบ่งเป็นหมวดหมู่
อ.จีระ: สมัยเด็กๆ ต้องมีความกล้าในการพูดภาษา ถ้าเรียนแต่หลักgrammar อย่างเดียวก็พูดไม่ได้ บางครั้งคุณครูที่สอนก็ไม่มีประสบการณ์
สมัยนี้ลองอ่านบทความอินเตอร์เนตก็จะหาความรู้ได้อย่างมาก
การเอาความรู้ไปแบ่งปันกับ Stakeholder มีความสำคัญ
Social media ต้องใช้เป็น ถึงจะสู้กับ New world order ได้
การเขียนบทความยุคใหม่ ต้องไม่ยาว
นอกจาก e-book แล้วสมัยใหม่หนังสือต้องเล่มเล็ก พาดหัวน่าสนใจ
อ.สมชาย: เรื่องภาษาทำไมประเทศไทยถึงไม่รักภาษาไทย เรียนเพราะถูกบังคับ ข้อมูลอาเซียนสามารถหาได้ในอินเตอร์เนตมากมาย สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศได้ในอินเตอร์เนต
หากมีข้อสงสัยต้องเปิด Dictionary จดศัพท์ไว้ พออ่านต่อไปเรื่อยๆ จะเจอคำศัพท์ซ้ำๆต่อไปอ่านรู้เรื่องหมด
ที่สำคัญ คือ ต้องเรียนรู้ Impact
อ.จีระ: บทความหนึ่งบอกว่าการเรียนยุคใหม่ 10% คือ ฟัง ที่เหลือต้องคิดวิเคราะห์ มี impact 3 level คือ
- ตัวเอง
- องค์กร
- ประเทศ และ โลกาภิวัตน์
Impact คือต้อง relevance กับตัวเอง
Sustainability ต้องมองให้ออกว่าในอนาคตต้องการอะไร
ถ้าไม่มีประสบการณ์ที่ Impact กับประเทศไทย ก็ไปไม่รอด
ให้ทุกท่านคิดว่าอยากให้ลองถามตัวเองว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ต่อตัวเราและจะเกิดขึ้นต่อไปนานๆ อย่างไร
คำถาม
1. Competency 5 อย่าง มีอะไรบ้าง
อ.จีระ: - Functional competency
- Organizational competency
- Leadership competency
- Global competency ในประเทศไทยไม่ค่อยมีคนเขียนเรื่องนี้ อยากเสนอให้ทำเรื่องนี้มาก เพราะโอกาสมีเยอะ
- Entrepreneurial competency
2. บุคคลต้องมีปัญญา ต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง
อ.จีระ: - คิดเป็น วิเคราะห์เป็น สังเคราะห์เป็น แก้ไขปัญหา มองอนาคตเป็น
เรื่อง passion อยู่ในเรื่องของทุนแห่งความสุข
การอ่านหนังสือ ต้องสรุปให้เป็นไอเดียของเราให้ได้
3. Organizational competency คืออะไร
อ.จีระ: วัฒนธรรมองค์กร ต้องคิดเรื่องสมรรถนะหลักๆขององค์กร คือ ความสามารถในการจัดการ การบริหาร การเจรจาต่อรอง เรื่อง Functional มักเป็นพื้นฐาน
อ.สมชาย: ต้องรู้เรื่อง Globalization ว่าเกี่ยวอะไรกับ TCC Land
ขั้นตอนต่อมาคือ บริษัทต้องวางทิศทาง คนต้องปรับ mindset วางทิศทางให้ตรงกับอนาคต และต้องเลือกโอกาส ผู้นำต้องวางทิศทาง ระดับกลางเน้นเรื่อง Functional คนในองค์กรต้องร่วมกันเปลี่ยน วางทิศทางเสร็จแล้ว ก็วางกลยุทธ์ต่อ แล้วค่อยกำหนด KPI
4. เปลี่ยนรูปแบบการบรรยายเป็นรูปแบบpanel เป็นสิ่งที่ดี เรื่อง learning culture พัฒนาอย่างไร
อ.จีระ: วัฒนธรรม เป็นเรื่องที่ถูกปลูกฝัง ต้องใช้ทฤษฎี Ladder theory ในตัวเองมีความเป็น Eger to learn ต้องอยู่ในบรรยากาศการเรียนรู้
- ต้องมีความเป็น Leadership
- การเรียนแบบ Learn share care
- มีแมคกาซีนให้อ่าน
คนที่มีระบบความคิดทีดี จะประสบความสำเร็จไม่เหมือนคนที่โลภ คนที่เวอร์
อ.สมชาย:
- ต้องรักการเรียนรู้
- สมัยเรียนภาษาสเปน อ.ไม่ให้จด แต่ให้ไปอ่านหนังสือ อ่านแล้วสนุกมาก
- หากอ่านภาษาอังกฤษได้ ควรอ่านภาษาอังกฤษเพราะให้ความรู้ดีมาก
- ทุกคนต้องตั้งคำถาม ว่าทำไม ทำอย่างไร เช่น คิดว่าทำไม เคี้ยงเอ็มไพร์ และ mk ประสบความสำเร็จ
Change & Leadership in the New World Order
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เวลา 15.00-16.30น.
ณ ห้องประชุม 4 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 31
1)ต้องขอชื่นชมผู้จัดฯ และบริษัท TCC Land ที่เลือกหัวข้อที่น่าสนใจ คือ มองการเปลี่ยนแปลงของโลกและจัดระเบียบโลก และมาดูว่าองค์กรหรือผู้บริหารของTCC Land จะปรับตัวอย่างไร เพื่อทำงานอย่างมีความสุขมีผลประกอบการที่ยั่งยืน
2)โจทย์จริงๆก็คือ New World Order คือ อะไร? การจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งน่าจะมีตั้งแต่ การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม โดยมีตัวละครที่สำคัญ คือ ผู้นำของโลกพยายามจะกำหนดขึ้นมา และกระทบต่อการทำธุรกิจของเราทั้ง + และ –
3)ธุรกิจก็เลยต้องเข้าใจคล้ายแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และจะต้อง..
แสวงหาโอกาส
หลีกเลี่ยงการคุมคาม
ปรับตัวเราให้ทันเหตุการณ์ และ Share กับผู้อื่น
4) ระดับประเทศไทย และระดับภูมิภาคก็ปรับตัว เช่น ASEAN และ ASEAN+3+6 หรือ APEC เป็นต้น เพียงแต่บทบาทของเรายังน้อยอยู่ และระดับระหว่างประเทศ..เรามีศักยภาพไม่มาก และยังไม่มีอิทธิพล คือ เป็นตัวแปรตามมากกว่าเป็นตัวแปรหลัก
5) พูดถึงระดับโลกหัวข้อนี้ ผมนึกถึงอาจารย์ Harvard และเขามาทำงานการเมืองกับประธานาธิบดีหลายๆท่าน คือ Henry Kissinger ซึ่งมักจะมองและวิเคราะห์เรื่อง World Order ไว้ได้ดีอย่างน่าสนใจเสมอ ล่าสุดมีหนังสือเล่มใหม่ขอแนะนำ ชื่อว่า Henry Kissinger world order ซึ่งควรจะมีในห้องสมุด ซึ่งกล่าวถึงอเมริกาที่มีปัญหาในขณะนี้
6) ส่วนในเอเซียผมประทับใจ Professor Kishore Mahbubani อดีตนักการทูตสิงคโปร์ ซึ่งก็ได้มีบทบาทในเรื่องของการมองการเปลี่ยนแปลงระเบียบของโลก และยังเป็น Dean of The Lee Kuan Yew School of Public Policy ที่ The National University of Singapore ในอนาคตน่าสนใจคือบางท่านอาจไปหารือหรือร่วมมือกับ NUSหรือปรึกษาเพื่อปรับตัวของเราให้ทันเหตุการณ์
ส่วนคนไทยมี รศ.ดร สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ท่านหนึ่งก็น่าจะพอ ผมชื่นชมท่านมาก หรืออาจจะมองไปที่ ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์ เรื่องจีน หรือติดตามอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน หรือ สุทธิชัย หยุ่น จาก The Nation ก็ดี
สำหรับผู้ฟังคงต้องเน้นว่า.. ติดตาม เข้าใจ และปรับตัว เปลี่ยนวิกฤติมาเป็นโอกาส มีวิธีการเรียนแบบ Learning how to learn อย่าcopy อย่าคิดว่ารู้ ต้องมีความใฝ่รู้อยู่เสมอ และคิดวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจของเรา
7) ในความเห็นของผมเรื่อง World Order สามารถมองไปได้ไกลย้อนหลัง 200 ปี และต้องเข้าใจบริบท แต่เพื่อให้เห็นภาพที่กระทบกับเรา ผมมองแค่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มี 3-4 ประเด็นที่จะเสริม
- สงครามเย็นระหว่างอเมริกา กับสหภาพโซเวียต จนการล่มสลาย ของ Soviet Union
- มาในยุคอเมริกามีบทบาทสูง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการทหาร
- สงครามใหญ่ยังไม่มี แต่สงครามเล็กๆเต็มไปหมด แต่วันนี้จีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งการทหารและเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลก
- Russia ภายใต้การนำของ Putin เริ่มต้องการมีความเป็นมหาอำนาจกลับคืนมา ดูปัญหาของ Ukraine เป็นตัวอย่างที่ดี
จีน พูดถึงการเปลี่ยนแปลง
1. สร้างความรู้สึกถึงตระหนักถึงความจำเป็น สร้างความรู้สึกกระตือรือร้น และเร่งด่วนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร (Establishing a sense of urgency)
2. การรวมกลุ่มที่มีพลังมากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Forming a powerful guiding coalition)
3. สร้างวิสัยทัศน์ (Creating a vision)
4. การสื่อสารและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ (Communicating the vision)
5.การให้อำนาจ และทำให้คนในองค์กรดำเนินการตามวิสัยทัศน์ (Empowering others to act on the vision)
6. การวางแผนเพื่อให้เกิดความสำเร็จในระยะสั้น (Planning for and creating short-term wins)
7. ประมวลการปรับปรุงเหล่านี้ให้ครบถ้วน (Consolidating Improvements and Producing Still More Change)
8. ปลูกฝังวิธีใหม่ในองค์การให้คงอยู่ (Institutionalizing new approaches)
สำหรับ Leadership เพื่อรองรับ New World Order ผมมี 3-4 ประเด็น
1)ถามตัวเองว่า.. Leadership สำคัญอย่างไร? คิดให้ดี
2)Leader แตกต่างจากManager อย่างไร?
ทั้ง Change และ leadership เป็นเรื่องที่อยู่ใน human capital ต้องมีการปลูก เก็บเกี่ยว และ ทำให้สำเร็จ ซึ่งเรื่องทุนมนุษย์เป็นเรื่องที่ทำยาก และต้องใช้เวลานาน
leadership การมีผู้นำที่มองอนาคต และจัดการกับ new world orderได้
สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างผู้นำ กับผู้จัดการคือ
เราจะปลูกฝัง หรือ Develop Leadership ในองค์กรด้วยวิธีอะไรที่ได้ผล ไม่ใช่แค่มาฟัง 3 ชั่วโมง ขอยกตัวอย่างการทำงาน10 ปีที่ กฟผ. และการฝึกผู้นำที่คณะแพทย์ฯ มอ.
ในความเห็นของผม เพื่อจะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือ Leader จะต้องเป็นผู้นำในการเรียนรู้ จะต้องมีความใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง KM ไม่ใช่ LO
ผมคิดว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างน้อยๆ จะตอบโจทย์ได้ 3-4 เรื่อง
–จะอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันได้
–จะเกิดการทำงานที่มีคุณภาพสูง (High Performance)
–จาก Good อาจจะไปสู่ Great
–พนักงานจะภูมิใจและมีความสุขในการทำงาน
–การทำงานอย่างยั่งยืนในอนาคต
ผู้นำในบริษัทของเราต้องมองภาพใหญ่ คล้าย ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯของเราท่านทรงเน้น ThinkGlobal – Act Local นอกจากนั้นผมคิดว่าเราต้องมองจากเน้น Macro ไปสู่ Micro ด้วยและกำหนด Vision ให้รองรับกับ New World Order ให้ได้แล้วนำไป Set Goals ให้ชัดเจน
ผมเสนอแนวทางภาวะผู้นำของผม 9 ข้อและเปรียบเทียบกับ Peter Drucker ว่าจะนำมาปรับปรุงอย่างไรให้ใช้ได้ในบริบทของ TCC Land
Peter Drucker
1.Ask what needs to be done
2.Ask what’s right for enterprise
3.Develop action plans
4.Take responsibility for decision
5.Take responsibility for communicating
6.Focus on opportunities not problems
7.Run productive meetings
8.Think and say We not I
แนวคิดของดร.จีระ
1.Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต
2.Anticipate change การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง
3.Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม
4.Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง
5.Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น
6.Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะและความ รวดเร็ว
7.Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจ
8.Teamwork ทำงานเป็นทีม
9.การบริหารความไม่แน่นอน
ทฤษฎี 8K’s
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
ทฤษฎี5K’s
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
การพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย 8K’s + 5K’s และการบริหารทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพจะนำไปสู่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต คือ
-Standard มีมาตรฐาน
-Quality มีคุณภาพ
-Excellence มีความเป็นเลิศ
-Benchmarking เทียบเคียงกับคู่แข่งได้
-Best Practice เป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีที่สุด
การบริหารทุนมนุษย์ให้เป็นเลิศ ซึ่งผมเรียกว่า “ช่วงการเก็บเกี่ยว” เพราะแต่ละคนมีความสามารถ แต่จะใช้หรือสามารถดึงเอาศักยภาพออกมาใช้ได้มากแค่ไหน..นำมาสู่ทฤษฎีที่สำคัญ อีก 2 ทฤษฎี คือ
ทฤษฎี 3 วงกลม
ทฤษฎี HRDS
Happiness
Respect
Dignity
Sustainability
ผู้นำ ต้องบริหารจัดการให้พนักงานอยู่กับเรา ทำอย่างไรให้พนักงานมีความสุข ต้องดึงความเป็นเลิศจากข้างในออกมาข้างนอก ทำให้เป็นสังคมการเรียนรู้
Workshop
กลุ่ม 1
1)เปรียบเทียบความคิดของผมกับ Drucker จะนำความคิดส่วนไหนของ 2 ท่านมาประยุกต์ใช้ในการปรับเข้าสู่ New World Order ของ TCC Land
กลุ่ม 2
1) เปรียบเทียบความคิดของผมกับ Drucker จะนำความคิดส่วนไหนของ 2 ท่านมาประยุกต์ใช้ในการปรับเข้าสู่ New World Order ของ TCC Land
ก่อนตอบคำถาม ขอชื่นชมอาจารย์ที่สอนพวกเราเรื่องการข้ามศาสตร์ และมาตรฐานของ TCC Land คือการเข้าสู่ระดับ world class
ธุรกิจเราเน้นเรื่อง Eco friendly green building
Drucker
- การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง
- รู้จักใช้จังหวะและความ รวดเร็ว
- บริหารความไม่แน่นอนได้
อ.จีระ แนะนำว่า บริษัทต้องวางแผนวิจัย เรื่อง Talent ก่อน
ซึ่งTalent ไม่ได้เก่งงานอย่างเดียว ต้องเก่งทุกๆด้าน
2) ส่วนไหนของ 8K’s - 5K’s และการเก็บเกี่ยว ควรจะนำมาพัฒนาและบริหารผู้นำTCC Land เพื่อรองรับ New World Order? จะต้องประยุกต์ใช้อย่างไร? มีจุดอ่อนอย่างไร?
8K’s ทุนแห่งความยั่งยืน : เป็นการมองระยะยาว เป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการ อาจารย์จีระ แนะนำเรื่องคุณธรรมจริยธรรม
เรื่อง 5K’s เรื่องทุนความคิดสร้างสรรค์ และ ทุนทางนวัตกรรม
กลุ่ม 3
1) เปรียบเทียบความคิดของผมกับ Drucker จะนำความคิดส่วนไหนของ 2 ท่านมาประยุกต์ใช้ในการปรับเข้าสู่ New World Order ของ TCC Land
Drucker
- มองเรื่องFocus on opportunities not problems
- Run productive meetingsต้องนำโอกาสที่มองเห็นมาทำเป็นรูปธรรม
แนวของอ.จีระ:
2) ส่วนไหนของ 8K’s - 5K’s และการเก็บเกี่ยว ควรจะนำมาพัฒนาและบริหารผู้นำTCC Land เพื่อรองรับ New World Order? จะต้องประยุกต์ใช้อย่างไร? มีจุดอ่อนอย่างไร?
คุณพิชญ์ภูรี: ใน 20 นาที การทำ workshop รู้สึกว่าเป็นการเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ ถ้าเรารู้วิธีการจัดการบริหารก็จะดี ใน 20 นาที
ฝึกความเป็นผู้นำ ต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
มีการจัด Team building
ฝึกการฟัง ด้วยการเรียนรู้แบบ Learn share care
กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่ๆ
ขอชื่นชมทุกท่านว่าใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ และนำเสนอได้ดี
วันนี้ขอให้ได้ความรู้ติดตัวไปและนำไปใช้ต่อไปได้
ดร.สร้อยสุคนธ์: วันนี้ขอชื่นชมทุกท่านว่าเห็นความเป็นเลิศในตัวทุกคน เรื่อง Gap gen เรื่องการสื่อสาร ต้องแก้ปัญหาโดยการใช้ระบบไอทีมาช่วย
กระตุ้นให้สังคมไทยคิดtrend ล่วงหน้า 20 ปี อย่าง Dynamic ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างมีความสุข