น้ำหนืดน้ำเขียว เกี่ยวกับแอมโมเนียและไนไตรท์ในบ่อเลี้ยงกุ้ง


ข่าวคราวเกี่ยวกับประมงที่มั่นอกมั่นใจว่าผลผลิตกุ้งปีนี้น่าจะได้มากถึง 3.1-3.2 แสนตัน เนื่องด้วยนโยบายเกี่ยวการเพิ่มปริมาณพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง 1,500 คู่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ในเรื่องการแก้ไขสายเลือดชิด ที่จะช่วยในเรื่องของความแข็งแรงขจัดความอ่อนแอให้หมดไป ซึ่งจะช่วยทำให้กุ้งมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โอกาสที่จะเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่างก็จะมีจำนวนลดน้อยลง อีกทั้งนโยบายในการเปิดห้องแลปให้บริการอย่างทั่วถึงทั่วประเทศและมีกรณีตัวอย่างให้ไว้ดูเป็นตัวอย่างอยู่หลายกรณี และอีกหนึ่งโครงการคือการผลิตจุลินทรีย์ ปม.1 ซึ่งอยู่ในกลุ่มโปรไบโอติกก็จะช่วยทำให้กระบวนการย่อยของกุ้งมีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้กรมประมงมั่นใจว่าสถานการณ์กุ้งน่าจะดีขึ้น โดยที่เอกชนนั้นคาดการณ์สถานการณ์แตกต่างจากกรมประมงคือคาดว่าจะสามารถผลิตกุ้งได้เพียง 2.7 แสนตันเพียงเท่านั้น

ก็ต้องตามลุ้นกันไปล่ะครับท่านผู้อ่าน เพราะสถานการณ์ตอนนี้เท่าที่ทราบก็อาจจะเรียกได้ว่าสถานการณ์ยังคละคลุ้งตลบอบอวนไปด้วยฝุ่นควัน เพราะโรงงานผลิตกุ้งแช่แข็งก็ล้มหายตายจากไปมากและโรงงานบริษัทใหญ่ๆก็อพยพโยกย้ายไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะอินเดียก็ถือว่ามากโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆชั้นนำของบ้านเรา ส่วนโรงงานที่อยู่ก็เปลี่ยนแปลงหันเหไปผลิตสินค้าชนิดอื่นทดแทน จึงทำให้สถานการณ์กุ้งในห้วงช่วงเดือนที่ผ่านมาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก อีกทั้งปัญหาในเรื่องของโรคอีเอ็มเอสที่ยังแก้ไม่ตกก็ถือเป็นตัวฉุดรั้งสถานการณ์กุ้งให้ตกต่ำด้วยเช่นกัน

การลดต้นทุนด้วยการทำบ่อให้สะอาด ให้อาหารแบบพอเหมาะพอดีมีการเช็คยอ นอกจากจะช่วยทำให้กุ้งไม่เครียด แข็งแรง โตเร็วแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการเน่าเสียซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งในกระบวนการย่อยสลายท้ายที่สุดจะเกิดก๊าซไนโตรเจนที่ทำให้สาหร่ายหรือแพลงค์ตอนในท้องน้ำเจริญเติบโตงอกงามจำนวนมากก่อให้เกิดน้ำเขียวน้ำหนืดเหนียวข้นก่อให้เกิดปัญหาพีเอชแกว่งในเวลากลางวันและกลางคืนทำให้กุ้งหรือปลาเครียดโตช้า ดังนั้นการใช้จุลิทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายขี้กุ้งโดยเฉพาะหรือหินภูเขาไฟจับก๊าซของเสียที่พื้นบ่อก็จะช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียช่วยให้กุ้งไม่เครียดโตเร็วมากยิ่งขึ้น ต้นทุนต่ำเพราะไม่ต้องใช้ยาหรือวิตามินมาช่วยเสริมเพิ่มเติมมากจนเกินไป

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

หมายเลขบันทึก: 575973เขียนเมื่อ 9 กันยายน 2014 15:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 กันยายน 2014 15:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี