๗/๐๙/๒๕๕๗

**************


                  ปรับ “พราหมณ์เก่า” เข้า “พราหมณ์ใหม่”

พุทธองค์ทรงปรับกับมานพ                     น้อมเคารพถามไถ่ได้ศึกษา

ชื่อว่า”พราหมณ์”คำนี้เคยมีมา                วรรณะพาแตกต่างอย่างที่เป็น

เพราะว่าฉันนั้น “เกิด” กับแม่พ่อ              ผู้สืบต่อโคตรเหง้าเราพึงเห็น

เจ็ดชั่วโคตรผ่านมาพาให้เป็น                 เรื่องบำเพ็ญบกพร่องมิข้องใจ

ศึกษาในไตรเพทพระเวทจบ                 สวดมนต์ครบมิขัดชัดแจ่มใส

มีศีลาจารวัตรหัดวินัย                           สั่งสอนให้บุคคลฝึกฝนตาม

รวมเป็นพราหมณ์เพราะ”ชาติ”มุ่งมาดมั่น  เป็นพราหมณ์นั้นอย่างไรจึงใคร่ถาม

พุทธองค์แนะเน้นเด่นงดงาม                     พราหมณ์ความตามวจีแบบนี้ตรอง

คนจะชั่วเพราะ “ชาติ” ก็หาไม่                    สัตว์ต้นไม้ “ชาติ” ไงใช่ทั้งผอง

คนชั่วนั้นเพราะ “กรรม” ทำช่ำชอง              เป็นพราหมณ์ต้องถือ “กรรม” อยู่ร่ำไป

ยกตัวอย่างชาวนารักษาวัว                        ทำนาทั่วคือ “กรรม” นำอยู่ได้

ศิลปะหลายอย่างต่างลวดลาย                   ไม่อดตายศิลปินทำกินกัน

เป็นพ่อค้าเพราะ “กรรม” คือการขาย           เห็นเรียงรายร่ำรวยด้วยสร้างสรรค์

เป็นผู้ร้ายหรือโจรจี้ปล้นกัน                       “กรรม” คือหมั่นลักชิงวิ่งแย่งมา

เป็นราชาเพราะ“กรรม”คือนำรัฐ                  ช่วยป้องปัดสิ่งร้ายคลายปัญหา

แม้เป็นพราหณ์เพราะ”กรรม”เคยทำมา        คือรักษาใจมั่นมิสั่นคลอน (สัญญมะ)

ฝักใฝ่ในประพฤติอย่างนักพรต                   ด้วยกำหนดมุ่งไปมิถ่ายถอน (ตบะ)

ข่มอารมณ์ฝันใฝ่ในนิวรณ์                          ระงับก่อนด้วยสติดำริมา (ทมะ)

เว้นจากการเมถุนหมกมุ่นจิต                    เพียรเพ่งพิศปรมัตถ์ตัดตัณหา(พรหมจรรย์)

ประพฤติครบจบพรหมจรรยา                     จึงชื่อว่าเป็น “พราหมณ์” ตามพุทธเอย.


หมายเหตุ

                  สรุปย่อความจากพระสูตร

พราหมณ์เก่า(เดิม)

-บุคคลที่เกิดจากพ่อกับแม่ที่มีวรรณะพราหมณ์ทั้งคู่

-พ่อแม่สืบสายโลหิตวรรณะพราหมณ์มา ๗ ชั่วโคตร/บรรพบุรุษ

-ไม่มีใครกล่าวหาว่าบกพร่องหรือมีมลทินในระหว่างวรรณะ

-ศึกษาไตรเวทจนจบและมีความแตกฉาน

-มีศีลาจารวัตรงดงาม

-รวมแล้วเป็น “พราหมณ์” เพราะ “ชาติ”

-***(ชาติ คือ การเกิด,กำเนิด,สายพันธุ์หรือเผ่าพันธุ์,วรรณะหรือชั้นชนก็ได้)***


พราหมณ์ใหม่(พุทธ)

-ติณชาติ รุกขชาติสำเร็จได้ด้วยชาติ

-สัตว์เล็กสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บกสัตว์น้ำสำเร็จได้ด้วยชาติ

-มนุษย์ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยชาติ แต่มีการเรียกตามกลุ่มของ “กรรม” (การกระทำ) คือ การปฏิบัตตามสายอาชีพของตน

-เป็นชาวนาเพราะกรรม(การกระทำ) คือ ด้วยอาศัยการรักษาโคทำนาเลี้ยงชีวิต

-เป็นศิลปินเพราะกรรมคือ ด้วยอาศัยศิลปะหลายอย่างเลี้ยงชีวิต

-เป็นพ่อค้าเพราะกรรมคือ อาศัยการค้าขายเลี้ยงชีวิต

-เป็นคนรับใช้เพราะกรรม คือด้วยการรับใช้ผู้อื่นเลี้ยงชีวิต

-เป็นโจรเพราะกรรม คือ อาศัยของที่เขาไม่ให้(ขโมย)เลี้ยงชีวิต

-เป็นทหารเพราะกรรม คือ อาศัยศาสตราวุธการต่อสู้เลี้ยงชีวิต

-เป็นพระราชาเพราะกรรม คือปกครองบ้านและเมือง

-นามและโคตรที่กำหนดตั้งไว้ เป็นแต่สักว่า “โวหารในโลก”

-บุคคลที่เกิดจากมารดาใด ๆ ก็ไม่ชื่อว่า”พราหมณ์” ที่เห็นว่า “เป็นพราหมณ์เพราะชาติ” เพราะทิฎฐิที่นอนเนื่องในใจมาช้านานของสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่รู้นั่นเอง

-บุคคลจะชื่อว่าเป็นคนชั่ว เพราะชาติก็หาไม่ จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติก็หาไม่ ที่แท้ ชื่อว่าเป็นคนชั่วเพราะกรรม ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม

-เป็นพราหมณ์ด้วยกรรมอันประเสริฐ คือ ตบะ พรหมจรรย์ สัญญมะ และทมะ จนละกิเลสได้สิ้นเชิง

ข้อมูลประกอบการเขียนจากพระไตรปิฎก วาเสฎฐสูตร...

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=13&A=11070&Z=11248

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0...

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ   ขอบคุณGotoKnow