บุหรง..... ชวนให้หลงใหล

บุหรง เป็นไม้ดอกที่มีมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหล ในความแปลกหลายด้านด้วยกัน ในอดีตมักจะพบบุหรงในสวนผสม หรือที่เรียกกันว่า สวนสมรมในสวนไม้ผลภาคใต้ บุหรงจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้น มีร่มเงา ดังนั้นจะพบว่าบุหรงจะมีต้นไม้อื่นๆๆอยู่เคียงข้างสูงต่ำเสมอ ในปัจจุบันพบเห็นบุหรงน้อยลง แม้ว่า จะมีนกและสัตว์ป่าเช่น กระรอก นก ลิง จะช่วยในการการขยายพันธุ์โดยกินผลบุหรงเป็นอาหารก็ตาม แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศน์ต่างๆเปลี่ยนแปลงเป็นการสร้างสวนแบบพืชเชิงเดี่ยว ดังนั้นเรามาชื่นชมความงามแปลกตาของบุหรง และช่วยกันอนุรักษ์ต่อไป

  • บุหรงมีใบด้านบนเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างของใบมีนวลสีขาว หรือสีขาวอมฟ้าเคลือบ ถ้าเข้าไปอยู่ใต้ต้นบุหรง และมองผ่านขึ้นไป จะมองเห็นเป็นพุ่มไม้ที่มีใบสีฟ้านวล แปลกตา
  • และอีกสิ่งที่ทำให้บุหรงนี้มีความสวยงาม บุหรงมีดอกประกอบด้วยกลีบดอกเพียง 3 กลีบ ประกบกันเป็นแท่งคล้ายเหล็กสามเหลี่ยม บางดอกอาจจะเป็นแท่งตรงๆ บางดอกอาจจะเป็นแท่งบิดเบี้ยว แล้วบางดอกก็จะเป็นแท่งปลายเรียวแหลม บิดเป็นเกลียวน่าทึ่ง น่าพิศวงมาก และมีสีสันแตกต่างกันออกไปมากมาย จะเรียกว่า “หลากหลายพันธุ์” ก็ได้ และที่พิเศษก็คือ ในต้นเดียวกันมีดอกรูปร่างหลายแบบ มีสีสันต่างๆ กัน ในช่วงดอกตูม กลีบดอกมีสีเขียว พอดอกใหญ่ขึ้นและเริ่มบาน จะมีสีขาว ขาวนวล เหลือง ชมพู ส้ม แสด แดง ม่วง ม่วงแดง และม่วงอมดำ แต่ละดอกจะโชว์ความสวยงามอยู่ได้หลายวัน
  • เมื่อดอกบุหรงบาน “บานแบบไม่บาน” กลีบดอกจะขยายขนาดใหญ่ขึ้น จะไม่บานแยกออกจากกันเป็นกลีบๆ เฉกเช่นดอกไม้ทั่วไป แต่ก็ยังคงประกบกันอยู่เหมือนเดิม และเมื่อใกล้โรย กลีบดอกจะเหี่ยวและหลุดร่วงลงสู่โคนต้นพร้อมกัน
  • และบุหรง ยังเป็นแหล่งอาหารในระบบนิเวศน์ที่สมบรูณ์ของป่า เพราะมีช่อผลสุกสีแดงเนื้อฉ่ำ ล่อตาล่อใจนกและสัตว์ป่านานาชนิด ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บุหรงนั้น ชวนให้ใครหลงใหลจริงๆๆ

 

บุหรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dasymaschalon blumei  Finet & Gagnep

ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE

ชื่อพื้นเมือง : กระดังงาเขา (สุราษฎร์ธานี) นวลแป้ง (จันทบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้นเป็นไม้ต้นหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งก้านต่ำ เปลือกนอกเรียบสีเทา เปลือกในสีน้ำตาลอมแดง มี

กลิ่นฉุน เนื้อไม้เหนียว

ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม มีกลิ่น ไม่มีหูใบ ผิวใบเรียบทั้งสองด้าน หลัง ใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาวนวลอมฟ้า เส้นแขนงใบ 10-12 คู่ ใบหนาและแข็ง ใบด้านบนสีเขียวเข้ม ใบด้านล่างสี ขาวอมฟ้า

ดอก ดอกเดี่ยว ออกใกล้ปลายยอด หรือที่ง่ามใบ ดอกห้อยลง มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม สีม่วงหรือ เขียว ดอกอ่อนมีสีเขียว มีขนสั้นสีขาวปกคลุม กลีบดอก 3 กลีบ ขอบกลีบเชื่อมติดกันตลอดแนว กลีบบิดเวียนสี เหลือง เกสรเพศผู้สีชมพูอ่อน ขนาดเล็กจำนวนมากอัดเป็นวงกลม ล้อมรอบเกสรเพศเมีย กลีบดอกจะเปลี่ยนเป็นสี เหลืองขาวนวล ชมพูหรือม่วงแดง ก้านดอกสีม่วง กลีบดอกจะหลุดร่วงพร้อมกันทั้งสาม กลีบ ระยะเวลาออกดอก ออกผล เดือนมีนาคม – กันยายน

ผล ผลกลุ่ม มีผลย่อย 4-9 ผล ออกจากจุดเดียวกัน ผลรูปทรงกระบอก ผิวผลเรียบเป็นมัน มีรอยคอดในแต่ละช่วงเมล็ด ผลแก่สีแดง เนื้อฉ่ำน้ำ เป็นอาหารของนกและสัตว์ป่า ไม่มีก้านผลย่อย มี 2-6 เมล็ด เมล็ดรูปขอบขนานสีน้ำตาล

       พรรณไม้ที่ธรรมชาติสรรสร้างมาให้นั้น มีคุณค่าหลายๆๆด้านด้วยกัน หากให้ความสำคัญช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต จักเป็นแนวทางให้บรรพชนรุ่นต่อไป ได้เชยชมพรรณไม้งามเฉก เช่น บุหรง ให้อยู่เคียงคู่ป่าต่อไป......