เกิดอะไรขึ้น? เมื่อเดินกลับมีนา
อุโมงค์ช่วงที่ 2 ระหว่าง Jamarah กับมักกะ
หลังจากเตาวาฟฮํจญ์และซะแอเสร็จ ซึ่งประมาณบ่าย 2 โมงกว่าๆ คะ เราหิวกันมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าคะ นอกจากกาแฟแก้วเดียว เราเลยไปกินอาหารที่เดิมของของเราบนศูนย์การค้าบินดาวูดเหมือนเดิมคะ มื้อนี้้บังเซอร์เลี้ยงคะบอกว่าฉลองเสร็จสิ้นภาระหนักของพิธีฮัจย์ไปแล้ว เสร็จกลับไปเก็บของเตรียมตัวกลับไปนอนมีนา ซึ่งเราต้องนอนมีนาต่ออีก 2 คืนคะ
เราออกจากมักกะหลังมัฆริบคะ แน่นอนไม่มีปัญหาอะไรนะคะ เดินไปขว้างเสาหินวันนี้เป็นการขว้างวันแรกที่เราต้องขว้างทั้งหมด 3 ต้นคะ ใช้หิน 21 ก้อนเสาละ 7 ก้อนคะ เราขว้างเสร็จในชั้นที่ 1 คะ เพราะ Jamarah มีทั้งหมด 3 ชั้นคะ แต่อุโมงค์กลับไปมัสตับที่พัก อยู่ชั้นที่ 3 คะ ฟังแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมคะ มีลิฟท์และบันไดเลื่อนพร้อมเครื่องหมายชี้ทางไปชั้น 3 เรียบร้อยคะ The 3 rd Floor เราก็เดินตามทางไปชั้น 3 คะ ปรากฏว่า.....ปิดทุกเส้นทางทั้งบันไดเลือน ลิฟท์ ไม่ให้ใช้ ไม่ให้ขึ้นด้วยคะ ….อาหรับนี่...สุดยอดจริงๆ...
ทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าเส้นทางไม่ให้ขึ้น ไม่สนใจ เพราะเวลานั้นเป็นเวลาที่ฮุจญาจมาขว้างเสาหินกันเยอะคะ แถมยังพูดภาษาอังกฤษไมได้อีก ถามก็ไล่อย่างเดียวเลยคะ...ไล่เหมือนต้อนฝูงแกะยังไงยังงั้นเลยคะ ไล่ไปกับกลุ่มฮุจญาจที่มาขว้างเสาหินคะ….เราก็เลยต้องเดินไปกับกลุ่มฮุจญาจที่มาขว้างเสาหิน เพื่อไปเดินวกกลับมาอีกทางหนึ่ง ดิฉันว่าน่าจะประมาณ 3 กม. ไป-กลับ เห็นจะได้คะ ….ดิฉันเริ่มหงุดหงิดคะ แทบจะร้องไห้ แต่อาจารย์ชัยรัตน์ซิคะ น่ารักมากบอกว่าให้เราใจเย็นๆ คะ เดินก็เดิน บังบอกว่า "ถือว่าเรามาเดินเที่ยวซิน้องนุ้ย เดินไปดูมัสตับอื่นบ้างสนุกดีออก ไม่ใช่ได้มาเดินเที่ยวบ่อยๆ" และมัสตับที่เราเดินเข้าไปวกกลับน่าจะเป็นพวกเอเชียกลางคะ ตุรกีหรือซีเรียอะไรประมาณนั้นคะ เพราะมีบางคนพูดภาษาอังกฤษได้บ้างคะ เค้าบอกใ้ห้เราเดินขึ้นเขาไปทางด้านหลังคะ แต่ดิฉันไม่ไปเพราะดูแล้วน่าจะไกลน่าดูคะ ดิฉํนบอกอาจารย์ชัยรัตน์ให้กลับมาทางเดิมแล้วค่อยหาทางขึ้นชั้น 3 ไม่มีรูปมาฝากคะ เพราะไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปคะบอกตามตรง
เราเดินกลับมาด้วยความเหนื่อยอ่อนคะ คราวนี้ดิฉันบอกบังว่าดิฉันขอจัดการเองคะ ก็เลยเดินไปถามน้องทหารคนหนึ่งคะ น่ารักมากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรอกคะ เราก็บอกเค้าว่าเราต้องการไปมัสตับ 88 และต้องการขึ้นชั้น 3 เค้าเลยเปิดประตูให้เราขึ้นไปทางบันไดคะ เราขึ้นไปทางบันไดจนสุดอีกนะคะ น่าจะเลยชั้น 3 ไปคะ แล้วประตูบันไดก็ล๊อคคะ ลงมาไม่ได้ติดอยู่ในห้องบันไดนั้น ซึ่งเป็นชั้นของเจ้าหน้าที่คะ เราเคาะประตูถามแต่ปรากฏว่าได้เห็นความมีมารยาทแย่ ของชาวอาหรับอีกตามเคยคะ แต่โชคดีในห้องนั้นมีลิฟท์คะ...เราเลยกดลิฟท์และลงลิฟท์มาที่ชั้น 3 คะ....อัลฮัมดูลิลละ ….ทุกอย่างเรียบร้อยในที่สุดเราก็มาถึงขั้น 3 จนได้คะ เกิอบ 4 ทุ่มคะ เราติดอยู่ที่ Jamarah น่าจะประมาณ 2 ชม.คะ เราเดินต่อไปอีก 2 อุโมงค์คะก็ถึงที่พักคะ พอถึงที่พักยังไม่ทันได้นั่งเลยคะ มีฮุจญาจที่ไปด้วยกัน จาก อ. จะนะเสียชีวิตในเต้นท์ที่ดิฉันนอนคะ นอนคนละล็อคกับดิฉันคะ ....อัลลออูอักบัร...วันนี้...อะไรจะขนาดนั้นคะ
ดิฉํนคุยกับบังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อัลเลาะห์ต้องการจะบอกอะไรเรา อย่างหนึ่งคือว่า เราอย่าคิดว่ามนุษย์จะช่วยเหลืออะไรเราได้ แต่ความจริงไม่ใช่คะ เรารู้ว่าไปทางไหน เราไม่ได้หลงทางคะ แต่เราก็ไม่สามารถไปทางนั้นได้ เพราะความไม่เข้าท่า การเอาแต่ใจ เอาแต่ความสะดวกส่วนตัว หรือเอาแต่ความง่ายของตัวเอง และการไม่ยึดกฏระเบียบของคนบางกลุ่ม ซึ่งบางครั้งเราต้องรอเวลาและจังหวะที่เหมาะสมถึงจะผ่านมันไปได้คะ ในทีสุด...ก็เป็นการฝึกความอดทน อดกลั้น ใจเย็น ....ทุกอย่างจะแก้ปัญหาได้เองคะ
เหนื่อยไปด้วยเลยค่ะ
ชอบข้อคิดในย่อหน้าสุดท้ายค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ GD มากคะ ไม่ว่าเราผ่านความยากลำบากมากแค่ไหนก็ตาม หากเรารู้ว่าเราได้อะไรจากความยากลำบากนั้น มันคุ้มคะ อาจารย์