๑๕ ปีผ่านไป กับการจากลาของ "แม่" จากโลกใบนี้
สำหรับฉัน "แม่บัว" ยังอยู่ในใจของฉันตลอดเวลา...
แม้นว่า ปัจจุบันฉันไม่มีแม่ แต่ฉันยังมีพ่อที่ฉันต้องดูแล
พ่ออายุ ๘๐ ปี ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์...พ่อบ้าน ฉัน
น้องเพรียง และพี่ภัคร ต่างช่วงกันดูแลท่านตลอด...
ท่านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงนับเป็นภาระที่
ลูก ๆ หลาน ๆ ต้องช่วยท่าน ช่วยอุ้ม ช่วยยก ช่วยป้อนข้าว
ป้อนน้ำ ฯลฯ ทำได้เท่าที่ลูก ๆ หลาน ๆ จะพึงกระทำ
ในฐานะที่เป็นลูก หลาน ควรกตัญญู...แม้แต่เจ้าฟ้าคราม
ยังขอช่วยป้อนข้าวตาทวด...ฉันเห็น ฉันยังอดชื่นชม
"ฟ้าคราม" ไม่ได้...เธอทำด้วยใจของเธอ...เห็นแล้ว
ฉันอดน้ำตาคลอไม่ได้...เป็นภาพที่เธอเห็น เธอทำในวัย
ที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ เธอสามารถทำได้...เธอป้อนไป เธอก็
พูดกับตาทวดไป ตามที่ใจเธอต้องการจะพูด...ทำให้ฉันนึกขำ
ไม่ได้กับคนชราวัย ๘๐ ปี กับเด็กเพียง ๓ ขวบ เขาและเธอ
พูดและสื่อสารกันรู้เรื่องด้วยล่ะ...สุดท้ายก็มีแต่รอยยิ้มให้กัน
และกันทั้งฉัน ตาทวดและฟ้าคราม...
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ปีนี้ เป็นวันแม่เช่นเคย...
มหาวิทยาลัยปิดงานให้ ๔ วัน...ฉันได้หยุดงานยาวอีกแล้ว
ทุก ๆ ครั้งกับการปิดงานยาวเช่นนี้...เป็นไปไม่ได้ว่าฉันจะไป
ที่อื่น...สิ่งที่ฉันทำ นั่นคือ กลับไปหาครอบครัวของฉัน...พ่อ +
พ่อบ้าน + น้องเพรียง + น้องอ้อม + ฟ้าคราม รอฉันอยู่ที่บ้าน
อีกหลังหนึ่งที่อำเภอพรหมพิราม ฉันกลับบ้านไปพร้อม ๆ กับ
พี่ภัคร...ฉันได้ทำกิจกรรมทดแทนพระคุณพ่อ ดูแลท่านแทน
พ่อบ้านซึ่งถ้าฉันมาทำงานและพักอยู่ที่บ้านที่พิษณุโลก ก็จะ
ดูแลพ่อของฉันให้แทน...เป็นเช่นนี้ วันแล้ว วันเล่า นับจากที่
พ่อป่วยมาเกือบ ๔ ปี ที่ช่วยตัวเองไม่ได้...ครั้งนี้ พี่ภัครช่วย
โกนหนวด ตัดผมให้ตา สำหรับฉันอาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนน้ำให้
ดูพ่อผอมไปมาก เพราะได้แต่นอน แต่สิ่งที่เห็นบางครั้งท่านก็
จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง...
ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีแม่ แต่ฉันก็ยังมีพ่อที่ได้ทดแทนบุญคุณของ
ท่าน ยามเมื่อตอนฉันเป็นเด็ก ๆ ท่านได้เลี้ยงให้ฉันได้เติบโตมา
วันแม่ปีนี้ พี่ภัคร น้องเพรียงและฟ้าคราม นำพวงมาลัยมากราบ
ฉันเช่นทุก ๆ ปี ที่น่าขำ คือ ปีนี้ "ฟ้าคราม" โตมากขึ้น นำพวง
มาลัยมากราบฉันด้วยอีกคน เป็นฉันว่า ฉันมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีก
๑ คน...เธอมากราบฉัน และเข้ามาสวมกอดฉัน แถมกระซิบข้างหู
ของฉันว่า..."ฟ้าครามรักย่านะคะ"...ช่างประจบจริง ๆ นะเรา...
สำหรับพวกมาลัย เธอไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ...แอบแย่งของพ่อเพรียง
และนำมาให้กับย่าก่อน...ฉันขำอาการของเธอมาก...เธอเป็นเด็กฉลาด
ฉันก็บอกเธอตอบไปว่า..."ฟ้าฯ ต้องเป็นเด็กดีนะคะ...ตั้งใจเรียน"...
และโตขึ้นหนูจะเป็นอะไรค่ะ? เธอตอบย่าโดยไม่ลังเลว่า "เป็นหมอ"
เอาล่ะ...ฝังใจจริง ๆ กับคำ ๆ นี้...คอยดูสิว่า อนาคตจะทำได้หรือไม่
กับความฝันของเธอ "ฟ้าคราม"
วันแม่ปีนี้ แม่ไม่ต้องการอะไรไปกว่า...การเป็นเด็กดีในสายตาของแม่
แม่เพียงแต่หวังว่า...ขอให้ลูก ๆ มีความสุขและมีอาชีพเลี้ยงตนเอง
ได้ก็คงพอแล้วกับชีวิตนี้...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๗
สำหรับแม่ที่มีให้ลูก ๆ นั่นคือ "หนึ่งเดียว คือ แม่"...
