๑๐ ส.ค.๕๗ ... ครบรอบ ๑ ปี ในการที่ข้าพเจ้าหยุดเสพติด "กาแฟ" ได้สำเร็จ

"กาแฟ" ทานมาตั้งแต่เรียนปริญญาโท เพื่อหวังจะตาสว่าง
เพราะจะได้ทำการบ้านและทำวิทยานิพนธ์ได้ดึก ๆ อึด ๆ

เคยพยายามจะหยุดมาเป็นระยะ ๆ
หยุดมากที่สุดครั้งหนึ่ง คือ ๑ เดือน

แต่หลังจากนั้นก็กลับมาทานอีกหลายครั้ง

รู้สึกถึงการเสพติดที่มีต่อมันอย่างรุนแรง
อาการของการเสพติด ก็คือ การง่วงเหงาหาวนอน
ไม่กระปรี้กระเปร่า สมองไม่แล่น

แต่หากได้ทานเมื่อใด
อาการก็เป็นตรงกันข้าม คือ ตาสว่าง กระปรี้กระเปร่า
สมองดูสดใส ทำงานดึก ๆ ได้ตลอด

...

...

ที่มา : http://kafaesansuk.files.wordpress.com/2011/03/117...

...

...

หลังจากเรียนจบ ก็เข้าสู่ชีวิตของคนทำงาน
ไม่ต้องพูดถึงว่า "กาแฟ" มันคู่กับคนทำงานเสมอ

เช้า ๆ สักแก้ว ...
กลางวัน หลังอาหาร สักแก้ว ...
หากจะทำงานดึก ก็เย็น ๆ สักแก้ว ...

ยิ่งมีงานสัมมนา อบรมใด ๆ ก็ตาม
ยาม Break Time "กาแฟ" จะมาเป็นอันดับหนึ่ง
เพื่อหวังจะตาสว่าง ตาค้าง
ตั้งใจไม่หลับให้วิทยากรได้ดีใจ

ทานไปทานมา ก็เริ่มเสพติด

จาก "กาแฟแก้ว" กลายเป็น "กาแฟสด"
ที่เป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่
ที่เขาโหมโฆษณากันทั้งบ้านทั้งเมือง

ร้านนี้อร่อย ร้านโน้นอร่อย
วิ่งหากันอย่างเมามัน

ไปเที่ยวที่ไหนก็ย่อมต้องหาร้านกาแฟสดเท่ ๆ
บรรยากาศดี ๆ ไว้ก่อนใคร
แล้วก็นำมาคุยไว้ใน Social ต่าง ๆ มากมาย

แต่ ... กระเป๋าตังค์ฉีก สำหรับมนุษย์เงินเดือนจน ๆ
อย่างเรา ;)...

...

...

นโยบายการหยุดกาแฟ เริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

...

เหตุเกิดจากการไม่สบาย เป็นไข้หวัดใหญ่ นอนซม
และต้องทานข้าวเช้า เพื่อให้ได้ทานยา

หากทานกาแฟไป ก็ไม่ต้องนอนหลับพักผ่อนกันพอดี
จึงหยุดไปโดยปริยายและความตั้งใจเล็ก ๆ  ก่อน

ที่นี้ไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดใหญ่
กลับมีอาการเก่า ๆ คือ ปวดหลังหลังจากการหายไข้ตามมาอีก

คราวนี้หยุดกาแฟจริง ๆ แล้วล่ะ
ไม่งั้นทานยาลำบาก

เลยกลายเป็นปณิธานเพื่อการเอาชนะใจตนเอง คือ

การยุติการทานกาแฟอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ต้องให้ได้ยาวเกินกว่า ๑ เดือน
ที่เคยทำได้เอาไว้

ดังนั้น จึงปฏิบัติมาเรื่อย ๆ ๆ ๆ คือ งดทานกาแฟ
ไม่ว่ากลิ่นมันจะเย้ายวนแค่ไหน ก็ต้องทำให้ได้

งานสัมมนา ก็ตอบปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย
ความมุ่งมั่นเท่านั้นจะทำให้เป้าหมายของเราเป็นจริง

กับแค่เรื่อง "กาแฟ" ก็ต้องทำให้ได้
งานใหญ่ในชีวิตต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

...

แต่ก็หาใช่ว่า ผมจะหยุดคาเฟอีนได้ทั้งหมด
ผมเลือกที่จะใช้ "ชา" แทน ชาที่คาเฟอีนต่ำ ๆ
จนกระทั่งในระยะหลัง "ชาอู่หลง" ร้อน ๆ
กลายเป็นเครื่องดื่มยามเช้า

เนื่องจาก "ชาอู่หลง" ร้อน ๆ มีสรรพคุณคือ

...

สรรพคุณชาอู่หลง ชาอู่หลงนั้นขึ้นชื่อว่ามีสรรพคุณมากมาย ในบรรดาชาหลากหลายชนิดชาอู่หลงมีสรรพคุณที่โดดเด่นกว่าใคร ชาอู่หลงขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยในการดูดซึมไขมันและควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้สรรพคุณชาอู่หลงยังช่วยลดการเกิดโรคต่างๆ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ลดอาการปวดบวมอักเสบ
  • ลดคลอเลสเตอรอล
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งและการแก่ก่อนวัย
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
นักโภชนาการจากนานาประเทศต่างศึกษาสรรพคุณของชาอู่หลง ยกตัวอย่างเช่นนักวิจัยสหรัฐฯ ตีพิมพ์บทความในวารสาร Journal of Nutrition กล่าวถึงชาอู่หลงเป็นตัวล้างพิษ สามารถกำจัดล้างอนุมูลอิสระซึ่งทำลายดีเอ็นเอในกระแสเลือดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่าชายังสามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้ถึง 4% และลดไขมันเลวลงได้ 8% จึงเป็นที่มาว่าทำไมชาอู่หลงจึงช่วยลดการเกิดโรคหัวใจลงได้
นอกเหนือจากสารคาเทชิน(Catechin) ที่มีอยู่ในชาอู่หลงและชาทุกประเภทแล้ว กระบวนผลิตชาอู่หลงซึ่งใช้การหมักเพียงบางส่วน ทำให้เกิดสารพิเศษที่เรียกว่า OTPPs หรือ Oolong Tea Polymerized-Polyphenols ซึ่งพบเฉพาะในชาอู่หลง OTPPs เป็นกลุ่มสารโพลีฟีนอล โดยเปลี่ยนแปลงมาจากสารคาเทชิน จากการหมักตัวของใบชา OTPPs เป็นพระเอกโดดเด่นในเรื่องของการลดและควบคุมปริมาณไขมัน โดบยับยั้งการทำงานเอนไซม์ไลเปสซึ่งเป็นเอนไซม์ดูดซึมไขมันในลำไส้เล็ก ทำให้ลดการดูดซึมไขมันลง
การศึกษาวิจัยยังพบว่าอู่หลงที่มีสาร OTPPs กลุ่มตัวอย่างดื่มหลังจากรับประทานอาหารแล้วสามารถช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ได้ดีกว่าชาอื่นๆ และช่วยการขับไล่ไขมันออกทางอุจจาระ ของเรียกได้ว่าเป็นตัวดักจับและกำจัดไขมันตัวฉกรรจ์เลยทีเดียว นอกจากนี้ OTTPs ยังทำให้เกิดสี และกลิ่นเฉพาะของชาอู่หลงซึ่งหอมหวลและมีรสชาติที่ลุ่มลึกกว่าชาชนิดอื่นๆ

ที่มา :http://www.thehighlandtea.com

...

แล้วในที่สุด วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ 

ผมก็สามารถหยุดดื่มกาแฟได้ครบรอบ ๑ ปีเต็ม

...

กว่าจะทำได้ครบ ๑ ปี
ต้องมีทั้งความมุ่งมั่น ความพยายาม
ความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะทำให้สำเร็จ

ละทิ้งกิเลสและความอยากลง
ปลงใจให้ได้กับกลิ่นและรสอันยั่วยวนของกาแฟ

ผมพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่า 

"ผมสามารถจะทำสำเร็จได้"

...

ส่วนใครจะมีเหตุผลอย่างไรในการไม่หยุดดื่มกาแฟ
นั่นก็เป็นเหตุผลและความเชื่อส่วนตัว

ผมคงไม่สามารถไปพูดอะไรต่อได้
ได้แต่พูดกับตัวเองคนเดียว

...

ประโยชน์ที่ผมได้รับง่าย ๆ สำหรับตัวเอง คือ

1. ผมเอาชนะตัวเองได้
2. ประหยัดสตางค์ในแต่ละเดือนได้มากขึ้น

...

คนเรา หากตั้งใจจะทำอะไรแล้ว
ย่อมมีหนทางแห่งความสำเร็จรออยู่เสมอ
เพียงแค่มีความเพียรและพยายาม

...

จึงขอบันทึกเอาไว้ ณ ที่นี้

...

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

...

...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าหลังต้นไม้



ความเห็น (26)

เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

ผมยังดื่มอยู่เลย

แต่ดื่มวันละสองแก้ว

เด็กและสตรีมีครรถ์โปรดพิจารณา อ้าวไม่ใช่หรือ

ผมพยายามลดกาแฟครับ

สมัยก่อนดื่มกาแฟเยอะมาก( จนตัวดำเกี่ยวกันไหมเนี่ย)555

ขอบคุณอาจารย์มากๆครับที่บันทึกเรื่องดีเกี่ยวกับกาแฟ

เขียนเมื่อ 

ยินดีด้วยครับ ผมดื่มชามาเป็นสิบๆปีแต่ไม่ใช่อู่หลง เพิ่งได้รับรู้ประโยชน์ของชาในทางวิชาการ ขอบคุณ




เขียนเมื่อ 

ห้ามดื่มเกินวันละ ๒ แก้วร้อน ๆ คือ อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ตัวจริงครับ 555

อย่างน้อยอาจารย์ก็มี Limit ไงครับ สุดยอดเล้ย ;)...

เขียนเมื่อ 

เพิ่มชาไปอีกสักชนิดนะครับ ท่านอาจารย์ ประธาน ;)...

ผมทานของโครงการหลวงอยู่ครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

อาจารย์ตัดใจได้เยี่ยมมากครับ...ผมแย่ทั้งกาแฟ และชาครับ

เขียนเมื่อ 

"ใจสู้" ไว้ก่อนครับ คุณหมอ ทิมดาบ 555

เขียนเมื่อ 

ผมดิ่มชาเป็นประจํามานานมากแล้ว แต่เป็นชาที่ชื่อซุ่ยเซียนของฮกเกี๋ยน คนแต๊จิ๋วนิยมดื่มครับท่านอาจารย์wasawat

เขียนเมื่อ 

"ซุ่นเซียน" นะครับ ท่าน ประธาน ;)...

เดี๋ยวมีลองครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ลดได้แต่ยังไม่สามารถละ เพราะ
หนึ่ง ลดน้ำตาล

สองประหยัดสตางค์ในแต่ละเดือนได้มากขึ้น, The same reason!  

เขียนเมื่อ 

ว้าว ขอบคุณมากครับ พี่หมอเล็ก ภูสุภา ;)...

เขียนเมื่อ 

ก็หยุด แต่มาดื่ม เพราะอาจารย์ขจิต ชงให้ดื่มทีเชียงใหม่
แกย้ำว่า "พี่ชงอร่อยๆ"...55

เขียนเมื่อ 

อันนี้ผมเป็นพยานสำคัญให้เลยครับว่า อาจารย์ขจิตพูดเช่นนั้นจริง ๆ 555

เขียนเมื่อ 

หยุดกาแฟสด กาแฟแสนแพง สุขภาพกายดี สุขภาพกระเป๋าก็ดีขึ้น กระเป๋าอ้วนขึ้นตึงขึ้นหนอ 

เขียนเมื่อ 

แน่นอนครับ พี่แจ๋ว หนูรี เย้ ๆ

เขียนเมื่อ 

"แก้วเดียว"..อนุโลม..เป็นยา.."...เช้าแก้วเดียว..ช่วยขับถ่าย..กาแฟ..ถ้าไม่ดื่ม..หกเจ็ดแก้วต่อวัน..ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ..(อ่านมาจำไม่ได้แล้ว)..ปลูกไว้หลังบ้านซักสามต้น...ราคาไม่กี่ตังส์...สามปีก็เห็นดอกเห็นผล...เก็บคั่วเอง.แจกชาวบ้านบ้าง..ก็ดีนะ...

เขียนเมื่อ 

ที่บ้านปลูกไว้เล่น ๆ ๑ ต้นครับ คุณ ยายธี ;)...

เขียนเมื่อ 

อาจารย์เก่งจัง     

พี่ยังหยุดไม่ได้สักทีค่ะ

แต่ เรื่องชา  ก็น่าสนใจนะค่ะ    ขอบคุณค่ะ^^

เขียนเมื่อ 

อ๋อ !!!!  คุณครูเงาหันมาดื่มชาอู่หลง   เพราะต้องการลดโรคหัวใจนี่เอง   เข้าใจละ  ^_,^

เขียนเมื่อ 

สู้ สู้ ครับ พี่ คุณแจ๋ว ;)...

เขียนเมื่อ 

แหม ช่างรู้ใจจริง ๆ คุณหมอธิ ธิรัมภา 555

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมในความมุ่งมัั่นตั้งใจค่ะ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ คุณ ถาวร ;)...

ผมก็คิดว่าน่าจะเลิกบ้าง   ตอนนี้แค่ลดจำนวนลงเหลือวันละสองแก้วเช้าเย็น

ขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องกาแฟและชาอู่หลง  ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ยินดีครับ คุณพ่อ เครื่องหมาย ? คำถามเดี่ยว ;)...

เขียนเมื่อ 

ร้านกาแฟคงไม่ได้ตังค์ อ.เสือแล้วนะ

เขียนเมื่อ 

อดครับ คุณครูตุ่ม krutoom 555