เมื่อวานมีเพื่อนมาเรียนที่บ้านทั้งวัน จึงเริ่มดึกนิดหน่อย และ ดูเหมือนจะมีคนเข้าเรียนไม่มาก ก็เลยเน้นประเด็นสั้นๆ ตามความสนใจของคนเข้าเรียน
โดยเน้นท่านที่มีเปลือกหอยแล้ว ขอให้ลองส่องดูบ่อยๆ จะชินตากับของแท้ และ จะเห็นความแตกต่างกับพระเก๊
มีท่านหนึ่งดูเปลือกหอยสามชิ้น ที่มีลักษณะภายนอกแตกต่างกันมากพอสมควร
เมื่อขยายแล้วกลับพบว่าทั้งสามชิ้นมีความเหมือนกัน คือมีส่วนเป็นผิวมันแข็งและสะท้อนแสงอยู่ที่สูงหรือเป็นส่วนยอดดูนูนขึ้นมา
โดยมีส่วนที่เป็น ฝุ่นสีขาวดูยุ่ยและไม่สะท้อนแสงอยู่ต่ำกว่าเป็นแบบนี้ทุกจุดทั่วไปแม้กระทั่งส่วนที่เราดูตาเปล่ามีลักษณะนวลขาวแต่เมื่อขยายดูก็พบส่วนที่แข็งเป็นมันอยู่บนส่วนยอดเหมือนกัน ตามลักษณะหลักสอง ในความเก่ามีความใหม่
แต่ความละเอียดระดับนี้ จะยังไม่ข้ามพ้นพระเก๊ไปได้ จึงเตือนให้ระวังลักษณะผิวมันเป็นปื้นๆ ที่ช่างทำมาหลอกเรา ของจริงๆต้องเป็นเม็ดเล็กๆ
ผมจึงตั้งคำถามนำประเด็นว่า....... การส่องเปลือกหอยช่วยแก้ปัญหา "ตาถั่ว" อย่างไรบ้างครับ
ประเด็นคำถามนี้คือ.............. หลักการจำลักษณะปูนเปลือกหอยให้แม่น ทำให้เราไม่หลงเนื้อและได้เรียนรู้กระบวนการเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวนอกและในครับ
และ ถามต่อว่า.......... ปูนเปลือกหอย ต่างจากพระสมเด็จอย่างไร
คำตอบก็คือ พระสมเด็จมีมวลสาร
แล้วมวลสารดูอย่างไร ก็ดูจากลักษณะของมวลสาร ที่มีการกร่อนที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงชั้นเนื้อ
สิ่งที่ท่านต้องพยายามจับให้ได้คือ ลักษณะ "ปูนเปลือกหอย" ที่ปรากฏบนองค์พระ ที่ช่างทำไม่ได้ หรือ ไม่เนียน
ลักษณะที่ว่าคืออะไร
ตามกระบวนการ ก็คือ การเคลื่อนตัวจากภายในสู่ภายนอก ความนุ่มนวลในที่ต่ำจะมีลักษณะนวลๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไม่แบ่งชั้น ในที่สูงที่เกิดการกร่อนจะมีเม็ดเล็กๆใสๆเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ ไม่เป็นปื้นแต่มีคราบน้ำมันอยู่โดยรอบบริเวณ ทั้งหมดคือปูนสุกปูนและตั้งอิ้ว เม็ดใสๆที่เกิดขึ้นจะมันวาวสะท้อนแสง
ในกลุ่มที่ 2 เน้นพระดูยาก เนื้อแก่ปูนดิบ ผ่านการล้าง
ฉะนั้น ถ้าเห็นพระโซนนี้ เน้นพิมพ์ชัดๆ อาจจะได้พระหลงได้โดยง่าย เพราะใครๆก็คิดว่าพระเก๊ ล้างแล้วก็จะคล้ายพลาสติกโปะแต่งสี
และอีกแบบก็คือ พระลงกรุ ผิวเลอะๆ เพราะแต่งผิวได้ง่าย
นี่คือความยาก ที่จะต้องอาศัยดู ความเหี่ยวของเนื้อ และผิว
แล้วความเหี่ยวดูอย่างไร ในพระล้าง
ปูนสุกในซอก/ขอบซุ้ม/ พื้นผิวที่ต่ำ พอได้ ถ้าตาคมพอ แต่ดูยากมากๆ
ผมได้นำพระสององค์จงใจ นำมาเทียบวัดระฆังกับบางขุนพรหมให้ดูเนื้อ
ถ้าคะแนนเต็มสิบ คะแนน ปูนดิบ ปูนสุก ตังอิ้ว จะได้
วัดระฆัง 8 -1 -3 แต่พระล้างแล้วใช้มาหนัก เลยมีคราบตังอิ้ว ขึ้นมากหน่อย
บางขุนพรหม 3-7-6 ล้างและใช้มาหนักเช่นกัน
ในภาพตังอิ้วจะชัดจากภาพมากกว่าการดูของจริง
พระระดับนี้ยังเหลือให้เห็น แต่จะค่อยๆหมดไปจากตลาด เพราะพวกเรานี่แหละ
การปรับมุมแสงก็ช่วยได้มากครับ สององค์นี้ถ้ากล้องไม่ช่วย ไม่มีวันมั่นใจ
จึงแนะนำให้หากล้องดีๆมาใช้ในการถ่ายภาพพระครับ
ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกท่านครับ