เก็บตกวิทยากร (12) : กรณีแผนเชิงรุกองค์กรระดับคณะ ปี ๒๕๕๖

กิจกรรมนอกหลักสูตรนั้น เป็นกระบวนการบ่มเพาะ สร้างเจตคติ อุดมคติ อุดมการณ์ต่อการเป็นพลเมืองของสังคม ซึ่งต้องใช้ห้วงเวลาอันยาวนาน ไม่ใช่สรุปผลและชี้วัดได้เหมือนการเรียนในหลักสูตรที่เมื่อสิ้นเทอม หรือสิ้นปีการศึกษาก็สามารถวัดผลการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ “สอบ” ในชั้นเรียนได้อย่างทันท่วงที

ภายใต้ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การผลิตบัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มุ่งสร้างเสริมให้นิสิตมีอัตลักษณ์ (ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) ตลอดจนการมีค่านิยม (MSU FOR ALL: พึ่งได้) อันหมายถึงความสามารถในการพึ่งตนเองและเป็นที่พึ่งของคนอื่น ซึ่งสัมพันธ์กับเอกลักษณ์มหาวิทยาลัย (เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน) และปรัชญามหาวิทยาลัย (ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน) อย่างชัดจน

อย่างไรก็ดีหากอาศัยกระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตร (กิจกรรมในชั้นเรียน) เพียงอย่างเดียว คงลำบากต่อการบรรลุเป้าหมายการผลิตบัณฑิตสู่การเป็น “พลเมืองที่ดี” ของสังคม จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการเรียนรู้นอกหลักสูตร (Extracurricular) หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า “กิจกรรมนิสิต” เข้ามาหนุนเสริมอย่างจริงจัง เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่สอดรับกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพราะเป็นการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) เรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Project base learning :PBL) เช่นเดียวกับหลายๆ กิจกรรมก็ใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-based learning : CBL)

ทั้งสามประเด็นล้วนเป็นการเรียนรู้ที่เน้นให้เกิดทักษะ (skill) ไม่ใช่เรียนรู้ท่องจำทฤษฎี เป็นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Learning by doing) อันเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดประสบการณ์ตรง (ปัญญาปฏิบัติ) และที่สำคัญคือไม่ใช่การเรียนรู้เชิงเดี่ยว หรือปัจเจกบุคคล แต่เป็นการเรียนรู้การทำงานที่เป็น “ทีม” ซึ่งการเรียนรู้ผ่านความเป็นทีมนี่เองที่ถือเป็นระบบและกลไกการสร้างทักษะการใช้ชีวิตอย่างมี “ความสุข” เป็นการพัฒนาคน พัฒนางานและพัฒนาสังคมไปพร้อมๆ กัน


มหาวิทยาลัยกับการรับใช้สังคม ( University Social Responsibility and Sustainability : USRS)
                  เมื่อพิจารณาแผนพัฒนานิสิตในระดับคณะ (ปี ๒๕๕๖) ที่สัมพันธ์กับทิศทางอันเป็นนโยบายมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผสมผสานกับหลักคิดของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ พบกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการเป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน ตลอดจนการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน หรือ “ชุมชนเป็นห้องเรียน” (ชุมชนนอกมหาวิทยาลัย) ที่น่าสนใจอยู่หลายกิจกรรม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

          ๑.ระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์และสิ่งแวดล้อม

              ๑.๑ กิจกรรมวิชาการและการบริการวิชาการ : ส่วนใหญ่เกี่ยวโยงกับวิชาชีพของนิสิต เป็นการออกสู่ชุมชนบนฐานคิด “เรียนรู้คู่บริการ” นำองค์ความรู้ไปถ่ายทอด และร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับชุมชน ทั้งในเรื่องบริบทชุมชนและภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับวิชาชีพของนิสิต มีทั้งที่ขับเคลื่อนโดย “ชมรม” ในสังกัดคณะและขับเคลื่อนโดยสโมสรนิสิต เป็นต้นว่า ค่ายสถาปัตย์สัญจร’13 (คณะสถาปัตย์ฯ) ค่ายหมอยาเรียนรู้ชุมชน (คณะเภสัชศาสตร์) ค่ายเคมี’10 ค่ายจุลินทรีย์สู่ชุมชน ค่ายสถิติพี่เพื่อน้อง’4 ค่ายสานสายใยพี่ให้น้อย’18 ค่าย SCIT ร่วมใจสามัคคีทำความดีเฉลิมพระเกียรติ ค่ายคณิตศาสตร์ (คณะวิทยาศาสตร์) โครงการปลูกผักเลี้ยงปลาเพื่อเป็นอาหารกลางวัน (คณะเทคโนโลยี) ค่ายอาสาพัฒนาสู่ชนบท (คณะแพทยศาสตร์) โครงการนิสิตพยาบาลจิตอาสาสร้างเสริมสุขภาพชุมชน (คณะพยาบาลศาสตร์)

              ๑.๒ กิจกรรมอาสาพัฒนา: ส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมในแบบบูรณาการ (สหกิจกรรม) มีกิจกรรมหลักและกิจกรรมรองหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งในมิติการบริการชุมชน การเรียนรู้ชุมชน ผสมผสานกับกิจกรรมนันทนาการ ฯลฯ ดำเนินการโดยชมรมและสโมสรนิสิต ครอบคลุมพื้นที่โรงเรียน หมู่บ้าน บ้านพักคนชรา เช่น ห้องสมุดสร้างฝัน,ธารน้ำใจให้น้อง (คณะมนุษยศาสตร์ฯ) Biot หัวใจสีขาว (คณะเทคโนโลยี) ถนนผู้สร้าง’10 (คณะวิศวกรรมศาสตร์)
               ๑.๓ กิจกรรมสิ่งแวดล้อม
: เป็นกิจกรรมที่อาจพบจำนวนไม่มากนักในแผนงานของสโมสรนิสิตคณะต่างๆ ในกลุ่มที่ออกค่ายอาสาพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานจะพบกิจกรรมสิ่งแวดล้อมบูรณาการอยู่ในทุกกิจกรรม ทั้งการพัฒนาภูมิทัศน์ในโรงเรียนและชุมชนควบคู่ไปกับกิจกรรมหลัก ผ่านการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม นิเวศน์วัฒนธรรม หรือกระทั่งการปลูกต้นไม้ในชุมชน เช่น ปลูกป่าอาสาพัฒนาชุมชนดงใหญ่ (วิทยาลัยการเมืองการปกครอง) ลูกวัฒนธรรมนำใจส่งเสริมคุณธรรมและบำเพ็ญประโยชน์สิ่งแวดล้อม (คณะวัฒนธรรมศาสตร์)

                    นอกจากนั้นก็เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เช่น โครงการ Big cleaning Day ของแต่ละคณะ โครงการปลูกต้นไม้เทิดไท้ราชินี (คณะเทคโนโลยี,คณะพยาบาลศาสตร์) ธนาคารขวดเปล่า (คณะสัตวแพทยศาสตร์) ปรับปรุงภูมิทัศน์ห้องสโมสรนิสิต (คณะพยาบาลศาสตร์)



              ๒.ระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม

                       การจัดกิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม เป็นกิจกรรมเชิงรุกอันเป็นหัวใจหลักที่แต่ละสโมสรนิสิตได้พยายามขับเคลื่อนทั้งทางตรงและทางอ้อม อันหมายถึงสอดแทรกไว้ในกิจกรรมประเพณีนิยมต่างๆ เป็นระยะๆ เช่น ไหว้ครูที่จัดขึ้นทุกคณะ ทั้งในภาพรวมมหาวิทยาลัยโดยมีองค์การนิสิตเป็นเจ้าภาพหลักและที่แต่ละคณะได้จัดขึ้นเอง

                       แต่ที่น่าสนใจคือกิจกรรมที่นิสิตได้บรรจุไว้ในแผนขององค์กรนั้นมีทั้งที่เป็นโครงการตามนโยบายของมหาวิทยาลัย(โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ) ที่จัดร่วมกับมูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นเครือข่ายระดับอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโครงการคุณธรรมอื่นๆ เช่น ตุ้มโฮมขยับคีงดีดด่อง (คณะวิศวกรรมศาสตร์) บริจาคโลหิต (สภานิสิต) ค่ายพุทธธรรมนำชีวิตห่างไกลยาเสพติด (คณะมนุษยศาสตร์ฯ) รณรงค์แต่งกายนิสิต (คณะวิทยาศาสตร์) ขับขี่ปลอดภัย,พัฒนาวัด,ปฏิบัติธรรม (คณะแพทยศาสตร์) สูตรสำเร็จแห่งความรักและการให้, อย่าคว้าดาวด้วยสายตา (วิทยาลัยการเมืองการปกครอง) โดยมีทั้งที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย ชุมชน วัด ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเข้าค่ายปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนา สร้างสื่อรณรงค์ เป็นต้น



             

                 ๓. ระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม

                          อาจนับได้ว่าเป็นระบบและกลไกอีกด้านที่พบสถิติการบรรจุไว้ในแผนพัฒนานิสิตในระดับคณะที่ค่อนข้างน้อย แต่ในข้อเท็จจริงก็มีการบูรณาการสอดแทรกไว้ในกิจกรรมด้านต่างๆ อย่างถ้วนทั่ว โดยเฉพาะกิจกรรมที่มุ่งเน้นไปสู่การทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งนิสิตสามารถเรียนรู้วิถีวัฒนธรรม ประเพณีของชุมชนนั้นๆ ไปในตัวอย่างเสร็จสรรพ เช่น การอนุรักษ์ชุมชนบ้านนาข่า จ.มหาสารคาม (คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม) กิจกรรมตามประเพณีไทย เช่น ทอดเทียนพรรษา (วิทยาลัยดุริยางคศิลป์) สงกรานต์,ลอยกระทง (ทุกคณะ)

                          นอกจากนี้ยังรวมถึงกิจกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ภายในคณะ เช่น พิธีบวงสรวงกลอง (คณะสถาปัตยกรรมฯ) ไหว้ครู-ครอบครู (ศิลปกรรมศาสตร์,สถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ,ดุริยางคศิลป์) การผูกไทด์ (คณะเทคโนโลยี) กิจกรรมการบายศรีสู่ขวัญและการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้านในโครงการรับน้องใหม่ (องค์การนิสิต) การรับน้องผ่านกิจกรรมการแห่พระไภสัชฯ รดน้ำต้นจำปีสิรินธรเจิมหน้ารับขวัญน้องเขียวมะกอกช่อ 14 (คณะเภสัชศาสตร์) รวมถึงการจัดกิจกรรมอันหลากหลายรูปแบบทั้งที่เป็นเวทีวิชาการ และการลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนของสโมสรนิสิตคณะวัฒนธรรมศาสตร์ เช่น ออนซอนวัฒนธรรม เป็นต้น




 

                ๔. ระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมด้านกีฬาและการส่งเสริมสุขภาพ

                           กิจกรรมด้านกีฬาและการส่งเสริมสุขภาพ มักเป็นกิจกรรมประเพณีนิยมที่จัดขึ้นภายในคณะ เช่นกีฬาวิชาเอกในคณะ ซึ่งเป็นการจัดเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในคณะ เตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันกีฬาระหว่างคณะ (ราชพฤกษ์เกมส์) เช่น กีฬาต้านยาเสพติด (คณะพยาบาลศาสตร์) กีฬาสานสัมพันธ์นิสิตปฏิบัติการฉุกเฉินฯ, เปตอง ครั้งที่ 4 (คณะแพทยศาสตร์) แต่ยังไม่พบกิจกรรมเชิงรุกด้านนี้โดยตรงของแต่ละคณะอย่างเท่าที่ควร ดังจะเห็นได้จากเงินค่าบำรุงกีฬาที่คณะได้รับจัดสรรไปนั้น ส่วนใหญ่มักถูกนำไปเปลี่ยนแปลงเป็นแผนงานด้านกิจกรรมเสียมากกว่า

                         กรณีกิจกรรมกีฬาที่น่าสนใจในระดับคณะนั้นมีหลายกิจกรรมที่สะท้อนถึงการขับเคลื่อนในระบบ “เครือข่าย” ได้แก่การแข่งขันระหว่างคณะภายในมหาวิทยาลัย เช่น โครงการสานสัมพันธ์รักบี้สถาปัตย์ฯ (คณะการท่องเที่ยวฯและคณะสถาปัตย์ฯ) กีฬา 5 วิดสัมพันธ์ กีฬาราชพฤกษ์เกมส์

                        นอกจากนี้ยังรวมถึงกิจกรรมที่เชื่อมโยงถึงเครือข่ายอุดมศึกษานอกสถาบัน เช่น กีฬาวิทยาศาสตร์สัมพันธ์แห่งประเทศไทย (อะตอมเกมส์),กีฬาเคมีสัมพันธ์ ครั้งที่ 13 (คณะวิทยาศาสตร์) กีฬาเข็มสัมพันธ์สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (คณะแพทยศาสตร์) สิงห์อีสานสัมพันธ์ ครั้งที่ 4 (วิทยาลัยการเมืองการปกครอง) กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์,กระดานดำสัมพันธ์ (คณะศึกษาศาสตร์)

                         และที่น่าสนใจเป็นพิเศษซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่การแข่งขันกีฬา แต่ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งในการเสริมสร้างระบบสุขภาพ หรือทักษะชีวิต คือ กิจกรรมเพศสัมพันธ์วัยรุ่น และ กิจกรรมEasy AIDS (คณะแพทยศาสตร์)


                ๕. ระบบและกลไกการเรียนรู้กิจกรรมด้านวิชาการสู่การเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์

                          หากไม่นับโครงการที่เกี่ยวกับการสัมมนา อบรมที่มุ่งเน้นการสรปุงานประจำภาคเรียน หรือประจำปีการศึกษา รวมถึงการออกค่ายของแต่ละสโมสร พบว่ากิจกรรมในด้านวิชาการที่ขับเคลื่อนโดยสโมสรนิสิตโดยตรงนั้นมีน้อยมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “ฝ่ายพัฒนานิสิต” ของแต่ละคณะได้รับผิดชอบจัดกิจกรรมหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

                         สำหรับโครงการที่สะท้อนถึงสายใยวัฒนธรรมในคณะที่ “พี่ดูแลน้อง” นั้นเห็นภาพแผนงานที่ชัดเจน คือโครงการติวหนังสือน้องใหม่ (คณะวิศวกรรมศาสตร์) โครงการโฮมรูมโฮมฮัก (คณะเภสัชศาสตร์) ซึ่งเป็นเวทีของการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์แห่งการอยู่ร่วมระหว่างนิสิตกับนิสิต (พี่กับน้อง) และอาจารย์กับนิสิต นอกจากนั้นยังรวมถึงโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้นิสิตได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ผ่านการศึกษาดูงานต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนบ้านในอาเซียน คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ (วิทยาลัยการเมืองการปกครอง)




ผลการเรียนรู้ Learning Outcome

                ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของการประเมินแผนงานของสโมสรนิสิต ทั้งในมิติแผนงานแยกย่อยรายคณะ หรือแผนงานโดยรวมของทุกคณะ ตลอดจนแผนงานระหว่างสภานิสิต องค์การนิสิตและสโมสรนิสิตทุกคณะร่วมกัน จึงอาจยังไม่สามารถสรุป “ผลการเรียนรู้” ได้อย่างถ่องแท้ว่าบรรลุแผนในเชิงคุณภาพกี่มากน้อย ซึ่งคงต้องเจาะลึกในแต่ละโครงการและแผนงานอีกครั้ง โดยเฉพาะผลการเรียนรู้ที่เกิดกับ “นิสิต” (ผู้เรียน) เนื่องเพราะในวิถีกิจกรรมนอกหลักสูตรนั้น เป็นกระบวนการบ่มเพาะ สร้างเจตคติ อุดมคติ อุดมการณ์ต่อการเป็นพลเมืองของสังคม ซึ่งต้องใช้ห้วงเวลาอันยาวนาน ไม่ใช่สรุปผลและชี้วัดได้เหมือนการเรียนในหลักสูตรที่เมื่อสิ้นเทอม หรือสิ้นปีการศึกษาก็สามารถวัดผลการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ “สอบ” ในชั้นเรียนได้อย่างทันท่วงที

                หากแต่การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตรเช่นนี้ มีความชัดเจนว่าเป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม/โครงการ (Project base learning :PBL) โดยมีชุมชนอันหลากหลายเป็นห้องเรียน (Community-based learning : CBL) ทั้งห้องเรียนในมหาวิทยาลัยและห้องเรียนนอกรั้วมหาวิทยาลัย ย่อมหมายถึงการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการลงมือทำเพื่อก่อให้เกิดทักษะ เกิดประสบการณ์ชีวิต เกิดการเผชิญสถานการณ์เฉพาะหน้า เกิดการคิด ออกแบบและลงมือทำด้วยตนเองอย่างเป็นทีมตามหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของการหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้สู่การเติบโตภายใต้ปรัชญาอุดมศึกษา “เก่ง ดี มีสุข” เพียงแต่ทุกองค์กรต้องวางหมุดหมายให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นน้ำว่าจะทำอะไรเพื่ออะไร สิ่งที่ทำสัมพันธ์กับบริบทเป้าหมายชีวิตและองค์กรอย่างไร

                  และที่สำคัญคือเมื่อจัดกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ต้อง AAR ให้ชัดเจนว่าเกิดกระบวนการเรียนรู้อะไรจากกิจกรรม นิสิตเปลี่ยนแปลงอย่างไร ชุมชนเปลี่ยนแปลงอย่างไร เท่านั้นเอง


เอกสารประกอบ: โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครั้งที่ 1/2557 วันที่ 5 และ 9 กรกฎาคม 2557
ณ ศูนย์ประชุมสานะคาม โอเอซีส และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (0)