หนัง The Wind Rises เป็นอนิเมชั่นญี่ปุ่นเล่าเรื่องจริงของ ดร. จิโร่ โฮะริโกะชิ (Dr.Jiro Horikoshi : 1903-1982) วิศวกรออกแบบเครื่องบินชาวญี่ปุ่นยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒
เด็กชายจิโร่กับแว่นตาหนาเตอะหลงใหลเครื่องบินและการบิน เป็นนักบินไม่ได้ก็ขอออกแบบเครื่องบิน เด็กชายจิโร่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือประวัติการออกแบบเครื่องบินของวิศวกรชาวอิตาลีชื่อ จิโอวานนี่ คาโปรนิ (Giovanni Battista Caproni :1886-1957) มุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปให้ถึงฝันให้ได้ สุดท้ายเขาได้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบเครื่องบินที่มีชื่อเสียงสมดังฝัน
หนังเล่าเรื่องความใฝ่ฝันแบบเด็กๆ ที่จริงจังมากผ่านความฝันว่าได้พูดคุยใกล้ชิดกับคาโปรนิในเรื่องการสร้างเครื่องบิน ฝันว่าได้เดินไปบนปีกเครื่องบินกับคาโปรนิฟังการบอกเล่าจินตนาการของวีรบุรุษในดวงใจที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กชายคนหนึ่ง
ประโยคทองของคาโปรนิ “เพราะมีสายลม เราจึงต้องอยู่ต้านลม” (The wind is rising! We must try to live! ) ตราตรึงอยู่ในความคิดของเด็กชาย ถูกพูดซ้ำๆ ในหนังจนคนดูจำได้
หนังประสบความสำเร็จในการเล่า “แรงบันดาลใจ” และ “การเป็นคนจิตใจดี” ของจิโร่ แต่เบาไปนิดสำหรับการเล่าเรื่องการมุมานะบากบั่นทำงานจนสำเร็จ เพราะหนังแบ่งเวลาไปให้กับ “ความรัก” ของจิโร่ กับ สาวน้อยผู้อาภัพ นาโอโกะ ซาโตมิ ผู้เป็นรักแท้และแรงใจอันสำคัญของจิโร่
ความรู้สึกหนึ่งจากบทหนังหลายๆ ตอนบอกว่า คนญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้นพัฒนาสู้เยอรมันไม่ได้จึงต้องไปดูงานโรงงานสร้างเครื่องบินที่เยอรมัน แต่ไม่ยอมให้คนเยอรมันดูถูกว่าต่ำต้อย ทุกวันนี้เทคโนโลยีทุกด้านของญี่ปุ่นมิได้ด้อยกว่าเยอรมัน
หนังเรื่องนี้ควรค่าแก่การเสียเวลาเดินทางไปชมในโรงภาพยนตร์ เพราะ เป็นหนังที่ สวย ใส และแสนดี ภาพวาดสวยมาก อ่อนโยนมาก ดนตรีประกอบไพเราะมากทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงสุดท้ายที่มีคำร้องและคำแปลภาษาไทยตรึงคนดูให้นั่งฟังจนจบ.
บันทึกเพิ่มเติม
ฉันไปดูหนังรอบเที่ยงวันเสาร์ คนหนุ่มสาวแน่นโรง มีลุงกะป้าใกล้แก่ ๒ คนต้องไปนั่งดูอยู่แถวหน้าเพราะรถติดไปถึงช้า ฉายที่ สกาล่า หรือไม่ก็ ลิโด้ ยังฉายอยู่ค่ะ
..........................................
Tranformers : Age of Extinction_หนังหุ่นยนต์ที่น่าผิดหวัง
ออกจากโรงลิโด้ ๒ ไปเข้าโรงลิโด้ ๓ ทันทีเพื่อดูอีกเรื่อง Tranformers : Age of Extinction (หนัง Tranformers ภาค ๔) ซึ่งน่าเสียดายเวลาเกือบ ๓ ชั่วโมงในโรง หนังเริ่มต้นทำท่าว่าจะดีแต่ไปเละเทะกับโชว์การต่อสู้ของหุ่นยนต์ที่ไม่มีโครงเรื่องอะไรให้ติดตาม ไม่มีไฮไลท์ ไม่มีไคลแม็ก เหมือนย้อนหลังไปสี่สิบปีก่อนนั่งดูหนังหุ่นยนต์แปลงกายต่อสู้กันทางจอโทรทัศน์
ไม่ว่าเทคโนโลยีการสร้างภาพในหนังจะเจริญหลุดโกลไปมากมายแค่ไหน แต่การเล่าเรื่องก็ยังเป็นเสน่ห์สำคัญที่ผู้สร้างต้องไม่ลืม.
เสาร์ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗



น่าสนใจครับ
เมื่อเด็ก...ชอบหนีโรงเรียน..ไปดูหนัง
จ้ะ...
เรื่องแรกน่าดูค่ะอาจารย์ นาย เพชร พรหมสูตร์
เช่นกันค่ะ ยายธี
พี่ใหญ่ไม่ได้เข้าโรงหนังมานานมากๆแล้ว...ได้ up date จากบันทึกนี้นะคะ..
ดีจังนะคะ คุณลุงกับคุณป้าอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ยังหวานแหววไปนั่งจีบกันในโรงหนังอยู่บ่อย ๆ
เรื่องแรกน่าสนใจนะคะดูสวยงามน่ารัก เพลงก็ไพเราะ แต่เรื่องหลังแม้นหากพี่นุ้ยว่าดี กุหลาบวัยคุณย่าคงไม่ไปดูหรอก เพราะดูแนวนี้ดูไม่เป็นตั้งแต่วัยสาว ๆ แล้วค่ะ
พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ ลองหาหนังแผ่น DVD เรื่องดีๆ มาดูสิคะ แล้วจะชอบค่ะ
น้อง กุหลาบ มัทนา
ไปดูหนังนะคะ ไม่ได้ไปนั่งจีบกัน อิ.อิ..พี่สองคนชอบดูหนังเหมือนกัน เลยโชคดี บางครั้งก็แยกโรงกันดูเพราะอยากดูไม่ตรงกัน
หนังดีๆ เป็นทั้งอาหารสมองและอาหารใจค่ะ
เคยไปยืนเข้าคิวจองตั๋วที่เมเจอร์ เด็กถาม "ป้า ป้า จองตั๋วรึเปล่าคะ" ดูมัน..หาว่าป้ามายืนเกะกะทาง
555... :D :D :D