เพิ่มพลังใจในจริตและจิตใต้สำนึกด้วยตนเอง

ขอบพระคุณทีมงานโครงการสร้างสุข นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และเจ้าหน้าที่ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล เชิงสะพานปิ่นเกล้า ที่สนใจและมีพลังใจเพิ่มขึ้นหลังฝึกปฏิบัติการสั่งจิตใต้สำนึก (Neuro-Linguistic Programming, NLP) กับการประเมินนพลักษณ์ของบุคลิกภาพที่เป็นจริงของตนเอง (Enneagram of Personality) ทำให้ดร.ป๊อปเห็นความเชื่อมโยงระหว่างจิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคลกับพลังบุคคลที่มีลักษณ์เดียวกัน (ผ่านระบบการมองเห็น การได้ยิน หรือการสัมผัส ที่มีสมาธิและความตั้งใจเชิงบวก) ในเวลาไม่ถึง 60 นาที กับผู้คนรวม 50 ราย

แบบฝึกหัดที่หนึ่ง: ใช้มือข้างถนัดสัมผัสหน้าอกซ้ายเพื่อหลับตารับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจ เมื่อได้ยินเสียงระฆังสติ ให้นำมือข้างถนัดมาแตะที่ภาพดาวนพลักษณ์แล้วภาวนาว่า "ขอให้เข้าใจตัวเองๆๆ" แล้วทำแบบประเมินนพลักษณ์ - ขอบพระคุณเวบไซด์ความรู้ Astrosimple.com กับ Determineyourdream.exteen.com

แบบฝึกหัดที่สอง: จับมือล้อมวงในกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในลักษณ์เดียวกัน ให้หลับตาทำสมาธิ เมื่อได้ยินเสียงระฆังสติ ให้สื่อสารกับตัวเองและเพื่อนข้างขวาและซ้ายมือ โดยระบุเป็นคำพูดในใจว่า "ให้เรายกมือข้างขวา หรือ ซ้าย หรือสองข้าง และให้เพื่อนทั้งสองคนยกมือข้างขวา หรือ ซ้าย หรือสองข้าง" แล้วรอฟังเสียงระฆังสติอีกครั้ง จากนั้นให้เรายกมือขึ้นทันที จะพบความมหัศจรรย์ของจิตใต้สำนึกกับนพลักษณ์คือ มีเพียง 3 ท่านจาก 50 ท่านที่มีคำพูดในใจและยกมือข้างไม่ตรงกัน

แบบฝึกหัดที่สาม: จับคู่เพื่อนที่อยู่ในลักษณ์เดียวกัน ให้สบตาทำสมาธิ เมื่อได้ยินเสียงระฆังสติ ให้ตั้งคำถามก่อน พร้อม หรือหลังคู่เพื่อนว่า "เมื่อวานทานข้าวกับอะไร (ระบุมื้อก็ได้) - อดีต" หรือ "พรุ่งนี้จะทานข้าวกับอะไร (ระบุมื้อก็ได้) - อนาคต" แล้วรอคำตอบจากเพื่อนที่คู่กัน พร้อมสังเกตการกลอกตาก่อนหรือหลังคำตอบของเพื่อนที่คู่กันว่า "กลอกตาไปด้านเดียวกับมือข้างถนัด (จิตใต้สำนึกอยู่ในอดีต) กลอกตาไปด้านตรงข้ามกับมือข้างถนัด (จิตใต้สำนึกอยู่ในอนาคต) และไม่กลอกตา (ไม่ค่อยได้ใช้จิตใต้สำนึกและต้องฝึกใช้ให้นานกว่านี้)"

แบบฝึกหัดที่สี่: จับมือล้อมวงในกลุ่มเพื่อนที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในลักษณ์เดียวกัน แล้วให้ฝึกพลังใจจากระบบการสัมผัส การมองเห็น และการได้ยิน โดยเลือกตั้งโจทย์จากเพื่อน 5 คนในกลุ่ม ได้แก่ ระบบการสัมผัสเน้นการบอกชื่อพร้อมสัมผัสข้อมือผู้ที่ต้องการฝึกจิตใต้สำนึกที่หลับตารับรู้ชื่อและสัมผัสของเพื่อนแล้วทำการทายสัมผัสจากเพื่อนคนหนึ่งคนใดให้ถูก ระบบการมองเห็นเน้นการบอกชื่อพร้อมให้มองจดจำภาษากาย ท่าทาง และเครื่องแต่งกาย จากนั้นหลับตา รอให้เพื่อนปรับเปลี่ยนภาษากาย ท่าทาง และเครื่องแต่งกาย แล้วให้ผู้ที่ต้องการฝึกจิตใต้สำนึกลืมตาแล้วทายว่ามีการปรับเปลี่ยนอะไรข้างต้น สุดท้ายคือระบบการได้ยินเน้นการบอกชื่อพร้อมปรบมือเสียงดังคงที่ (อาจสลับตำแหน่งยืนหรือการเข้าหาได้) ขณะที่ผู้ที่ต้องการฝึกจิตใต้สำนึกหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาทายเพื่อนที่ปรบมือโดยไม่ได้บอกชื่อให้ถูก อย่างไรก็ตามถ้าท่านใดทายไม่ถูกเลย แสดงว่า ต้องใช้เวลาในการฝึกใช้จิตใต้สำนึกมากและนานกว่านี้

สุดท้ายมีการสะท้อนบทเรียนที่ทุกท่านได้รับ คือ การที่จิตใต้สำนึกได้ถูกดึงมาใช้ผ่านการรู้สติของแต่ละคน...ทำให้เกิดการสื่อสารภายในตัวเองและเรียนรู้การสื่อสารจากผู้อื่น...ทำให้กัลยาณมิตรปรับกระบวนการสื่อสารระหว่างเพื่อนในลักษณ์เดียวกันและ/หรือต่างกันได้อย่างมีพลังใจหรือใจที่เกิดความสามารถในการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า มีความหมาย และมีความสุข เช่น การบริหารคน  การบริหารงาน การบริหารชีวิต (จากการเรียนรู้กับท่านอ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา ได้แก่ สิ่งที่ทำแล้วแก้ไขไม่ได้ - เวลา คำพูด โอกาส และพฤติกรรม กับการชี้นิ้วสั่งคน - สามนิ้วเข้าหาตัวเองบ่งชี้การปรับตัวเองก่อน กับการแสดงความยินดี ขอบคุณ สุดยอด และคิดถึงงาน ชีวิต เงิน ที่เป็นปัจจุบันขณะ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 


ขอบคุณ บันทึกดีดีนี้ค่ะ .... "พลังจิต ..พลังในตัวบุคคล" นะคะ



-สวัสดีครับพี่หมอ

-ตามมาให้กำลังใจ

-บ่าย ๆแบบนี้มี"ผลไม้แช่อิ่ม"มาฝากครับ..

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจนะคะ...หากนำไปใช้ในการปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกที่ดีให้แก่คนทั่วไป ...โดยเฉพาะเด็กๆที่จะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ

ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.เปิ้น คุณเพชรน้ำหนึ่ง พี่ดร.พจนา พี่นงนาท คุณ pooklook88 คุณบุษยมาศ คุณ tuknatak คุณบูรพากรณ์ และคุณ GD

เขียนเมื่อ 

เหมือนดึงสติมาอยู่ที่ตัวเองเพื่อสร้างสมาธินะคะ

ใช่ครับ ตามหลักพุทธศาสนา คือ การมีสติ เกิดสมาธิ และสร้างปัญญา ที่พัฒนาจากการสั่งจิตใต้สำนึกให้ปรับปรุงข้อมูลในการกระทำได้ถูกต้องและเหมาะสมมากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับพี่ nui

ขอบคุณมากครับพี่โอ๋