เป็นหนึ่งประเด็นที่ได้มีขึ้นในงาน R2R Forum ภาคอีสาน- เหนือ ที่จัดขึ้นร่วมกัน โดยมีเครือข่ายมุกอุบลศรีโสธรเจริญเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นวันที่ 26 -27 มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ ณ รร.สุนีย์แกรนด์ จ.อุบลราชธานี...
" จะเว้าจะอู้อย่างไรให้ Wow R2R"
มี อ.ปริญญา (นพ.ปริญญา สันติชาติงาม) อ.เอ๋(พญ.พัชรี ยิ้มรัตนบวร) และ อ.ดร.ปุย (ดร.วัลยาภรณ์ ทังสุภูติ)...
มาร่วมสุนทรียสนทนา นำมาซึ่งความเบิกบานใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายๆท่าน
อ.เอ๋...พูดเรื่องคนทำงานตัวเล็กๆ ในองค์กรลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงาน R2R โโดยไม่ต้องมีประสบการณ์วิจัยมาก่อนสามารถทำได้ ขอเพียงแค่มีความสงสัยและมีใจอยากพัฒนางานประจำ
ดร. ปุย...ใช้ใจใคร่ครวญทบทวนการทำงานทุกมิติอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไรคนทำงานจึงจะมีความสุข ค้นหาต้นทุนในพื้นที่ ดึงศักยภาพของคนทำงานออกมา Takecare กันและกันอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งสำคัญที่อ. ปุยพูดเน้นยํ้เสมอคือ ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
อ.ปริ้น... เล่าว่ารูปแบบที่อาจารย์ใช้ไม่มี Format ตายตัว ใช้เทคนิคกลยุทธ์มาผสมผสาน "ปูพรมหาช้างเผือก" อันหมายถึง ค้นหาศักยภาพในทีมสหสาขาวิชาชีพ อาจารย์เชื่อว่าเมื่อหาเจอแล้ว Research Method จะตามมาเอง มีการจัดการแบบเนียนๆ
ฟังอาจารย์วิทยากรทั้งสามท่านเล่าแล้วก็รู้สึกอิ่มใจอิ่มปัญญา
หัวใจนี้มันฮึกเหิมและเกิดพลัง
ลักษณะสําคัญหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทั้งสามท่านลุกขึ้นมาขับเคลื่อน R2R อย่างต่อเนื่อง คือ ...
อ.ปริ้น..."ความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้"
อ.เอ๋..."เรามีความสุข...บางครั้งน้องๆ ก็มาช่วย empower เรายามเราแบตอ่อน"
อ.ปุย..."กัดไม่ปล่อย...ดึงใจดึงศักยภาพ คนที่มีใจ"
ข้าพเจ้าเชื่อว่าในชั่วโมงดังกล่าว หลายๆท่านนำจะได้รับแรงบันดาลใจ รับกำลังใจไปกันแบบไม่มากก็น้อย เพราะแม้แต่ข้าพเจ้าเองที่นั่งอยู่ ณ ตรงนั้น ยังรู้สึกได้รับพลังจากเรื่องเล่าอันทรงพลังจากวิทยากรทั้งสามท่าน
...
๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗
Inspiration
พี่แก้วใช้หลัก..
ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
โดยมีทีมร่วมกันคนละไม้คนละมือ
ทำแล้วลองมาใช้ดู
ใช้ได้ดี ก็ทำต่อไป
เมื่อไหร่มี gap ก็หาดูใหม่ว่ามีวิธีดีกว่านี้ไหม
ถ้ามีก็เพิ่มวิธีการ แล้วตามดูอีก
ถ้าดี ก็ปรับวิธีการใหม่ แล้วบอกต่อกัน