คุกกี้รัน

ใครที่ได้ดูหรือฟังข่าวคงจะได้ดู หรือได้ยินข่าวนี้นะคะ เกี่ยวกับ ครอบครัวหนึ่งที่ต้องช็อคกับบิลค่าบริการเรียกเก็บค่าโทรศัพท์รายเดือนจากค่ายมือถือยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยยอดเรียกเก็บให้ชำระค่าบริการเป็นเงินสองแสนกว่าบาทในเดือนที่ผ่านมา โทรศัพท์ดังกล่าวแม่ซื้อให้ลูกชายในวัย 12 ปี( smart phone) สอบถามจากลูกได้ทราบว่าลุกใช้โทรศัพท์นี้เล่นเกมส์คุกกี้รัน เหตุคือลูกได้ไปดูคลิปในยูทูป เจอ กลวิธีในการซื้อเพชรแบบไม่ต้องใช้เงินจริง ๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำตามที่่ได้ดูมา ผลคือ การซื้อเพชรในแต่ละครั้งที่่เข้าใจว่าไม่เสียเงินนั้น จริง ๆ แล้วถูกหลอก เนื้อข่าวประมาณนี้นะคะ ใครสนใจไม่ทราบข่าวนี้อย่างไรลองไปค้นดูข่าววันนี้ หรือจะเป็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาก็ได้

แม่ดาวไม่ได้เปิดทีวีดูข่าวนี้ในตอนแรก ได้ทราบข่าวจากคุณยาย(แม่ของแม่ดาว) โทร.มาหาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก และเป็นห่วงว่าให้ตรวจสอบข่าวซิ ว่าเท็จจริงประการใด อย่างไร แล้วให้ตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ของตัวเองด้วย เพราะใช้เครือข่ายเดียวกัน แม่ดาวฟังก็ทราบว่าคุณยายเป็นห่วงมากๆ จึงบอกไปว่า จะตรวจสอบข่าวนี้อีกครั้ง และตอบให้คุณยายผ่อนคลายอย่างมั่นใจว่าครอบครัวเราไม่ใช่ "เหยื่อ"แน่ ๆ เพราะแม่ดาวคิดว่าตัวเองใกล้ชิดกับลูกมากในระดับที่ดีพอสมควร เกมส์ที่ลูกเล่นแม่ดาวจะพยายามเข้าไปเล่นกับเขา ดูว่าเขาเล่นอะไร ยังไง ชวนกันคุยเรื่องการเล่มเกมส์ ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เกมส์นี้เหมาะสมกับวัยเขาไหม เป็นกุศล หรืออกุศลให้เขาคิดตามความคิดเขา ไม่ได้นั่งร่ายยาวในรอบเดียวจน ค่อย ๆๆๆ ใส่ ค่อย ๆ เติม ค่อย ๆ เพิ่มไปทีละนิดๆ แบบนั้น

เมื่อได้ทราบข่าวนี้ ได้ความคิดดีๆ เป็นอีก 1 ข่าวที่ควรจะชวนลูกมาจับข่าวคุยกัน และตั้งใจว่าเมื่อไปรับลูกที่รร.(เย็นเมื่อวาน) จะต้องชวนกันคิดชวนกันคุย

ขอท้าวความกลับไป เล่านิดนึงว่า แม่ดาวและลูก รู้จักเกมส์นี้ได้อย่างไร จุดเริ่มต้นคือเมื่อปิดเทอมที่ผ่านมา กลับไปบ้านต่างจังหวัด และด้วยความปรารถนาดีของบรรดาน้า ๆ ทั้งหลาย จึงได้แนะนำให้ลูกแม่ดาวได้รู้จักเกมส์นี้ แรก ๆ ก็เล่นเครื่องน้า ไปๆ มาๆ ขอโหลดมาไว้ในเครื่อง แม่ดาวก็ดู ๆ ยังขัด ๆ ใจอบางอย่างกับเกมส์นี้ ก็ชวนกันคุยก่อนที่จะได้โหลดเกมส์นี้มาเล่น แต่ ณ ตอนนั้น แม่ดาวก็ไม่มานั่งเล่น ศึกษาอะไรมาก แค่รู้แบบผิวๆ เขาจะเล่นกับน้า ๆ ของเขาที่นั่น จุดที่เห็น ณ ตอนนั้น จะมีการส่งโอ้อวด เมื่อตนเองเล่นได้คะแนนเยอะ ๆ สามารถส่งไปโอ้อวดเพื่อน ๆ ได้ จึงถามลูกว่า การโอ้อวดนี้ดีไหม ลูกก็ว่าไม่ดี และเขาก็บอกว่าจะเล่นเฉย ๆ จะไม่ส่งโอ้อวดใคร สักพักน้า ๆ ก็สอนเทคนิคกลยุทธ์มากมายในการเล่นอย่างไรให้ได้คะแนนเยอะ ๆ ปิดเทอมแม่ดาวเองจะมีกิจกรรมหลัก ๆ คือ ช่วยที่บ้านซักผ้า ทำความสะอาดบ้านเฉพาะบริเวณที่ตนเองรับผิดชอบ (มอบหมายหน้าที่ตัวเอง) และจะต้องมีช่วยงานคุณยายในไร่ข้าวโพดด้วย

ดังนั้นมันจะมีช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์บางช่วงที่ขาดหายไป คือช่วงช่วยงานที่บ้าน ลูกก็จะไปเล่นอยู่บ้านน้าๆ อาจไม่ใช่ทุกวันที่เขาไป บางทีก็มีอยู่ช่วยทำอะไรเล็ก ๆน้อย ๆ ในไร่ เท่าที่เด็กจะทำได้ ป่วน ๆ ไปตามประสา ต่อมาเขาก็มารบเร้าว่าอยากจะขอส่งโอ้อวดไปให้เพื่อนๆ แม่ได้ไหม เขาบอกว่าการส่งโอ้อวดไม่ใช่ว่าเขาอยากจะชนะใคร แต่เพราะอยากได้คะแนนสะสมในการจับของรางวัล คือในเกมส์จะมีให้สะสมคะแนนของขวัญ การส่งโอ้อวดเพื่อนคนอื่นเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คะแนนของขวัญเพิ่ม เมื่อสะสมครบ 100 คะแนน ก็จะได้สุ่มจับของขวัญ ลุ้นของรางวัล เช่นอาจเป็น เงิน , ตัวคุกกี้, พลังพิเศษ หรือ ตัวสมบัติ จำได้ว่าความรู้ของแม่ดาว ณ ตอนนั้น คือไม่ได้ศึกษา ไม่ได้เล่นจริง ก็ยังงง ไม่ค่อยเข้าใจ และตอบไปว่า ได้ ถ้าลูกคิดว่าเล่นเพื่อความสนุก และเตือนเรื่องการเล่มเกมส์อย่างมีสติปัญญา เป็นการเตือนให้ระลึกถึง การเล่นเกมส์อย่างเหมาะสม

ในช่วงที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน กลับมาแม่ดาวก็จะมีเปิดตรวจสอบโทรศัพท์ เพราะลูกขอเอาไปด้วย ไม่ได้ตรวจว่าพังไหม แต่อยากรู้ว่าเขาใช้อะไร อย่างไรบ้าง ก็มีถามด้วย แต่แอบตรวจสอบอีกที จนวันหนึ่งพบว่า มีการส่งเชิญเพื่อนไปเยอะมากๆๆ อันที่จริงเราคุยกันว่า ให้โอ้อวดได้ เฉพาะน้า ๆ ที่เห็นหน้ากันนี่แหละ เพื่อนคนอื่น ๆ แม่ดาวไม่อนุญาต วันนั้นเลยสอบถามว่าเกิดอะไรอย่างไร ลูกก็เล่าว่ามีโปรโมชั่นใหม่ให้เชิญเพื่อนให้ได้ 50 คน หรืออย่างไรนี่แหละคะจะได้รับของรางวัลพิเศษ มีน้าคนหนึ่งด้วยความปรารถนาดี อยากให้หลานได้ของรางวัลเหล่านี้ ก็เลยจัดการส่งเชิญเพื่อนเอง ตามอัธยาศัย โดยลืมที่จะคิดให้รอบด้านเสียก่อน  การเชิญเพื่อน โอ้อวดเหล่านี้ฟรีเนาะ ไม่ได้เสียเงิน

ชวนคุยและตักเตือนว่า เราคุยกันว่าอย่างไรในการเล่มเกมส์นี้ ทวนให้แม่ฟังหน่อย เขาก็ทวน และยังยืนยันในความบริสุทธิ์ว่า เขาไม่ใช่คนเชิญเพื่อน แต่น้าเป็นคนเชิญ ตอนนั้นตัวลูกแม่ดาวเองก็เพิ่งเริ่มเล่นยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก  ในมุมของแม่ดาวแล้วเท่าที่รู้ ณ ตอนนั้น ไม่ว่าจะการเชิญเพื่อน หรือการโอ้อวด มันเป็นการสร้างความรำคาญใจให้ผู้อื่น เมื่อส่งเชิญเพื่อนจะเหมือนเราส่งข้อความทางไลน์ไปหาอีกฝ่าย ซึ่งไม่สมควร  นอกจากว่าฝ่ายนั้นจะเล่นด้วยกัน หรือยินดี สมัครใจก็ว่ากันไป เลยต้องพูดคุยกับลูกเรื่องนี้ ว่าแม่คิดอย่างไร  และถามเขาว่าเขาคิดว่าอย่างไรด้วย สรุปคือ เขาก็เห็นพ้องกับเราอันนี้อ่านจากสายตาท่าทางเวลาเขาตอบโต้กับแม่ดาวนะคะ จากนั้นแม่ดาวก็ไปคุยกับบรรดาน้า ๆ ทั้งหลาย ว่าแม่ดาวมีความคิดเห็นอย่างไร และอยากขอเรื่องใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีกทั้งย้ำเรื่องข้อตกลง(ข้อจำกัด)เรื่องเวลาการเล่นเกมส์ของลูกชาย ฝากให้น้า ๆ ช่วยดูแล  บางครั้งการที่เราหลงความสนุก เสพสุขมากไปก็ทำให้ลืมใส่ใจในรายละเอียดบางอย่างของการอยู่ร่วมกันทางสัมคมไปว่าไหม เห็นความสุขของตัวเอง แต่ก็ลืมมองความทุกข์ของผู้อื่น เหล่านี้แม่ดาวมองว่า เกิดจากความหลง ขาดสติและปัญญากำกับ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแต่ตัวแม่ดาวเองฮ่าๆๆๆ

ส่วนตัวก่อนหน้าแม่ดาวก็มีไลน์บ้าง Facebook บ้างส่งข้อความาเชิญชวนให้เล่นเกมส์มากมายจริง ๆ แต่เฉย ๆ รับรู้ แต่ไม่ร่วมเล่นฮ่าๆๆๆ จากปัญหาที่เกิดตอนนั้น แม่ดาวก็เลยบอกให้ลูกสอนแม่เล่นบ้าง แม่อยากจะเล่น อันที่จริงแรกๆ ไม่ได้อยากจะเล่นเลย แค่อยากศึกษาเกมส์ไปพร้อมกับลูก พอมาเล่นก็เข้าใจว่าลูกชอบเพราะอะไร อีกทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของเรา 2 คน  ข้อดีกับเกมส์นี้ที่แม่ดาวเคยใช้ประโยชน์คือ ครั้งหนึ่งมีเรื่องบางอย่างในใจและทำให้ใจขุ่นเลยพยายามไม่คิดแต่ก็คิด เลยนึกถึงเกมส์นี้ เพราะการเล่นเกมส์นี้ต้องวิ่งๆๆๆๆ(หมายถึงตัวคุกกี้) ใช้ความเร็ว นิ้วกด ตาจ้อง สมองคิด ทำให้จิตไปจดจ่อกับเกมส์ไม่เศร้าหมอง  ซึ่งส่วนตัวแม่ดาวก็ได้ผลฮ่าๆๆๆ  พอเล่นไปสักพัก ก็ดูใจตัวเองว่าความขุ่น ความหมองมันใสขึ้น ขำ ๆ ตัวเองเหมือนกันใช้คุกกี้รันตัดวงจรความคิดปรุงแต่ง

กลับมาเรื่องข่าวที่เป็นประเด็น เย็นนั้นพอไปรับลูกกลับจากโรงเรียน พอขึ้นรถแม่ดาวก็บอกลูกว่า

แม่     วันนี้แม่มีข่าวเด็ดข่าวโดน ๆ มาเล่าให้ลูกฟังด้วยล่ะ

ลูก     ข่าวอะไรแม่ 

แม่      ข่าวดังมากๆๆ วันนี้  ข่าวเกมส์ "คุกกี้รัน"

ลุก       ข่าวเกมส์คุ้กกี้รัน ข่าวว่ายังไงแม่ เล่าหน่อย

แม่       เล่าแน่ๆ  ถึงบ้านก่อนจะเล่าให้ฟัง (ยั่วให้อยากฮ่าๆๆๆ)

ลูก       ไม่เอาจะฟังตอนนี้ เล่าหน่อยนะๆๆๆๆ

แม่        ถึงบ้านแล้วได้ฟังครับ (ต้องฝึกเรื่องการรอคอยรายนี้ใจร้อนตลอด)

ลูก       โห......แม่น่ะ   อยากฟังตอนนี้

แม่        แม่รู้ว่าลูกสนใจข่าวนี้มาก ถึงบ้านได้ฟังแน่ๆ ครับ

จากนั้นก็ขับรถไปจนถึงบ้าน จอดรถปุ๊บก็บอกให้เล่าเลย ฮ่าๆๆๆๆ  ไปนั่งหาที่เหมาะ ๆ จับข่าวคุยกัน แม่ดาวก็เล่าเรื่องราวของข่าวนี้ให้ลูกฟัง เขาฟังอย่างตั้งใจและสนใจมาก เพราะเป็นเกมส์ที่ชื่นชอบ เล่าจบ ถามลูกว่า 

แม่       ลูกคิดว่าปัญหาที่เกิด คืออะไร

ลูก       พี่เขาเล่นเกมส์คุกกี้รัน 

แม่        พี่เขาเล่นเกมส์คุ้กกี้รันใช่ แล้วปัญหาคือ

ลูก        (่ทำท่าคิด) ต้องเสียเงินสองแสน

แม่         พ่อแม่ของพี่เขามีหนี้ที่ต้องไปจ่าย สองแสนกว่าบาท แต่ไม่มีเงินจ่าย ยังไม่ได้เสียเงิน แต่กำลังใจเสีย

ลูก         แล้วเขาจะทำยังไง จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย น่าสงสารจัง

แม่         ลูกเห็นใจสงสารครอบครัวพี่เขาเนาะ แม่เองก็เห็นใจ  ปัญหาตรงนี้กำลังมีคนช่วยเหลือแก้ไขอยู่ครับ ( ณ ตอนนั้นแม่ดาวยังไม่ทราบว่า ทางบริษัทเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์ยกเลิกค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ให้ทางครอบครัวนี้แล้ว)  

              แล้วลูกคิดว่าสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงของเรื่องนี้คืออะไร

ลูก         (คิดๆๆ)  ความโลภ

แม่         (อึ้ง...อนิสงฆ์จากการที่อยู่บ้านกับแม่ฟังธรรมะ แต่คงไม่เข้าใจลึกซึ้ง)  

              พี่เขามีความโลภอย่างไรครับลูก

ลูก         ก็พี่เขาโลภอยากได้เพชรเยอะ ๆ แต่ไม่รู้จักรอคอย ไม่ยับยั้งชั่งใจ เลยใช้เงินจริง ๆ ซื้อ

แม่         เอ.....แล้วทำไมพี่เขาถึงใช้เงินจริง ๆ ซื้อได้ล่ะครับลูก 

    ลูกชายแม่ดาวเขาจะรู้เรื่องการเล่นเกมส์นี้ว่า  เพชรในเกมส์นี้จะได้ฟรีวันละ 1 เม็ด และหากอยากได้เพชรเยอะๆ แบบไม่ต้องรอ ก็ต้องใช้เงินซื้อ แต่อาจไม่รู้ว่าจะจ่ายโดยวิธีใด ส่วนตัวเองแม่ดาวก็ไม่ทราบ คร่าว ๆ ว่าต้องมีบัตรเครดิต มาได้ความกระจ่างก็ตอนที่ติดตามดูข่าวนี่แหละ  

ลูก         อ๋อ...พี่เขาไปดูวิธีการเล่นในยูทูป แล้วไปเจอที่เขาแนะนำวิธีได้เพชรฟรี โดยไม่ต้องเสียเงิน พี่เขาก็ทำตาม แต่พี่เขาต้องเสียเงินจริง ๆ

แม่        ใช่เลยครับ ลูกจับใจความสำคัญของเรื่องได้ดีเลย  จำได้ไหมวันก่อนที่เราฟังพระอาจารย์ชยสาโร บอกเรื่อง คนที่ถูกหลอกง่ายที่สุด คือคนที่มีกิเลศมากที่สุด นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้เลย  เริ่มต้นจากความคิด ว่าคิดอยากได้เพชรฟรี เลยใช้วิธีการโกงเกมส์จากที่ได้ดู เด็ก ๆ บางคนก็ไม่รู้ว่าแบบนี้ไม่ดี เพราะอาจไม่มีใครเคยบอกหรือสอน  บางคนก็คิดว่า "แบบนี้คือเทคนิคการเล่น" สำหรับแม่ แบบนี้เรียกว่า "โกง"   แล้วการโกง เป็นเรื่อง ดี หรือไม่ดีครับ

ลูก        ไม่ดีครับ

แม่         นี่คือกฎแห่งกรรม เมื่อเราทำสิ่งไม่ดี เราก็จะได้รับผลไม่ดี  หากลูกอยากได้รับสิ่งดี ๆ ควรทำอย่างไร

ลูก         ทำดี

แม่          ทำดีใช่ครับ อย่าลืม คิดและพูดดีด้วยนะลูก  "คิดดี ทำดี พูดดี"

เรื่องข่าวนี้ ไม่ใช่แค่สอนให้ลูกได้เรียนรู้  แต่ตัวแม่ดาวเองก็ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้เช่นกัน อ่านบางความคิดเห็น บ้างก็โทษทางบริษัทโทรศัพทฺ์  บ้างก็โทษพ่อแม่เด็ก บ้างก็โทษเด็ก บ้างก็โทษบริษัทเกมส์ คงจะดีหากเราช่วยกันคิดหาวิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้โดยเริ่มจากตัวเรา ครอบครัวเรา  เราอาจตกเป็นเหยื่อเพราะความประมาท ความไม่รู้ ฯลฯ  คิดๆๆ และพิจารณา  ข่าวนี้เป็นข่าวไม่ดี แต่จะมี่ประโยชน์มากหากเรานำมาคิด คิดและทำ  "จุดตะเกียงดีกว่าด่าความมืด" นะคะว่าไหม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างชุดความรู้ให้เราได้เรียนรู้ครับ
ผมเองไม่เคยเล่นเลย  แต่ได้หยิบจับสถานการณ์นี้มาโสเหล่กับเด้กๆ ในครอบครัว
และเด็กๆ ได้อธิบายให้ผมเข้าใจในหลายเรื่อง
และสุขใจที่เด็กๆ ลุกๆ ไม่ได้เล่นเกมเหล่านี้
แต่ก็ไม่ตกยุคตกสมัยในวิถีการรับรู้

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณแผ่นดินนะคะ ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น แม่ดาวได้อ่านจากข้อความอาจเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ก็รู้สึกว่า คุณแผ่นดินเป็นคุณพ่อที่น่ารักมากค่ะ รู้สึกอบอุ่น ยินดีที่มีคุณพ่อดี ๆ เช่นนี้  หากเลือกได้จริงแม่ดาวก็ไม่อยากให้เขาเล่น บางคนบอกว่าสงสารลูกกลัวลูกคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องจึงให้ลูกเล่น  บางคนให้เล่นเพราะเขาเห็นแก่ความสุขสนุกของลูก  การเล่นเกมส์นี้ส่วนตัว เห็นข้อดีน้อยมากฮ่าๆๆๆ  ไหนจะเรื่องสายตา ร่างกาย อารมณ์  มันบั่นทอนไปหมด  แต่เป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับค่ะ เพราะสามีเขาค่อนข้างเห็นข้อดีของการเล่นเกมส์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ไหวพริบ คิดแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ  ครอบครัวใดแนวทางเดียวกันการเลี้ยงลูกก็จะเห็นผลชัด ครอบครัวไหนคิดต่างกัน ก็ต้องมานั่งปรับสมดุลหาตรงกลางกันให้เจอ  เรื่องความสมดุล ความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้ต้องปรับกันอีกเยอะค่ะในครอบครัว  เมื่อเราคิดต่าง แม่ดาวก็ต้องมองหาสุขในทุกข์ให้เจอ   ตอนไปงานเสวนาโรงเรียนพ่อแม่ มีท่านนึงเสนอแนวทางในการสร้างครอบครัวที่ดีว่า "ควรเริ่มสอนตั้งแต่การเลือกคู่ครอง" อันนี้เห็นว่าจริงฮ่าๆๆๆ   ส่วนใครที่เลือกมาแล้วก็เห็นควรว่าต้อง "ยอมรับ เรียนรุ้ อยู่กับปัจจุบัน"

เขียนเมื่อ 

อ่านจากข่าวก็น่ากลัว  และถ้ามีลูกวัยเรียนคงต้องตระหนกอยู่นะคะ

ยินดีนะคะที่คุณแม่ดีดีคุยกับลุกไปด้วยสอนไปด้วย ประเมินความเข้าใจลูกไปด้วย เขาจะได้ไม่เป็นเหยื่อ ถ้าพี่มีลูกเล็กคนห่วงเหมือนกัน

เลี้ยงลูกตอนที่มีสิ่งยั่วยุมากมายก่ายกองในยุคนี้  พ่อแม่ต้องเหนื่อยใจมากๆ ต้องรู้เท่าทันในทุกเรื่องรอบตัวลูกจริงๆ