ตราบโลกยังไม่แตกสลาย ตราบที่เรายังมีลมหายใจ
และตราบที่หัวใจของเรายังไม่มืดบอด 
เราทุกคนล้วนชอบธรรมที่จะคิดถึงใครสักคน
หรือคิดถึงเรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่งด้วยกันทั้งนั้น


เรื่องหลายเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องใช้ตรรกะเหตุผลมากมายนัก
ใช้เพียงอารมณ์ ความรู้สึกนำพาก็พอได้
ความคิดถึง เป็นหนึ่งในประเด็นที่ผมกำลังพูดถึง
หากแต่เป็นความคิดถึงในมุมอันงดงาม
หาใช่กัดกร่อน คุกคาม ทลายรุกเข้าข่มเหงหัวใจใครให้เดือดร้อน

เคยบ่อยไหมกับการทำอะไรโดยไม่จำเป็นต้องสืบค้นต้นธารแห่งเหตุ
หรือซักไซ้ไล่เลียงถึงตรรกะอันใดให้มากความ
ครับ- ผมเป็นบ่อยครั้ง บ่อยเสียจนใครๆ ต่างรับรู้และเข้าใจว่าผมเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ไหนจะบริจาคเงินให้ขอทานด้วยจำนวนอันน้อยนิด
โดยไม่จำเป็นต้องไต่ถามว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน – จริง ไม่จริง
รวมถึงซื้ออ้อยและแตงกวาให้ช้างเร่รอน
โดยไม่จำเป็นต้องตั้งศาลซักฟอกข้อเท็จจริงว่า “ช้างเลี้ยงคน (หรือ) คนเลี้ยงช้าง”
เฉกเช่นกับการแจกหนังสือของตัวเองบนเวทีบรรยาย
โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครๆ ต้องทำอะไร หรือต้องกระโดดโลดเต้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
(อยากได้คืออยากได้ กล้าขอ ก็กล้าให้)
ครับ, ผมเป็นคนประเภท อยากให้ ก็คือให้
เป็นการให้ที่ไม่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน
ให้-เพราะอยากให้
และที่สำคัญคือ เป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน


ความคิดถึง ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
ในแต่ละวัน ผมคิดถึงผู้คนมากมายก่ายกอง
ไม่แต่เฉพาะผู้คนเท่านั้น หากแต่หมายรวมถึงการคิดถึงเรื่องราวหลากเรื่องด้วยเช่นกัน

บางครั้ง ผมก็คิดถึงใครสักคนที่เพิ่งพบเจอเพียงเสี้ยววินาที
คิดถึงทั้งที่ไม่ได้ปริปากทายทัก –มักคุ้น
เป็นความคิดถึงในมุมอันง่ายงาม มีพลัง และมีชีวิต
ไม่ใช่คิดถึงในแง่มุมของการคุกคามเป็นอื่น –อกุศล

การได้คิดถึงใครสักคนทั้งที่รู้จักเป็นการส่วนตัว หรือไม่รู้จักก็เถอะ
ผมถือเป็นความชอบธรรมที่ผมพึงกระทำได้
ทำได้ตราบเท่าที่โลกยังไม่แตกสลาย
คิดถึง ตราบเท่าที่ผมยังมีลมหายใจ
และตราบเท่าที่ความคิดถึงแห่งผมจะยังไม่ก้าวล้ำ คุกคามทำร้ายผู้ซึ่งเป็นต้นธารความคิดถึง
รวมถึงหันหัวเรือกลับมาทำร้ายตัวตนแห่งผมเอง
ตราบนั้นผมก็ยังชอบธรรมที่คิดถึง และคิดถึง ---

แน่นอนครับ ความคิดถึงเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการใช้ชีวิต
เป็นแง่มุมอันงดงามของการ “ให้” – แบ่งปัน
ยิ่งความคิดถึงที่ไม่ปรารถนาให้คนต้นธารของความคิดถึงต้องตอบแทนเราด้วยความคิดถึง
หรือกำนัลผ่านสิ่งใดเพื่อตอบแทนกลับมายังตัวเรา
ยิ่งเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่า ผมชอบธรรมที่จะคิดถึง

ครับ, ผมเชื่อว่า หลายต่อหลายท่านมักตั้งคำถามกับตัวเองและคนรอบข้างเสมอว่า “คิดถึงแล้วได้อะไร”
หรือทำไมต้องเสียเวลาคิดถึงผู้คนและเรื่องราวที่เราไม่อาจได้รับการตอบแทนในสิ่งที่เรากำลังคิดถึง
สำหรับผมแล้ว คำตอบแบบดิบห้วนก็คือ (คิดถึงแล้วได้อะไร) “อย่างน้อยก็ได้...คิดถึง”

คิดถึงเถอะครับ หากความคิดถึงที่ว่านั้นเป็นความคิดถึงอันงดงาม
เป็นความคิดถึงที่ไม่ทำร้ายใคร พอๆ กับการไม่ทำร้ายตัวเราเอง
เรื่องบางเรื่อง ชีวิตในบางจังหวะย่อมไม่สมควรเจ้ายศเจ้าอย่าง -ทระนงอหังกา
หรือกระทั่งบ้าเหตุบ้าผลมากจนชีวิตต้องแล้งร้อนอ่อนระโหย
เพราะความเป็นจริงในปริมณฑลของชีวิต
ก็จำต้องเยียวยาเสริมพลังตัวเองผ่านความคิดถึงในทำนองนี้
...

๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗
สกลนคร-มหาสารคาม




.