เมื่อคืนลองใช้โมเดลในการสอนอีกแบบ คือ ขอให้นักเรียนทุกคนเตรียม "พระฝีมือ" ที่ผ่านบางเกณฑ์ อย่างน้อนก็ในความรู้สึกของเจ้าของพระ
และให้เพื่อนๆในห้องวิจารณ์ว่า อะไร ผ่าน อะไรไม่ผ่าน เพราะอะไร
เมื่อคืนนักเรียนส่วนใหญ่ เน้นพระเนื้อผงเป็นหลัก
อาจจะเป็นเพราะ
1. ความสนใจของผู้เรียนเน้นไปที่พระสมเด็จวัดระฆัง ตามกระแสความฝันของคนในวงการ และ
2. เป็นพระที่ปลอมมาก และ ดูยากมาก ในความรู้สึกของเขา จึงอยากนำมาให้ช่วยกันดู
จะอย่างไรก็ตาม น่าเสียดายว่า พระที่นำมานั้น ไม่มีพระระดับฝีมือ มีแต่พระเก๊ตาเปล่าทั้งหมด
และนักเรียนแต่ละคนก็ตีเก๊ทันที โดยไม่พยายามจะวิจารณ์วิธีการทำพระเก๊ ตามเจตนาที่มีแต่เดิม
จึงทำให้กระบวนการเรียน ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ตามที่ตั้งใจไว้
แต่ก็ได้รับบทเรียนว่า .............
"เมื่อผู้เรียนยังไม่พร้อม ควรจะนำพระแท้ให้ดูมากกว่าที่จะนำมาเก๊มาให้เรียน"
แต่การนำพระเก๊มาให้เรียนนั้นอาจจะเหมาะกับการเรียนในระยะต่อไป
เมื่อนักเรียนพัฒนาไปถึงระดับ เข้าใจกระบวนการทำพระเก๊ ที่อย่างไรก็ไม่เหมือนพระแท้ อย่างแน่นอน
ในกระบวนการเรียน ผมได้สรุปประเด็นให้ พร้อมกับนำพระแท้ต้นแบบ มาให้ดูว่า .....
ช่างที่ทำพระเก๊เขากำลังคิดอะไร ในขณะที่ทำพระเก๊องค์นั้นๆ
และพระแท้ต้นแบบในใจของเขาน่าจะเป็นอย่างไร
ซึ่งก็ทำให้นักเรียนเข้าใจแนวคิดและการทำพระเก๊ ที่น่าจะช่วนให้สามารถหลบเลี่ยงพระเก๊เนื้อพลาสติกได้ดีขึ้น
ข้อสรุปจากเมื่อคืนนี้ ผมจะนำไปปรับกระบานการสอนใหม่ ให้สอดคล้องกับความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มผู้เรียน
สำหรับผู้สนใจหลักการดูพระเนื้อผง ในหลัก 3+2 ก็นำพระใหม่ๆ (วัดระฆัง 108 และ 118 ปี ) อายุ 24 และ 34 ปี มาให้ศึกษา ว่าหลัก 3+2 นั้น จะเห็นได้ชัด แม้แต่กับพระใหม่ๆ






ยินดีต้อนรับ "นักเรียน" ทุกท่านครับ
อาจารย์ครับ หนังสือพระที่เขียนไว้มีกี่เล่มครับ จะได้หามาศึกษา
5 เล่ม ในนามปากกา ส. มอดินแดง ครับ
ขอบคุณครับ จะพยามยามศึกษาให้เข้าใจ
แม้จะมีรูป คนดูไม่เป็นก็เยอะครับ อิอิอิอิ