ชีวิตที่คาดไม่ถึง...

วันนี้ (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗) ฉันตื่่นตั้งแต่เวลา ๐๔.๓๐ น. โดยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เพราะถึงคราวที่ตัวของฉันเอง

ต้องไปเจาะเลือดไว้ก่อน เพราะหมอสั่งเจาะเลือด (ใหญ่) ๑ สลิ่ง...เจาะได้เฉพาะแขนข้อพับซ้าย...นอกนั้นก็อย่าได้

ใช้เข็มควานหาเลย เจ็บปล่าว!!!...อาบน้ำแต่งตัวเสร็จขับรถยนต์ไปถึงโรงพยาบาลพุทธชินราช เวลา ๐๖.๐๐ น.

ไปถึงด้านหน้าโรงพยาบาล ครั้งแรกคิดว่าไม่มีที่จอดรถ...แต่บังเอิญเช้านี้มีที่ว่างอีก ๒ ที่...นึกดีใจว่า...ไม่ต้องขับ

ไปจอดด้านบนตึกที่เก็บเงินด้านหลังโรงพยาบาล...

เข้าไปในโรงพยาบาลเช่นเคย...หยิบบัตรคิวซึ่งเป็นแผ่นซีดีสีฟ้า ได้คิวที่ ๒๘...นั่งรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาทำงาน

เกือบ ๐๗.๐๐ น.ไปเช้าก็ดีตรงที่ได้เจาะเลือดเร็วขึ้น ไม่ต้องไปแข่งกับผู้คนอีกมากมายในตอนสาย ๆ...แต่วันนี้มีคน

น้อยกว่าปกติ...(น้อยในสายตาของฉันก็ยังเต็มอยู่ดี)...พอได้เวลาเจาะ ฉันก็เข้าไปเจาะ...(เจาะเลือดอย่างเดียว

เพราะต้องไปฟังผลในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗)...เมื่อเจาะเสร็จแล้วนึกถึงน้องอ้อ...เจ้าหน้าที่ของกองที่ได้เกิด

เส้นเลือดใหญ่ในสมองแตกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วเข้ารักษาตัวอยู่ที่ตึกเอ็กเรย์ ก็เลยเดินเข้าไปเยี่ยม...

อาการที่เห็น ฉันเห็นน้องอ้อ นอนอยู่บนเตียงโดยไม่รู้สึกตัวเองเลย...และฝ่ายสามีก็พยายามทำกายภาพบำบัดให้

อ้อ...โชคดีที่มีครอบครัวอบอุ่น สามีเธอรักเธอมาก...เพราะเท่าที่ตอนเธอมีชีวิตอยู่ เธอเล่าให้ฉันฟังว่า...

สามีของเธอทำงานบ้านให้ทุกอย่างเพราะเธอไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไร...ฉันยืนอยู่ข้างเตียง...เอื้อมมือไปจับตัวเธอ

แล้วปากก็พูดว่า..."อ้อ!!! พี่บุษมาเยี่ยม ลืมตาสิ...พี่มารับไปทำงานนะ" (ฉันพูดแกล้งสัพะยอกเธอเหมือนตอนที่เธอ

มีสติที่สมบูรณ์)...คล้าย ๆ กับเธอจะลืมตาขวาขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วเธอก็หลับลงไปอีก...ร่างกายเธอตอนนี้ นอนแน่นิ่ง

ไม่รู้สึกตัว...มีสายเครื่องช่วงหายใจช่วยเธอไว้ เมื่อวานนี้เธอมีไข้สูงถึง ๔๐ แต่หมอก็ทำให้ไข้ลงจนได้...

หน้าของเธอยังบวมอยู่บ้างแต่ไม่มากเหมือนวันแรกที่หลังจากการผ่าตัดสมอง...

ฉันมองดูน้องอ้อ...พลางก็คิดว่า...เธอคงกลับมาทำงานกับฉันไม่ได้อีกแล้ว...ถึงหายก็คงใช้เวลาอีกนาน...

ฉันต้องวางแผนการทำงานต่อว่า...งานที่น้องอ้อทำจะให้ใครทำดีตอนนี้...คงต้องถามน้อง ๆ คนอื่นอีกครั้งว่า

ให้แต่ละคนเคลียร์งานตนเองที่ทำ...และต้องให้มาเรียนรู้งานที่น้องอ้อทำอยู่ต่อไป

คนเรามักมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คาดไม่ถึง เช่น น้องอ้อก็เช่นกัน เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่า...

จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น...มันยากเกิดที่เราจะคาดเดาได้ว่า..."มันเกิดขึ้นได้อยางไร?"...

นี่คือ วิถีชีวิตมนุษย์ ที่คนเราพูดคุยกันอยู่ดี ๆ วันหนึ่งต้องมานอนหลับแบบไม่รู้สึกตัวได้ในวันนี้...

สิ่งที่ควรทำ นั่นคือ การกระทำดีต่อกันและกันในทุกวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง เพราะเราไม่รู้ว่า...วันใด วันหนึ่ง

เราอาจนอนหลับยาวอย่างไม่รู้สึกตัวเช่นกับน้องอ้อ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗