GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แบบจำลองความสุข (เทียม) : ปฐมบท

ทุกคนต้องทำงาน ทำงาน และทำงาน โดยที่จะต้องเป็นงานที่ทำให้เกิด "เงิน" และได้ "เงิน" เพื่อนำเงินที่ได้จากการทำงานนั้นมาเพื่อซื้อสรรพสิ่ง จากการซื้อสรรพสิ่งเหล่านั้น ทุกคนจะได้ "ความสุข"......

 

 

 

"ความสุข ความสุข ความสุข"

ความสุขนั้นหนอคืออะไร?

หลาย ๆ ครั้งในหลากหลายอารมณ์บนเส้นทางเดินแห่งชีวิตนี้ ผมเคยฉุกคิดอยู่เสมอ ๆ ว่า "ความสุขคืออะไร" และ "ทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขนั้นมาอยู่ในตัวและใจของเรา"

จากชีวิตที่ผ่านร้อนและหนาว สุข (น่าจะ) บ้างทุกข์บ้าง สำเร็จบ้างและส่วนใหญ่ล้มเหลว จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ผมนั่งมองผู้คนอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วผมถามตัวเองว่า "นี่ใช่ไหม ความสุขขขข"

วันนั้นเป็นวันศุกร์ ผมออกเดินทางจากเชียงใหม่เวลา 07.45 น. ออกเดินทางด้วยรถปรับอากาศชั้น 2 จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ (อาเขต)

ทำไมถึงต้องเป็นรถปรับอากาศชั้น 2

เพราะผมต้องการประหยัดเงินส่วนต่างระหว่างรถ ปรับอากาศชั้น 1 กับรถปรับอากาศชั้น 2 จำนวน หนึ่งร้อยกว่าบาท เพื่อที่จะเอาเงินนั้นมากิน มาเที่ยว เพื่อหาความสุข

จากนั้นเองเมื่อก้าวขึ้นรถและล้อหมุนผ่านไปได้สักระยะ คำถามที่เกิดขึ้นในใจขณะนั้นก็เริ่มถามอีกว่า "นี่เรากำลังจะเดินทางไปหาความสุขใช่ไหม แต่ทำไมตอนนี้เราถึงเริ่มทุกข์"

ชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่า ซึ่งผ่านไปไวเหมือนโกหก จาก 7.45 น. เสียงเพลงชาติดังแว่ว ๆ ผ่านมโนสำนึกว่าแปดโมงแล้ว จนกระทั่งผ่านไปถึงเที่ยงวัน จวบจนเข็มนาฬิกาหมุนวนไปถึงเวลาหกโมงเย็น จากธงชาติที่ขึ้นสู่ยอดเสาเมื่อคราวที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งเวลานี้เวลาที่ธงชาติลงสู่ยอดเสา "เรายังไม่ถึงกรุงเทพฯ" เลย

เรากำลังจะไปหาความสุขใช่ไหม?

เรานัดเพื่อนไว้เพื่อไปเที่ยวหาอาจารย์กัน ไปกินข้าว ฟังเพลง เมื่อมีความสุขกัน

จวบจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน จากชีวิตที่อยู่ตั้งอยู่ด้วยร่างกายและถ่ายน้ำหนักลงบนเบาะรถ ก็ต้องเริ่มก้าวเท้าเดินลงเหยียบพื้นปูนที่เพิ่งจะคลายความร้อนออกไม่นาน

กว่า 11 ชั่วโมงจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ 07.45 - 19.00 น. "เราใกล้จะถึงความสุขแล้วนะ"

อีกไม่ไกล อีกไม่ไกล ......

เมื่อเปลี่ยนจากรถบัส 2 ประตู 20 หน้าต่าง เปลี่ยนเป็นรถตู้คันใหญ่ ๆ ที่ขึ้นไปแล้วรู้สึกคับแคบกับเบาะที่นั่ง 4 แถว ๆ ละ 3 คน ข้างหน้าอีก 3 ทั้งหมด 15 ชีวิต ที่มาจากคนละสารทิศ ...

บางคนเพิ่งกลับจากทำงาน บางคนกลับจากการเรียนหนังสือ บางคนกลับจากไปเที่ยวพักผ่อน มุ่งหน้าต่อไปบนถนนที่แสนจะยุ่งเหยิง ไฟรถ เสียงแตร เสียงบ่นจากคนขับรถ ผสมผสานดังอื้ออึงจนกลบเสียงลมหายใจแห่งชีวิตของทุก ๆ คนที่นั่งอยู่ใกล้กันแบบเนื้อแนบเนื้อ ลมหายใจรดลมหายใจ แต่ไม่มีเสียงพูด เสียงถาม เสียงพูดคุยโต้ตอบกันฉันท์มิตรใด ๆ เกิดขึ้น ต่างคนต่างอยู่ในพะวังแห่งจินตนาการที่กำลังคิดว่าฉันไปทำอะไรมาและฉันกำลังจะทำอะไรต่อไป

จากรถตู้เปลี่ยนเป็นรถแท็กซี่ ที่มีลูกชายของคนสองคน (พ่อและแม่) ลูกชายที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จากบ้านเกิดเมืองนอน จากผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูจนกระทั่งมีลมหายใจอยู่ได้ทุกวันนี้ เดินทางเข้ามาใช้ชีวิตเป็นคนขับรถที่เช่ามาจากเฒ่าแก่

"ไปที่สวนสยาม"

คนขับรถผงกหน้ารับหนึ่งครั้ง เราก็ขึ้นรถได้ แล้วเขาก็พาเราไปส่งตามที่ต้องการ "เมื่อสิ่งเสนอตรงกับสิ่งสนอง" สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่งทั้งสองนั้น สิ่งที่ทำให้เราเดินทางไปถึงที่หมายโดยมีลูกชายของใครสองคนขับรถคันหรูเราไปส่งถึงที่ นั่นก็คือ กระดาษหรือเหรียญที่เราสมมติขึ้นมาแล้วเรียกว่า "เงิน"

ครั้นเมื่อถึงห้องพัก วางกระเป๋าบนเตียงนอนอันแสนนุ่มและสุดสบาย

"ให้กระเป๋าได้นอน พักผ่อน เราไม่เป็นไร เดินทางมาไกลแค่ไหน เดี๋ยวเราไปเที่ยวกัน เรากำลังจะออกไปหาความสุขนะ ไปกินนะ ไปเที่ย วนะ"

ใกล้ถึงความสุขแล้ว!!!

และแล้วเราต้องจำใจจากเตียงอันแสนนุ่มและอบอุ่น จากนั้นอีกไม่กี่อึดใจรถแท็กซี่คันเดิมที่จอดรออยู่หน้าโรงแรมก็ได้พาเรามาถึงสถานที่แห่งความสุขที่เราตั้งใจ ตั้งตาคอย ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรกับระยะเวลากว่าครึ่งวัน เราก็เดินทางมาถึงความสุขแล้ว

"เงิน" ที่สะสมไว้เป็นเวลานานของพวกเราหลาย ๆ คน ได้ถูกควักออกจากกระเป๋าออกไปเพื่อซื้อ "ความสุข" ที่เราคิดว่าจะได้รับจากการกิน การฟังเพลง ณ สถานที่แห่งนั้น (จริงไหม)

น่าจะจริงนะ!

เพราะเมื่อเรามองไปรอบ ๆ มีผู้คนมากมาย บางคนยังอยู่ในชุดทำงาน หน้าตาเมื่อยล้า เพราะตรากตรำทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าจนกระทั่งถึงเย็น ทำงานตั้งแต่วันจันทร์จนกระทั่งวันนี้วันศุกร์ "วันพักผ่อนเพื่อหาความสุข" มานั่งดูดดื่มความสุขจากสถานที่แห่งนี้มากมาย

บางคน (อย่างเช่นผมและเพื่อนผม) เดินทางมาไกลแสนไกล จากคนละภาคของประเทศไทย ตั้งใจมาที่แห่งนี้เพื่อ "หาความสุข"

สุขไหม?

เมื่อยแสนเมื่อย เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนที่จะล้า แต่ในใจคิดว่า "นี่แหละความสุข"

เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่หวั่น

เงินที่เก็บไว้จากการทำงานอันตรากตรำ "ก็เพื่อสิ่งนี้แหละ"

"งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข"

มีเงินซื้อได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่ง "บุญ"

สินค้าที่จะทำให้เรามีความสุข

บริการที่จะทำให้เรามีความสุข

บุญที่จะทำให้เรามีความสุข

เหตุแห่งปฐมบทนี้เองจึงเป็นบ่อเกิดเป็นที่มาแห่ง "แบบจำลองความสุข (เทียม)"

 

"ความสุข" ที่ใคร ๆ หลายคนเรียกเขาว่า "นักธุรกิจ" บอกเรา

"ความสุข" ที่ใครอีกหลากหลายร้อยคนเรียกเขาว่า "คนยุคทุนนิยม" ปลูกฝังเรา

เขาบอกเราไว้เสมอว่า....

ทุกคนต้องทำงาน ทำงาน และทำงาน

โดยที่จะต้องเป็นงานที่ทำให้เกิด "เงิน" และได้ "เงิน"

เพื่อนำเงินที่ได้จากการทำงานนั้นมาเพื่อซื้อสรรพสิ่ง

จากการซื้อสรรพสิ่งเหล่านั้น ทุกคนจะได้ "ความสุข"......


ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

2 พฤศจิกายน 2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 57033
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ

ความเห็น (7)

  • ขอบพระคุณมากครับที่บันทึกมาแบ่งปัน
  • รออ่านตอนต่อไปครับ

การเสียเงินเพื่อไปเที่ยวจะสุขไหม ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างครับ

  • ผมชอบเดินทางคนเดียวเพราะมันจะเร้าใจดีครับ เวลาเจออะไรใหม่ๆ จะเข้าไปคุยถามคนแถวนั้นได้สนุก สนใจอะไรก็เข้าไปเลย ไม่ต้องระวังเพื่อน (ไม่ต้องเทคแคร์มากด้วย) แต่ข้อเสียคือ มักเตลิดจนออกนอกโปรแกรมที่วางไว้ประจำครับ
  • แต่ถ้าไปหลายคนก็สนุกอีกแบบครับ คือ ได้เจออะไรที่เราไม่คิดจะเจอจากเพื่อนและเพื่อนมักชวนกลับเข้าโปรแกรมที่วางไว้ได้
  • ต้องทำใจก่อนครับ ที่เราจ่ายเงินนี่เพื่อความสุขจากการเจอและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นะ ถ้าคิดอย่างนี้แล้วจะไม่เสียดายเงินครับ
  • สวัสดีครับท่านพี่วีรยุทธ
  • กราบขอบพระคุณท่านพี่เช่นกันครับที่ให้กำลังใจกันเสมอมาครับ
  • ตอนนี้ผมอยู่ที่คลองลานตลอดเลยครับ ถ้ามีโอกาสผ่านมาแถวนี้บอกได้เลยนะครับ
  • สวัสดีครับท่านจันทร์เมามาย
  • ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับที่เข้ามาเสริมปัจจัยหลากหลายประการ ทั้งในส่วนของรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวแบบอิสระ "ตามอำเภอใจ" ที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด
  • รวมถึงเทคนิคการทำใจไม่ให้เสียดายเงินครับ จะนำไปคิดและต่อยอดจากข้อเห็นที่ดี ๆ ของคุณจันทร์เมามายต่อไปครับ
  • ขอพลังความรู้จงสถิตกับท่านตลอดไปครับ

อ่านย้อนจากบันทึกที่สองสู่บันทึกที่หนึ่งค่ะ

อาจารย์เป็นคนละเอียดช่างคิดจังเลยค่ะ..

 

  • สวัสดีครับท่านอาจารย์จันทรรัตน์
  • ผมพยายามคิดและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ให้ละเอียดมากที่สุดครับ เพื่อพยายามหาความเป็นไปและเป็นมาในทุก ๆ สรรพสิ่งครับ หลังจากนั้นก็จะพยายามถ่ายทอดออกมา เพื่อให้กัลยาณมิตรทุก ๆ ท่านใน G2K ช่วยตรวจสอบความคิด ซึ่งได้สัมผัส โดยอาจจะเรียก AAR of Life ก็ได้ครับ พยายามคิดและนึกถึงจุดเล็ก ๆ มองให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ มองผ่านดวงตาลึกให้ถึงใจครับ
  • ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงครับที่เข้ามาเติมเต็มความรู้และความคิดให้ผมเสมอครับ

ตามหลักพุทธ แท้จริงไม่มีความสุข ความสุขที่พูดพามักจะเป็นความสุก (มีผลต่อให้เกิดทุกข์) ท่านจึงสอนให้ดับทุกข์ ไม่ได้สอนให้หาสุข เพราะเราอยู่ในไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) การดับทุกข์ก็ต้องใช้หลัก อริยสัจ ๔ และสร้างปัญญาโดยไตรสิกขา (ศึล สมาธิ ปัญญา) และอีกหลายๆองค์ประกอบ ท่านว่าห้ามข้าม ห้ามย้อนศรในทุกกรณีครับ

ขอให้โชดดี

๗ พย ๔๙ (Kyoto)