สาขาการจัดการความรู้ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มักจะได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรสร้างกระบวนการถอดองค์ความรู้ขององค์กรต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็ก อาจารย์มักจะชวนข้าพเจ้าไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในการจัดกิจกรรม และได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการทำกิจกรรมด้วย  

ครั้งนี้ทางอาจารย์ได้รับเชิญจากพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นวิทยากรในสร้างกระบวนการในการถอดบทเรียนที่เกิดจากการทำงานร่วมกับชุมชน ใช้ชื่องานว่า "การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนด้านเทคนิคการจัดการความรู้และวิทยากรกระบวนการในงานพัฒนาชุมชน" โดยจัดขึ้น 2 วัน  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมวันละประมาณ 40 คน

เหมือนเช่นเคย อาจารย์มักจะชวนให้ไปช่วยอาจารย์เสมอ โดยบอกล่วงหน้าประมาณ 2-3 วันก่อนวันงาน ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจเช่นเคย เพราะจะได้ประสบการณ์และความรู้ใหม่ ๆ อีกแล้ว 

การจัดกระบวนการครั้งนี้มีอาจารย์ที่ต้องไปเป็นวิทยากร 4 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านจะมีประเด็นที่ต้องถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมคนละ 1 ประเด็น และมีเพื่อนนักศึกษาช่วยงานเหมือนข้าพเจ้าอีก 1 คน (รวมวิทยากร 4 คน และผู้ช่วยวิทยากร 2 คน)

แต่เวลา 16,00 น. ก่อนจะถึงวันงาน(คือพรุ่งนี้) อาจารย์ท่านหนึ่งโทรมาแจ้งให้ข้าพเจ้าเป็นวิทยากรแทนอาจารย์ เนื่องจากอาจารย์ติดภาระงานสำคัญ  ตอนนั้นรู้สึกตกใจ รับปากอาจารย์ว่า "ได้เลยค่ะ"  หลังจากวางสายจากอาจารย์ "ตายละจะทำยังไงดี จะเอาอะไรไปพูด จะเตรียมอะไรบ้าง คนตั้ง 40 คน จะรีบมือได้ไหม......" คำถามสารพัดเกิดขึ้นในใจ เริ่มรู้สึกตื่นเต้น ๆ ที่สำคัญคือ นี่เราต้องทำออกมาให้ดีด้วยสินะ เพราะมันค่อนข้างเป็นทางการ และเป็นวิทยากรในนามของสาขา และคณะด้วย มันไม่ใช่คุยกันในวง 5-10 คนเหมือนที่เคยทำ อาการเครียดก็เริ่มพรั่งพรู.....แต่ข้าพเจ้าต้องหยุดความคิดทุกสิ่งอย่าง เพื่อเตรียมสไลด์?

เช้าวันใหม่ (เช้าเร็วมากกกกกกก ความรู้สึกตอนนั้น) ข้าพเจ้ารีบออกไป เพื่อที่จะนำสไลด์ไปให้อาจารย์และเพื่อนช่วยดูและติเพื่อปรับแก้ก่อนจะเป็นวิทยากรในภาคบ่าย มีการปรับแก้นิดหน่อย หลังจากนั้นก็สร้างความคุ้นเคยกับห้องประชุม พยายามเรียกกำลังใจและความมั่นใจให้ตัวเอง โดยการทำสมาธิ และหายใจลึก ๆ ยาว ๆ หลาย ๆ รอบ

เมื่อถึงเวลาทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้ากังวลมาตลอดคืนและอีกครึ่งวัน มันหายไปไหนหมดไม่รู้ รู้แต่ว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องพูดนั้น จะต้องพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ พูดตามที่ตัวเองเข้าใจมาและสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจได้มากที่สุด (แต่ในความเป็นจริงผู้ฟังทุกท่านจะเข้าใจได้ดีแค่ไหนนั้น ข้าพเจ้าไม่ทราบเลย ฮ่า ๆ ) โชคดีที่มีเพื่อนที่มาเป็นผู้ช่วยวิทยากรนั่งข้างเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็รู้สึกอุ่นใจ หากข้าพเจ้าพูดผิดพลาด เพื่อนน่าจะช่วยเสริมได้ (มารู้ทีหลังว่าเพื่อนข้าพเจ้าตื่นเต้นกว่าอีก ทำอะไรไม่ถูกกว่าอีก ฮ่า ๆ )

ประเด็นที่พูดนั้นจะเป็นเรื่องของความแตกต่างของแผนที่ความคิด (Mind Map) และแผนที่ความคิด (Knowledge Map หรือ k-map) หลังจากนั้นเน้นในเรื่องของการถอดความรู้ด้วยแผนที่ความคิด (K-Map) โดยข้าพเจ้าได้ยกตัวอย่างการทำแผนที่ความคิดด้วย "การปลูกผักชี" จะต้องทำอะไรบ้าง????

หลังจากนั้นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำแผนที่ความคิด โดยกำหนดประเด็นว่า "ทำไข่เจียวให้อร่อย" จะต้องนึกถึงอะไร ต้องทำอย่างไร และเพราะอะไร  เพื่อให้ได้แนวคิดและเข้าใจหลักการถอดความรู้จากงานของตนเอง 

จากกิจกรรม "ทำไข่เจียวให้อร่อย" สังเกตเห็นผู้เข้าร่วมทุกคนมีความคิดที่หลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนมีประสบการณ์ในการทำไข่เจียวให้อร่อยไม่เหมือนกัน  จึงทำให้ได้ราละเอียดของการทำไข่เจียวให้อร่อยมากมาย และทุกคนก็มีความสุขจากการทำกิจกรรม มีเสียงหัวเราะ มีบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นและการแลกเปลี่ยนกันอย่างหลากหลาย..... ณ เวลานี้ วิทยากร (ข้าพเจ้าเอง) รู้สึกดีขึ้น คลายความตึงเครียดลง เพราะคุ้นเคยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น

หลังจากทำกิจกรรม "ทำไข่เจียวให้อร่อย" แล้ว ได้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้แบ่งกลุ่ม(ซึ่งแบ่งอยู่แล้ว) ตามหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง เพื่อทดลองถอดความรู้โดยใช้แผนที่ความคิด (K-Map) ซึ่งมีทั้งหมด 10 กลุ่ม สมาชิกในกลุ่มมีมากและน้อยแต่ต่างกันไปตามภาระงาน  ให้ทุกกลุ่มเขียนทุกอย่างลงบนกระดาษบรุ๊ฟ และจะมีวิทยากรเดินเวียนให้ครบทุกกลุ่ม เพื่อตรวจสอบว่าทุกกลุ่มทำได้ถูกต้องหรือไม่ และร่วมกันแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้ความรู้และทักษะในการใช้ K-map มากที่สุด


ภาพที่ 1 :โต๊ะตัวนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประหม่าและตื่นเต้นมาก เพราะสายตาของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคู่จ้องมาที่ข้าพเจ้าและเพื่อน

ภาพที่ 2 เชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม มีส่วนร่วมในกิจกรรม "ทำไข่เจียวให้อร่อย"

ภาพที่ 3 กิจกรรม "ทำไข่เจียวให้อร่อย"

ภาพที่ 4 แบ่งกลุ่มและถอดความรู้จากภาระงานของตนเอง ด้วย k-map

ภาพที่ 5 แบ่งกลุ่มและถอดความรู้จากภาระงานของตนเอง ด้วย k-map

ภาพที่ 6 แบ่งกลุ่มและถอดความรู้จากภาระงานของตนเอง ด้วย k-map

ภาพที่ 7 ผลงานของผู้เข้าร่วมกิจกรรม