เงินเดือน … น้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจแม่

เมื่อจบการศึกษาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เราก็มีงานทำทันที  เงินเดือนออกเดือนแรกแม้ไม่มากนัก เราก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นที่สุด ดีใจที่จะให้เงินเดือนแม่ เป็นครั้งแรกในชีวิตของการให้แม่  เราแบ่งเงินจำนวนนั้นเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่งให้แม่ ส่วนที่สองฝาก “เพื่ออนาคต” (คือฝากประจำทุกเดือน ด้วยเงินที่เท่า ๆ กัน กำหนดถอนเงินทั้งก้อนเมื่อครบ 3 ปี) อีกหนึ่งส่วนเก็บไว้ใช้ส่วนตัว ช่วงแรกของการทำเช่นนี้ต้องประหยัดมาก ๆ เพื่อให้พอเพียงในแต่ละเดือน เราตั้งปณิธานว่าเราจะไม่ขอเงินแม่และพี่ ๆ ใช้อย่างเด็ดขาด มันเป็นความท้าทายที่มีความสุขมาก พอเงินโบนัสออกก็เก็บไว้ใช้สอยเฉลี่ยกับเดือนอื่น ๆ ที่ไม่มีโบนัส (รับทุกมิถุนายน และธันวาคมครั้งละ 2 เดือน)

วันเงินเดือนออกของเรา คือวันเงินเดือนออกของแม่เช่นกัน  เราได้ทำคำสั่งถาวรเป็นลายลักษณ์อักษร (standing instruction)ให้ธนาคารโอนไปเข้าบัญชีของแม่ซึ่งอยู่ต่างจังหวัดในวันทำการสุดท้ายของเดือน ด้วยจำนวนเงินที่แน่นอนในอัตราส่วนประมาณหนึ่งในสาม  และเป็นจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีเงินเดือนสูงขึ้น แต่ก็กลายเป็นสัดส่วนที่น้อยลงกว่าหนึ่งในสามในเวลาต่อมา เราทำเช่นนั้นมาเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่เคยเว้น เนื่องจากความมุ่งมั่นที่เราจะทำให้ได้ตลอดไป จึงตั้งใจทำเป็นคำสั่งให้ธนาคารโอนเงินแบบถาวร จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

แม่ชอบอยู่ต่างจังหวัดมาก แม้ว่าลูก ๆ ทั้ง 6 คน (เราเป็นคนที่ 5) พยายามอ้อนวอนให้แม่มาอยู่ที่กรุงเทพ จะอยู่บ้านลูกคนไหนก็ได้ให้แม่เป็นคนเลือก  แต่แม่ก็ไม่ยอมมา แม่บอกว่าอยู่กรุงเทพไม่รู้จักใคร เวลาลูก ๆ ไปทำงานแม่อยู่บ้านคงเหงา  แม่อยู่ต่างจังหวัดมานาน แม้ไม่ใช่บ้านเกิดของพ่อและแม่ แต่อัฐิของพ่ออยู่ที่นั่น และแม่ก็เคยชินกับสถานที่มานาน จึงไม่อาจจากมาได้โดยง่าย แม่มีสังคมของแม่ แม่มีความสุข มีความภาคภูมิใจ และเป็นที่รักใคร่  ชื่นชมในถิ่นที่แม่อยู่  เพราะแม่เป็นคนดี อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะ อ่อนโยน  ชอบทำบุญมาก ไม่ว่าบุญใหญ่หรือบุญเล็กแม่มีส่วนร่วมทำเสมอ หลังจากพ่อถึงแก่กรรมตั้งแต่เรายังเล็ก แม่ก็ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ อบรมเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 6 คนด้วยความรักและเอาใจใส่เป็นอันมาก  ด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลของแม่ ทำให้ลูก ๆ มีการศึกษาดีทุกคน  เริ่มต้นจากพี่คนโตซึ่งจบปริญญาโทด้านศึกษาศาสตร์ และเป็นครู  จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของน้อง ๆ เมื่อพี่ ๆ ทยอยเรียนจบ ทุกคนก็ช่วยกันดูแลน้อง ๆ ความสะดวกสบายจึงมีมากขึ้นในเวลาต่อมา  มีพี่คนโตเป็นผู้อบรมความประพฤติ แนะแนวทางการศึกษา ให้ความรัก ความอบอุ่น และเป็นกำลังสำคัญช่วยแม่ดูแลน้อง ๆ ในทุก ๆ เรื่อง เราเคยอยู่กับพี่คนนี้ที่จังหวัดอยุธยาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมจนถึงขั้นอุดมศึกษาก็ยังอยู่ที่นั่น การเดินทางไปเรียนหนังสือจากอยุธยาไปจุฬาก็แสนง่าย สมัยนั้นลงรถไฟที่สถานีหัวลำโพงและต่อรถเมล์สายสีส้มอีกเพียง 15 นาทีก็ถึงแล้ว   พี่เราจึงเปรียบเสมือนแม่ของเราอีกคนหนึ่ง   ปัจจุบันพี่คนนี้อายุ 79 ปี ไม่แต่งงาน อยู่บ้านเดียวกันกับเรา เรารักเขา ดูแลใกล้ชิดเขาเสมือนแม่ของเราเอง ความจำของพี่เขาเป็นเยี่ยม ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ อ่านได้ทุกเรื่อง  เกาะติดสถานการณ์บ้านเมืองโดยตลอด

การที่แม่ได้รับเงินเดือนประจำ (จากลูก) เป็นความสุของแม่มาก แม้แม่ไม่ได้มีความจำเป็น และต้องการอะไรจากเรา แต่เงินเดือนที่ให้แม่ เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงหัวใจของแม่จริง ๆ คนที่รู้จักหรือไม่รู้จักแม่แต่ได้ยินได้ฟังเรื่องของแม่ ต่างก็ชื่นชมแม่มาก ใครมีลูก มีหลาน ก็มาเชิญให้แม่ไปตัดผมไฟ โกนผมจุกให้  ขอให้แม่ตั้งชื่อให้บ้าง  เอาชื่อลูกของแม่ไปตั้งเป็นชื่อลูกหลานบ้าง ความสุขใจของแม่ทำให้แม่ไม่อยากจากบ้านมาอยู่กับลูกคนใด  จวบจนเมื่อแม่อายุ 80 ปี จึงยอมมาอยู่กับเราจนถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 89 ปี แม่มีสติสัมปชัญญะ และความจำดีมากแม้ในวัยชรา ก่อนถึงแก่กรรมประมาณ 5 ปี วันหนึ่งแม่บอกกับเราว่า นี่คือเงินก้อนที่เกิดจากเงินเดือนที่เราส่งมาให้แม่ทุก ๆ เดือนมาหลายสิบปี ได้แตกดอกออกผลเป็นจำนวนมากแล้ว  แม่เก็บแยกไว้ต่างหากเสมอมา และ "ไม่มีธุระต้องใช้ " แม่ขอมอบให้คืนทั้งหมด  การได้รับเงินเดือนจากลูก แม่รับไว้เพราะ เป็นสิ่งยืนยันที่ดีที่สุดว่าลูกประสพความสำเร็จในชีวิต ใช้ชีวิตเป็น  พอกิน พอใช้ ไม่ขัดสน นั่นคือความสุข ความภูมิใจ และความหมดห่วงของแม่  แม่บอกเราเช่นนั้น

วันที่  26 พฤษภาคม  2557 หากแม่ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้แม่จะมีอายุ 103 ปี ปัจจุบันเรายังคิดถึงท่านมากอยู่เสมอ นำพวงมาลัยมากราบรูปท่านทุกวันพระเช่นเดียวกับทีกราบพระพุทธรูป เรา พี่ ๆ และน้องพร้อมลูกหลานทำบุญบังสุกุลให้ท่านในวันที่ 10 คุลาคมของทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นวันที่ท่านจากพวกเราไป วันที่เขียนบันทึกนี้เป็นวันเกิดของท่าน  เราจึงอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับท่านในส่วนที่เป็นข้อคิดให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ลูก ๆ และหลาน ๆ ที่ยังมีพ่อแม่อยู่ได้อ่าน อยากให้เชื่อว่า การที่พ่อแม่มีเงินเดือนประจำจากลูก ๆ นั้น เป็นน้ำทิพย์ชะโลมหัวใจของท่านจริง ๆ บางคนอาจคิดว่า "เมื่อใดท่านต้องการอะไรเราก็ซื้อให้ หามาให้อยู่แล้วก็เหมือนกันนั่นแหละ"  แต่เราว่าไม่เหมือนนะ  เพราะเงินเดือนที่ให้ท่านนั้นท่านรู้สึกว่าเป็นของท่าน ท่านจะใช้สอยส่วนตัว ทำบุญ ทำทาน ให้ลูก ๆ หลาน ๆ เมื่ออยากให้ หรือให้เมื่อใครมาเยี่ยม ท่านก็สะดวก สบายใจ  และภูมิใจที่จะให้ได้ทันที ไม่ต้องขอจากใคร เป็นคราว ๆ ไป  ท่านจึงมีความสุขจากการเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ตลอดชีวิตของท่าน  นี่แหละคือน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจของท่านล่ะ

บันทึกนี้ค่อนข้างยาวสักหน่อย ดีใจมากค่ะที่ท่านอ่านจนจบ

ขอบคุณค่ะ