ในบันทึกก่อนหน้า งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้ มติชนออนไลน์มีข้อมูลคร่าว ๆ ไม่ละเอียดพอเพียง แต่เมื่อเปิดอ่านตอนเย็นพบว่าลงพิมพ์อีกครั้ง คราวนี้ให้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น แต่ผลสรุปคงเดิม กล่าวคือ
1. เด็กไทยมีภาวะทุพโภชนาการ ขาดการออกกำลังกาย อ้วน เตี้ย ไอคิวต่ำ มีการพยายามอธิบายถึงสาเหตุ
ทั้งนี้สำรวจจากเด็กวัย 0.5-12 ปี จำนวน 3100 คน(ประมาณ)
2. ไอคิวของเด็กไทยอายุ 6-12 ปี มีการกระจายในช่วงต่าง ๆ ดังในตารางข้างล่าง ไม่มีข้อมูลว่าจากเด็กกี่คน
| ไอคิว ไทย เวียตนาม มาเลเซีย อินโด |
| ต่ำกว่า 80( ต่ำมาก) 14.7 25.7 10.1 6.8 |
| 80-89 (ค่อนข้างต่ำ) 40.7 17.6 14.7 12.8 |
| 90-109 (ปานกลาง) 37.1 34.3 39.7 34.4 |
| 110-119( ดี/สูง) 5.6 11.6 19.1 30.9 |
| 120 ขึ้นไป (สูงมาก) 1.9 10.8 10.7 15.3 |
หมายเหตุ ข้อมูลของมาเลเซียและอินโดนีเซียรายงานตัวเลขคลาดเคลื่อน ผลรวมไม่เท่ากับ 100)
จะเห็นได้ว่าจากเครื่องมือวัดนี้จำนวนเด็กไทยที่มีความฉลาดสูงกว่าปานกลางมีเพียงร้อยละ 5.6 + 1.9 = 7.5 เท่านั้นในขณะที่
เด็กเวียตนาม 11.6+10.8 = 22.4
เด็กมาเลเซีย 19.1+10.7= 29.8
และเด็กอินโดเนเซีย 30.9+15.3= 46.2 (มีเด็กฉลาดมากเกือบครึ่งของเด๋็กทั้งหมด เป็นไปได้หรือ )
กรณีของเด็กไทย ถ้าพิจารณาจากการกระจายมีเด็กเกือบครึ่งหนึ่งที่มีระดับไอคิวต่ำกว่าปานกลาง(ตำหรือต่ำมาก) แน่นอนถ้าหาค่าเฉลี่ยน่าจะอยู่ต่ำกว่า 100
2 คำถามใหญ่ ๆที่ต้องพิจารณา 1) เครื่องมือแม่นตรง หรือไม่ culturaly biased หรือไม่
2) กลุ่มตัวอย่างมีคุณสมบัติ เป็นตัวแทนของเด็กไทยในช่วงอายุ 6-12 หรือไม่
(ขนาดตัวอย่างใหญ่พอเพียง และ การกระจายเหมือนประชากรหรือไม่)
ก่อนที่จะนำผลการวิจัยนี้ไปใช้เพื่อทำนโยบายใด ๆเพื่อพัฒนาเด็กไทย ควรวิจัยซ้ำหรือไม่โดยทำให้การวิจัยมีความเที่ยงตรง กำจัดจุดอ่อน มิฉะนั้นนโยบายอาจผิดพลาดนำไปสู่โครงการพัฒนาที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาของเด็กไทย
1)เครื่องมือแม่นตรง หรือไม่ culturally biased หรือไม่
2) กลุ่มตัวอย่างมีคุณสมบัติ เป็นตัวแทนของเด็กไทยในช่วงอายุ 6-12 หรือไม่(ขนาดตัวอย่างใหญ่พอเพียง และ การกระจายเหมือนประชากรหรือไม่)
.....
เห็นด้วยค่ะ (ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือนะคะ) ..... ขอบคุณค่ะ
ชอบใจการวิเคราะห์แบบนี้ครับ
ขอบคุณมากๆครับ