ฮักนะเชียงยืน 34


Amazing Ban Bag

ค่าย Amazing Ban Bag 

        เดินงานมาจวนจะจบ ปี 2 เเล้ว สำหรับฮักนะเชียงยืน เดินมาตามเส้นทางของความปลอดภัย เพราะตอนนี้เราไม่ได้ยืนอยู่ข้างการห้ามให้ชาวบ้านให้สารเคมี เเต่ตอนนี้เรามายินอยู่ในเส้นทางที่จะช่วยให้ชาวบ้านปลอดภัยจากสารเคมีมากยิ่งขึ้นในการทำเกษตร ค่าย Amazing นี้ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 เป็นค่ายที่มุงหวังให้ชาวบ้านปลอดภัยจากสารเคมี โดยคราวนี้เรามีทางเลือก ให้กับพ่อๆเเม่ คือ เส้นทางของเกษตรอินทรีย์ที่เข้ามา ช่วยที่มุ่งหวังให้ไทบ้าน เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เท่าที่ลูกๆจะสามารถขับเคลื่อนได้

        กว่าจะมาเป็นกิจกรรมในวันนี้มีการประชุมวางเเผนงาน ครั้งเเล้วครั้งเล่าจนมาถึงงานนี้ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ชาวบ้านมีชุดป้องกันตนเองที่ถูกวิธีในการฉีดพ่นสาร เเละมีการเรียนรู้เเนวทางการทำปุ๋ย ทำยาไล่เเมลง ทำจุลินทรีย์ การเพาะเชื้อราเเบบง่ายๆ ฯ เมื่อวางเเผนกันได้สักพัก ก็ดำเนินงานเลย โดยเด็กเเต่ละคนจะได้โจทย์ไปคิด โจทย์ที่ว่า คือ ปุ๋ยหมักบำรุ่งดิน ยาไล่เเมลง ยาไล่เพลี้ย จุลินทรีย์ เชื้อราไตโคเดอร์มา เเละ ชารางจืด ซึ่งหลายคนที่เขาทำมาก่อนเเล้ว เเล้วไปศึกษาใหม่ให้นุ่มลึกในเชิงวิชาการกว่าเดิม ฯ ซึ่งแผนงานมีดังนี้

- ลงทะเบียน

- ประธานเปิดงาน

- เปิดสารคดี เรื่อง สุขจริงหรือ ?

- ช็อปปิ้งร้านค้าอินทรีย์ อันได้เเก่

- ร้านดินปลูกสูตรเเม่โจ้ (เเสน)

- ร้านจุลินทรีย์หน่อกล้วย (เเซม)

- ร้านเหล้าขาวไล่เเมลง (ก๊อต)

- ร้านน้ำหมักไล่เเมลงศัตรูพืช (เกมส์)

- ร้านเชื้อราไตโคเดอร์มา (เเอน)

- ร้านชารางจืด (นิวเเละเเฟ้ม) *น้องใหม่ฮักนะเชียงยืน*

* เเต่ละร้านจะมีผู้ปกครองเอาผลิตผลทางการเกษตรมาเเลกเปลี่ยนกันกับปุ๋ยหมักต่างๆ ในระหว่างเข้าฐาน เเล้วเมื่อชาวบ้านเข้าฐานครบ ก็จะต้องนำบัตรป้ายที่ชื่อประทับตราทุกฐานมาเเลกถุงมือ

- เวทีชาวบ้าน เเละเเจกชุดป้องกัน 3 ชุด

- ผู้ใหญ่เเละเกษตรอำเภอ กล่าวปิดงาน

        ในขณะที่เด็กๆกำลังทำปุ๋ยของตนเอง ส่วนหนึ่งก็ไปติดต่อประสานงานกับทางผู้ใหญ่ เเล้วไปติดต่อชุดป้องกันสารเคมีที่ปลอดภัย ปัญหาที่พบในตอนนี้ คือ ในการติดต่อชุดป้องกันนั้นทีเเรกๆ คิดว่าจะไปติดต่อกับบริษัทที่ชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ ทำสัญญาด้วย เเต่ก็มาย้อนมองดูอีกว่า ถ้าเราไปติดต่อกับบริษัท ให้บริษัทลงมาให้ชุดกับชาวบ้าน ถ้ามองในมุมหนึ่งก็เปรียบเหมือนเราเลือกข้าง โดยที่เราดำเนินงานมาเพื่อหวังผลประโยชน์ร่วมกับบริษัท จึงต้องตัดสิ่งนี้ออกไปเพื่อเเสดงความจริงใจว่า เราอยู่ข้างชาวบ้าน เเต่อีกมุมหนึ่ง คือ ให้ติดต่อกับบริษัทต่างๆที่เข้ามายังกลุ่มเป้าหมายให้เอาชุดมาให้ทั้งหมด เเต่บริษัทต่างๆนั้น ก็มีที่ตั้งอยู่ไกลกันมาก เเล้วไม่รู้ว่าเขาจะให้ชุดได้ไหมกับชาวบ้าน เมื่อบริษัทหนึ่งให้ชุดมา เเล้วอีกบริษัทหนึ่งไม่ให้ชุด ก็เหมือนจะกลายเป็นว่า ชาวบ้านจะเริ่มมองเลือกข้างบริษัท หรืออาจผิดใจกันในชุมชนเเละตัวเเทนบริษัทที่เข้ามาก็เป็นได้ จึงทำให้เราต้องเลือกที่จะซื้อชุดเองในราคาที่พอซื้อได้ ซื้อได้ 3 ชุด เเละถุงมืออยู่จำนวนหนึ่ง

        เเละเเล้ววันงานก็มาถึง รุ่งเช้าๆของวันที่ 19 นิวเเละแฟ้ม ออกมาจัดการสถานที่ เตรียมสถานที่ไว้รอชาวบ้าน งานนี้นัดชาวบ้านมา 8 โมงเช้า เเล้วก่อน 8 โมงเช้า ทีม ฮักนะก็เคลื่อนพลจากบ้านที่ไม่ไกลนัก ไปที่โรงเรียนบ้านเเบก (เเบกสมบูรณ์วิทย์) ฝ่ายๆต่างๆก็เตรียมสถานที่ของตนเองต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ เวลาผ่านไป ถึง 8 โมงเช้า ชาวบ้านยังไม่มา ซึ่งเราก็กำลังครุ่นคิดกันอยู่ว่า ถ้าชาวบ้านไม่มาเเล้วเราจะทำอย่างไร วันนี้ตรงกับตลาดนัด 9 อีกเเล้ว เเละเเน่นอนว่าชาวบ้านส่วนหนึ่งไปตลาดกันที่ในตัวเมือง เเต่ในระหว่างที่รอ พ่อๆเเม่ๆ ก็เริ่มมีคนเข้ามาเเละเข้ามา ในเป้าหมายเรา 20 ครัวเรือน ชาวบ้านมาทั้งหมดประมาณ 11 ครัวเรื่อน ซึ่งก็เกินครึ่ง ก็ถือว่าพอดี

        งานเริ่มต้นขึ้นในช่วงเเรกให้ชาวบ้านมานั่งรอ ชาวบ้านคนอื่นๆที่กำลังมาอยู่ ขณะนั้น เอ็มเเละป๊อป ที่เป็นพิธีกรก็กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมเป็นระยะๆ กล่าวไปเรื่อยๆจนไม่มีอะไรจะพูด เลยต้องให้ชาวบ้าน ชมลูกหลานออกทีวีจนจบ เเล้วเอ็มก็ชวนถามต่อว่ามีใครบ้าง เเล้วกำลังทำอะไรอยู่ จนเกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง คือ ท่านปลัดอาวุโสประธานในงาน ยังไม่มา โดยเราต้องรีบติดต่อประสานงานเป็นการด่วน เเล้วในขณะที่เรากำลังประสานงานกับท่านปลัดอาวุโสนั้น รถคันสีครีมเเห่งกรมการปกครองก็มาถึง เเล้วท่านก็เดินไปบนแท่นประธานเลย ขณะนั้นพิธีกรก็เชิญท่านประมานขึ้นอัตโนมัติ เเล้วเกมส์(ประธานฮักนะ รุ่น 2) กล่าวรายงาน ขึ้นต้นว่า "เรียนท่านปลัดอาวุโส ประธานในพิธี" เเล้วก็พูดจบลง เเล้วท่านประธานในพิธีก็กล่าวขึ้นหลังจากทักทายชาวบ้านไม่นานว่า "ผมนายอำเภอครับ" งานนี้เอาล่ะสิ ท่านนายอำเภอมาเองเลย ซึ่งในตอนนั้นทุกๆคนก็กำลังเกิดมาวะหยุดนิ่ง บางคนรู้ว่าเป็น นายอำเภอ เเต่เกมส์เรายังไม่ทราบ เเต่ท่านก็ใจดี ท่านไม่ได้ถือตัว เเล้วงานก็เปิดขึ้น

        ไม่นานนักสารคดีเเบบเด็กๆก็ปรากฏขึ้น ที่ชื่อว่า สุขจริง ? ซึ่งสิ่งที่อยากจะสือ คือ ความห่วงใยของเด็กๆที่มีต่อพ่อกับเเม่ เเต่ตอนนี้ยังสื่อไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ ต้องปรับอีกเยอะ (เพราะเราเป็นนักทำหนังสารคดีฝึกหัด) เมื่อชาวบ้านดูจบ เอ็มก็ชวนคุย ว่ามีใครอยู่ในสารดคีบ้าง เขาทำอะไรอยู่ คิดว่าสารเคมี มีผลกระทบอย่างไร -> ทางเลือกความปลอดภัยของชุมชน

        เเล้วหลังจากนั้น ก็เเบ่งกลุ่มช็อปปิ้งตามร้านค้าอินทรีย์ 6 ร้าน อันได้เเก่ ร้านดินปลูกสูตรเเม่โจ้ ร้านจุลินทรีย์หน่อกล้วย ร้านเหล้าขาวไล่เเมลง ร้านน้ำหมักไล่เเมลงศัตรูพืช ร้านเชื้อราไตโคเดอร์มา ร้านชารางจืด ซึ่งเเบ่งชาวบ้านได้ประมาณ ร้านละ 2-3 คน เเล้วเวียนร้านที่ช็อปปิ้งในระหว่างที่ช็อปปิ้ง ชาวบ้านส่วนใหญ่สนใจยาไล่เพลี้ยเป็นพิเศษเเล้วรองลงมา คือ จุลินทรีย์หน่อกล้วย มีชาวบ้านหลายๆคนเอาดาษกับปากกามาจดเอาสูตรปุ๋ยต่างๆ ปัญหาที่พบ คือ ชาวบ้านนำผลิตผลทางการเกษตรเพื่อมาเเลกเปลี่ยน เพียง คนเดียว ซึ่งอาจเพราะการประสาสัมพันธ์เรายังไม่เข้าถึงเท่าที่ควร เเละชาวบ้านยังมีผลิตผลทางการเกษตรออกมาน้อย

        จากนั้นไม่นานการเเจกชุดเริ่มขึ้น เเต่เรามีคำถามในตอนเเจกชุด ดังนี้

1.ถามชาวบ้านว่าใครที่คิดว่า ชุดไหน ถูกวิธี ระหว่างมี 2 ชุดให้เลือก

2.ถามชาวบ้านว่าใครอยากได้ อันนี้ทุกๆคนอยากได้หมด เลยต้องเปลี่ยนวิธีการ คือ ให้สวมชุดเเข่งกัน เเต่อันนี้ก็ไม่ได้ผลกับชาวบ้านเพราะชาวบ้านไม่มีกิริยาโต้ตอบอะไรเลย จึงต้องมาจับฉลากกัน เเล้วจึงได้ผู้โชคดี

3.ให้คนที่มาก่อนเพื่อนในวันนี้ได้ไปเลย

จากนั้นก็กล่าวปิดนิดหน่อยจากท่านคุณป้าเเดง จากเกษตรอำเภอเชียงยืน 

ผลพวงจากการ AAR เเละบทเรียน มีนัยว่า

1.ปีนี้ชาวบ้านให้ความสนใจมากขึ้น เเละไม่ค่อยระเเวงว่าเด็กฮักนะเชียงยืน จะมาทำให้เขาเสียหาย (รายได้)

2.กิจกรรมนี้ชาวบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างดี เพราะมีของเเจกฟรี ที่เด้กทำเองเเละทำง่าย

3.จากการสอบถามพบว่า ชาวบ้านทุกๆคนมีชุดป้องกันตนเองอยู่เเล้ว ในราคาที่ถูกกว่า ที่เราเอามาให้

4.ในการที่ให้เด็กเรียนรู้กับพ่อเเม่นั้น ตอนนี้เรายังไม่มีกุญเเจที่ยึดโยงระหว่างพ่อเเม่ กับลูก ให้เรียนรู้ร่วมกันอย่างเด่นชัด

5.วิธีการประชาสัมพันธ์ที่ว่าให้ชาวบ้านเอาผลิตผลทางการเกษตรมาเเลกเปลี่ยนกันนั้น ชาวบ้านเอามา เพียงคนเดียว เเสดงว่าวิธีการเรายังเข้าไม่ถึงเท่าที่ควร

.

.

.

.

หมายเลขบันทึก: 568981เขียนเมื่อ 22 พฤษภาคม 2014 21:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 พฤษภาคม 2014 21:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

ขอชื่นชมแนวคิดของการทำกิจกรรมที่ดีๆนี้ให้"เข้าถึง"ชาวบ้านให้ได้ครับ

<p>เป็นแนวคิดและกิจกรรมที่ดีมาก ๆ จ้ะ   ขอชื่นชม</p>

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจครับ 

ผนึกการเรียนรู้สู่ชุมชน และชุมชนสู่สถานศึกษาได้เนียนมากครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี