(ที่มา : http://www.l3nr.org/posts/535865?locale=en)

เพื่อเป็นการจัดการให้มีการดำเนินงานทางด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม  จึงต้องมีการจัดตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ในการตัดสินคำพิพากษาให้เป็นไปตามกฎหมาย  ตัวอย่างที่ชัดเจนขององค์กรที่ทำหน้าดังกล่าว คือ ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป

ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปเป็นองค์กรตุลาการขององค์การสภาแห่งยุโรป (Council of Europe) จัดตั้งขึ้นภายใต้อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นมูลฐาน(ECHR) ซึ่งมีผลบังคับใช้ใน ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502) ศาลนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส

โดยมีหน้าที่ในการตีความข้อกฎหมายและพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามอนุสัญญา ECHR โดยอำนาจในการรับคำฟ้องจากรัฐ บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจศาลว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐภาคีสมาชิก ECHR

ศาลดังกล่าวประกอบด้วยผู้พิพากษาเท่ากับจำนวนรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญา ECHR ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยที่ประชุมสมาชิกรัฐสภายุโรป (Parliamentary Assembly) ประเทศละหนึ่งคน ผู้พิพากษาจะปฏิบัติหน้าที่ตามความรู้ความสามารถของตนอย่างอิสระไม่ขึ้นอยู่กับรัฐ หรือสัญชาติ ในการดำเนินคดีจำนวนผู้พิพากษาขององค์คณะจะขึ้นอยู่กับประเภทของคดีและคณะกรรมการรัฐฐมนตรี(Committee of Ministers) มีหน้าที่สอดส่องและบังคับให้รัฐปฏิบัติตามคำพิพากษา คำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศให้ชัดเจนขึ้น[1]

ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปจึงเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่ทำหน้าที่ในด้านสิทธิมนุษยชน  หากจะเปรียบเทียบกับภูมิภาคอาเซียนแล้ว  อาเซียนมีเพียงองค์กรความร่วมมือ AICHR  แต่ไม่ได้มีผลเป็นสภาพบังคับดังเช่นศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป  เนื่องจากไม่ได้มีศาลออกคำพิพากษาในเป็นรูปธรรม  ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าในอนาคต  เมื่อสิทธิมนุษยชนมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคนี้  ก็ต้องมีการจัดตั้งองค์กรที่มีลักษณะคล้ายกับศาล  เพื่อให้การดำเนินงานทางสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด

อ้างอิง 

[1] ศาลสิทธิมนุษยชน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :http://library.nhrc.or.th/Dictionary/search_dic.ph... (วันที่ค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557)