ครอบครัวข้ามชาตินั้นสามารถพบได้ตามชายแดนของประเทศไทยโดยครอบครัวข้ามชาตินั้นจะมีความเกาะเกี่ยวเชื่มโยงกันกับทั้งประเทศไทยและต่างชาติ โดยครอบครัวข้ามชาตินั้นเกิดขึ้นได้ 3 รูปแบบ คือ

1.ครอบครัวที่เกิดจากการแต่งงานข้ามชาติระหว่างชาวบ้านคนไทยอกับชาวบ้านต่างชาติ

2.ครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาในเมืองไทย

3.ครอบครัวแรงงานข้ามชาติสัญชาติประเทศอื่น ที่อพยพหนีปัญหาความยากจนภายในประเทศมาทำมาหากินในหมู่บ้านฝั่งไทย[1]

ในเรื่องของครอบครัวข้ามชาติดังกล่าวนั้นมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจอยู่คือ เรื่องราวของครอบครัวเจดีย์ทอง

           เรื่องราวของครอบครัวเจดีย์ทองมีจุดเริ่มต้นจากการที่นายอาทิตย์ เจดีย์ทอง ซึ่งเป็นแรงงานสัญชาติไทยและนางสาวแพทริเซีย ซึ่งเป็นแรงงานสัญชาติมาเลเซีย เดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวันและได้พบรักกันขณะไปทำงาน ต่อมานายอาทิตย์ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยก่อน ระหว่างทางกลับมาเลเซียนางสาวแพทริเซียได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อมา เยี่ยมนายอาทิตย์และตัดสินใจอยู่กินกันฉันสามีภรรยากับนายอาทิตย์ที่ บ้านห้วยส้าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนมีบุตรด้วยกัน 3 คน แต่ละคนเกิดในประเทศไทย มีสัญชาติไทย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักตามปกติ ซึ่งการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางของนางสาวเเพทริเซียนั้นมีกำหนดเวลาไว้ชัดเจนเเละนางสาวแพทริเซียก็อยู่ในประเทศไทยเลยกำหนดเวลาดังกล่าวเเล้ว

           ต่อมานางสาวเเพทริเซียต้องการอยู่ในประเทศไทยอย่าถาวรจึงไปแสดงตนต่อเจ้า หน้าที่ว่าตนเป็นคนไร้รัฐ เพื่อให้รัฐบันทึกตนเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยใช้ชื่อ อัญชลีเจดีย์ทอง จากการกระทำดังกล่าวทำให้นางสาวเเพทริเซียเป็นผู้มี 2 สถานะ คือ เป็นคนสัญชาติมาเลเซีย และเป็นบุคคลไร้รัฐด้วย[2]

           ดังนั้นกรณีของนางสาวแพทริเซียในประเทศไทยจึงถือเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ซึ่งจะไม่ได้รับสิทธิต่างๆเท่าที่ควรทำให้สามารถเกิดเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชน ขึ้นได้ โดยหากเปรียบเทียบกับอีกกรณีที่สามารถทำได้หากต้องการจะอยู่ในประเทศ ไทยอย่างถาวร คือ การของวีซ่าคู่สมรส หรือ Spouse Visa และจดทะเบียนสมรส โดยหากทำเช่นว่านี้ผลคือครอบครัวเจดีย์ทองจะเป็นครอบครัวข้ามชาติตามกฎหมาย นางสาวแพทริเซียยังคงมีสัญชาติมาเลเซียและจะได้รับสิทธิต่างๆมากกว่าการเป็น บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนดังที่เป็นอยู่ อีกทั้งบุตรทั้ง 3 นอกจากจะมีสัญชาติไทยตามหลักดินแดนหรือตามสัญชาติของบิดาเเล้ว ยังมีสัญชาติมาเลเซียตามมารดาได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการมีสิทธิบางประการตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย

            จะเห็นได้ว่าการเป็นครอบครัวข้ามชาตินั้น ในแต่ละกรณีก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งบางกรณีจากความไม่รู้หรือไม่ปฏิบัติอย่างถูกต้องอาจทำให้คนในครอบครัวนั้น ต้องเสียสิทธิที่ควรจะได้รับบางประการไป

                                                                                                                                     ชยากร โกศล

                                                                                                                                 19 พฤษภาคม 2557

อ้างอิง

[1] http://www.gotoknow.org/posts/269020 19 พฤษภาคม 2557

[2] เอกสารประกอบการศึกษาวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชน, รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร 19 พฤษภาคม 2557