เมื่อกล่าวถึงสิทธิมนุษยชนนั้น สิทธิที่ดูจะสำคัญที่สุดเลยก็คงจะเป็นสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ มนุษย์ทุกคนเกิดมา ย่อมมีสิทธิและศักดื์ศรีความเป็นมนุษย์ติดตัวมาตั้งกำเนิด อันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพรากไปจากมนุษย์ได้ ดังนั้นแล้วการกระทำใด ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของรัฐหรือ เอกชน จะเป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนถึงสิทธิเหล่านี้ไม่ได้ โดยจากกรณีศึกษาในครั้งก่อนๆ ที่เกี่ยวกับชาวโรฮิงญา สามารถนำมาเป็นตัวอย่างได้อย่างชัดเจน
โดย ประเทศพม่ามองว่าพวกโรฮิงญาไม่มีความจงรักภักดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวโรฮิงญาบางคนต้องการสร้างรัฐอิสระขึ้นทางอะรากันตอน เหนือ และผนวกเข้ากับปากีสถาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 กองทหารพม่าออกปฏิบัติการกวาดล้างพวกนี้ หมู่บ้านหลายร้อยแห่งถูกเผาและคนหลายพันคนถูกฆ่า ทำให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลอพยพหนีไปยังบริเวณที่เป็นปากีสถานในขณะนั้น” และ นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการที่เจ้าหน้าที่ทางการพม่าพยายามจะข่มขวัญและขับไล่ พวกโรฮิงญาในครั้งต่อ ๆ มาอีก
นอกจากการสังหารโหดหลายพันคนแล้ว ชาวโรฮิงญามากมายยังต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์[1]อีกด้วย โดยขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา เริ่มต้นจากการรับจ้างนำออกจากประเทศพม่าเข้ามายังฝั่งไทย คิดค่าหัวตั้งแต่ 20,000-50,000 บาท แล้วแต่ข้อตกลง เมื่อส่งข้ามแดนประเทศไทยมาแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ แต่ปัจจุบันขบวนการรับจ้างนำชาวโรฮิงญา ไปยังประเทศที่ 3 มีความแยบยลมากยิ่งขึ้น ซึ่งใช้วิธีการ “เข้าฮอส” แบบกินสองต่อ คือการรับจ้างนำชาวโรฮิงญาหลบหนีออกจากประเทศพม่าแล้ว ยังทำการกักขังควบคุมตัวเอาไว้ในสถานที่ตามแนวชายแดน เพื่อขายชาวโรฮิงญาให้กับผู้ต้องการแรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน ในราคาหัวละ 30,000–50,000 บาท ซึ่งมีนายทุนทั้งภาคการเกษตรและการประมง ที่ต้องการแรงงานเหล่านี้ไว้ใช้งาน เพราะค่าแรงถูก นายทุนสามารถกดขี่ได้ตามชอบใจ ดังนั้นชาวโรฮิงญาเหล่านี้จึงตกอยู่ในสภาพหนีเสือปะจระเข้ ถูกทารุณกรรมสารพัด
การถูกนำไปซื้อขายเยี่ยงสิ่งของเพื่อนำไปใช้งานเช่นนี้ ถือได้ว่าไม่ต่างกับระบบทาสในอดีต ซึ่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 4[2] ได้วางหลักไว้ว่าบุคคลใดจะถูกบังคับให้เป็นทาส หรืออยู่ภาระจำยอมใดๆ มิได้การเป็นทาสและการค้าทาสจะมีไม่ได้ในทุกรูปแบบ จึงจะเห็นได้ว่า ชาวโรฮิงญาได้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงมากหลายข้อ ซึ่งยังมีความเลวร้ายอีกมากมายที่พวกเขาต้องพบเจอ เช่นการถูกทรมานหากไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งในปฏิญญาสากลฉบับเดียวกันนี้ ข้อ 5 บุคคลใดจะถูกทรมาน หรือได้รับการปฏิบัติ หรือการลงทัณฑ์ซึ่งทารุณโหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือหยามเกียรติมิได้ และยังมีอีกมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเพียงแค่พิจารณาจากการถูกจับไปเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์และการถูกสังหารหมู่เหล่านี้ก็สรุปได้แล้วว่าพวกเขาถูกคุกคามสิทธิมนุษยชนของพวกเขาอย่างสุดตัว จนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างกันไปเลย
[1]ไชยยงค์ มณีพิลึก. เจาะลึก"โรฮิงญา"เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ตายทั้งเป็น!!ถูกขูดรีด กักขัง กดขี่เยี่ยงทาส. 2556. http://www.dailynews.co.th/Content/regional/174579/เจาะลึก“Bโรฮิงญา”เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ตายทั้งเป็น!!ถูกขูดรีด-กักขัง-กดขี่เยี่ยงทาส (สืบค้นวันที่ 17 พฤษภาคม 2557)