ศาลสิทธิมนุษยชน
ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปเป็นองค์กรตุลาการขององค์การสภาแห่งยุโรป (Council of Europe) จัดตั้งขึ้นภายใต้อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นมูลฐาน(ECHR) ซึ่งมีผลบังคับใช้ใน ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502)ศาลนี้ตั้งอยู่ที่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส(อนึ่งมักมีผู้เข้าใจสับสนคำว่า “สภาแห่งยุโรป Council of Europe” กับคำว่า “European Council ที่เป็นองค์กรของสหภาพยุโรป (European Union) ซึ่งเป็นคนละองค์กร)
ศาลฯ มีหน้าที่ในการตีความข้อกฎหมายและพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามอนุสัญญา ECHR โดยอำนาจในการรับคำฟ้องจากรัฐ บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจศาลว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐภาคีสมาชิก ECHR
เดิม คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนยุโรป (European Human Rights Commission) มีหน้าที่ในการไต่สวนมูลฟ้องและยื่นคำฟ้องต่อศาลแทนบุคคลต่อมาพิธีสารฉบับที่ 11 ซึ่งมีผลบังคับใช้ใน ค.ศ. 1998(พ.ศ. 2541)ได้ยุบคณะกรรมาธิการฯ ลง และให้อำนาจไต่สวนมูลฟ้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลฯ
ศาลฯ ประกอบด้วยผู้พิพากษาเท่ากับจำนวนรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญา ECHR ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยที่ประชุมสมาชิกรัฐสภายุโรป (Parliamentary Assembly) ประเทศละหนึ่งคน ผู้พิพากษาจะปฏิบัติหน้าที่ตามความรู้ความสามารถของตนอย่างอิสระไม่ขึ้นอยู่กับรัฐ หรือสัญชาติ ในการดำเนินคดีจำนวนผู้พิพากษาขององค์คณะจะขึ้นอยู่กับประเภทของคดี เช่น ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีผู้พิพากษาหนึ่งคน ในชั้นพิจารณาคดีจะมีจำนวนผู้พิพากษาในองค์คณะต่างกัน เช่น จำนวนสามคน เจ็ดคน หรือ สิบเจ็ดคน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความสำคัญของคดีคำพิพากษาของศาลฯ ผูกพันรัฐภาคีให้ต้องปฏิบัติตามโดยรัฐจะต้องชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่พบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่คำพิพากษาจะไม่มีผลลบล้างคำพิพากษาของศาลภายในรัฐภาคี และไม่มีผลเปลี่ยนแปลงกฎหมายของรัฐภาคีคณะกรรมการรัฐมนตรี(Committee of Ministers) มีหน้าที่สอดส่องและบังคับให้รัฐปฏิบัติตามคำพิพากษา คำพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศให้ชัดเจนขึ้น [1]
ในการดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติตามอนุสัญญาของประเทศสมาชิกนั้น อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า อนุสัญญาเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน (Convention for the Protection of Human Rights and Fundamental Freedoms) ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุสัญญาที่สำคัญที่สุด ที่สภายุโรป(The Council of Europe) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกของสภายุโรป ทั้ง 47 ประเทศได้เข้าเป็นภาคีและรับหลักการของอนุสัญญาฯ หลักสำคัญของอนุสัญญาสรุปได้ดังต่อไปนี้
- สิทธิในการดำรงชีวิต
- สิทธิในการที่จะได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมทั้งในทางแพ่งและอาญา
- สิทธิที่จะได้รับการคำนึงถึงชีวิตส่วนตัวและครอบครัวของบุคคล
- เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- เสรีภาพทางความคิด จิตสำนึกและศาสนา
- สิทธิในการที่จะได้รับการเยียวยาที่ดี
- สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินอย่างสุขสงบ
- สิทธิในการเลือกตั้งและการรับเลือกตั้ง
การนำคดีขึ้นสู่ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป จะสามารถทำได้โดยรัฐบาลคู่กรณีหรือบุคคลธรรมดาเพื่อฟ้องร้องรัฐบาลของรัฐภาคีทั้ง 47 ประเทศหากเกิดการละเมิดในสิทธิมนุษยชนโดยรัฐ ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลมีผลผูกพันต่อรัฐคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาล และแนวทางการพิจารณาคดียึดถือตามคำพิพากษาที่ได้พิพากษาไปแล้วเป็นหลัก (Case law) [2]
ในอาเซียนซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่นั้นยังไม่มีศาลสิทธิมนุษยชนอาเซียน มีเพียงปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยเนื้อหาของปฏิญญาฯ ประกอบด้วย 7 ส่วนได้แก่
(1) อารัมภบท
(2) หลักการทั่วไป
(3) สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
(4) สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
(5) สิทธิในการพัฒนา
(6) สิทธิในสันติภาพ
(7) ความร่วมมือในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน [3]
ซึ่งในอนาคตอาจมีการจัดตั้งศาลอาเซียน รวมถึงศาลสิทธิมนุษยชนอาเซียน การมีศาลมีข้อดีคือเป็นกลไกบังคับ/กำกับให้รัฐต้องเคารพข้อตกลงของอาเซียน และถ้ามีข้อพิพาทกันก็มีกลไกที่จะระงับข้อพิพาทนั้นก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต ทำให้รัฐ สมาชิกมีที่พึ่งพิงที่เป็นกลไกแน่นอนหากถูกอีกรัฐละเมิดสิทธิ แต่ศาลอาเซียนจะเกิดขึ้น หรือไม่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศสมาชิก [4]
อ้างอิง
[1] EUROPEAN COURT OF HUMAN RIGHTS. เข้าถึงได้จาก : http://library.nhrc.or.th/Dictionary/search_dic.ph... (วันที่สืบค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557).
[2] ณัชชมล แสนเรือง. ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป VS เคท มิดเดิลตัน. เข้าถึงได้จาก : http://www.l3nr.org/posts/466240 (วันที่สืบค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557).
[3] ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน. เข้าถึงได้จาก : http://www.baanjomyut.com/library_2/asean_communit... (วันที่สืบค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557).
[4] อาเซียน158. อาเซียนจะไปไกลขนาดมีสภาอาเซียนหรือศาลอาเซียนหรือไม่. เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/xaseiyn158/frequentl... (วันที่สืบค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557).