ปัญหาสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย/คนหนีภัยความตาย


ปัญหาสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย/คนหนีภัยความตาย

ในชีวิตประจำวันในปัจจุบัน ทุกท่านคงจะคุ้นเคยกับคำว่า”ผู้ลี้ภัย”เป็นอย่างดีไม่ว่าจะมาจากช่องทางใดไม่ว่าจะเป็น ข่าวในโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์ต่างๆก็ดี จนเหมือนกับว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเรามองข้ามไปเสียแล้ว

“ผู้ลี้ภัย หรือ คนหนีภัยความตาย” หมายถึง ผู้ที่จำต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองเนื่องจากเหตุการณ์ใดๆที่อาจทวีความรุนแรงถึงชีวิต ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่นสงครามทั้งภายในและภายนอก ที่อาจทำให้ผู้ลี้ภัยต้องเสี่ยงภัยถึงชีวิต ซึ่งอาจมีสาเหตุแห่งความขัดแย้งที่แตกต่างกันออกไปได้ตั้งแต่เรื่องของการเมือง ไปจนถึงเรื่องของ ศาสนาหรือความเชื่อที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลี้ภัยได้แก่ อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951”ซึ่งได้ให้คำจำกัดความของผู้ลี้ภัยไว้ว่า

ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่อยู่นอกประเทศแห่งสัญชาติของตน เนื่องด้วยความหวาดกลัวที่มีมูลเหตุอันจะ กล่าวอ้างได้ว่าจะถูกประหัตประหารด้วยสาเหตุทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพในกลุ่มสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือความคิดเห็นทางการเมือง และไม่สามารถหรือด้วยความหวาดกลัวนั้น ไม่เต็มใจที่จะได้รับความคุ้มครองจากประเทศนั้น ในกรณีของบุคคลไร้สัญชาติ และอยู่นอกประเทศที่เดิมมีที่อาศัยอยู่ประจำ ด้วยความหวาดกลัวที่กล่าวมาจึงไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะกลับไปอยู่อาศัยในประเทศนั้น”

เนื่องจากว่าอนุสัญญาดังกล่าวเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้นการที่กฎหมายจะใช้บังคับได้ จะต้องได้รับความยินยอมจากรัฐตตามวิธีการที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญาเสียก่อน และเมื่อรัฐได้ให้การยอมรับตามวิธีการในสนธิสัญญาแล้ว รัฐนั้นย่อมต้องปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัย ตามความที่ปรากฏในสนธฺสัญญา แต่อย่างไรก็ดีหากไม่มีการยอมรับให้สนธิสัญญามีผลบังคับใช้ สนธิสัญญาดังกล่าย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้ ในฐานะของสนธิสัญญานั่นเอง

เมื่อพิจารณาแล้วประเทศไทยมิได้ลงนามในสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย ดังนี้ย่อมไม่ผูกพันตามความในสนธิสัญญา ดังนั้นเมื่อมีผู้ที่ลี้ภัยเข้ามายังประเทศไทย เราจะเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “ผู้หนีภัยความตาย” และสำหรับประเทศไทยนั้น อาจกล่าวได้ว่ายังไม่มีกระบวนการจัดการ และดูแล ผู้ลี้ภัยหรือผู้หนีภัยความตายได้อย่างดีพอ ซึ่งขัดกับหลักของ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่มนุษย์ทุกคนพึงมีแต่กลับไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น

สิทธิในการเลือกถิ่นที่อยู่ ซึ่งเป็นปัญหาอันเป็นรากฐานของปัญหาอื่นๆอีกมากมายก็ว่าได้ เนื่องจากว่า ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยจำต้องพักอาศัย อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเท่านั้นหากออกไปนอกค่ายผู้ลี้ภัย หากถูกจับได้และพบว่าไม่มีเอกสารยืนยันตนว่าเป็นแรงงานต่างด้าว อาจถูกเนรเทศออกจากประเทศได้ในทันที ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ลี้ภัยหางานทำได้อย่างยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องของความเป็นอยู่ ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควรจะได้รับอีกด้วย

ทั้งๆที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปรียบเสมือนไข่แดงของภูมิภาค เพราะรายล้อมด้วยประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีปัญหาความไม่สงบอยู่รอบๆ ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้ลี้ภัยเป็นจำนวนมากจากประเทศต่างๆตัวอย่างเช่นพม่าเป็นต้น แต่ในเรื่องของการจัดการดูแลผู้ลี้ภัย กลับดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่มองข้าม และไม่ได้รับการดูแลและพัฒนาเท่าที่ควร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่อาจกล่าวได้ว่าแม้แต่คนไทยเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนมีสิทธิอะไร ในเรื่องใดบ้าง

กล่าวโดยสรุป เมื่อเรามองว่าสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เป็นสิทธิที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิดและไม่อาจพรากเอาไปได้ รัฐจึงควรให้ความคุ้มครองสิทธิเหล่านี้ ไม่ว่าบุคคลๆนั้นจะเป็นพลเรือนของรัฐหรือไม่ก็ตาม เพราะการไม่ให้ความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ก็อาจเปรียบเสมือนการพรากเอาสิทธิที่เขาพึงมีไปนั่นเอง ดังนั้นประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดูแล แก้ไข และเยียวยา ผู้ลี้ภัยอย่างเร่งด่วนที่สุด

อ้างอิง

ประเทศไทย: นโยบายผู้ลี้ภัยที่เฉพาะหน้า และไม่เพียงพอ แหล่งที่มา: http://www.hrw.org/fr/node/110102สืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฦษภาคม 2557

ผู้ลี้ภัยปัญหาและแนวทางให้การช่วยเหลือ แหล่งที่มา: http://www.l3nr.org/posts/367715สืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฦษภาคม 2557

เรื่องสิทธิมนุษยชนผู้ลี้ภัย แหล่งที่มา: http://www.fpps.or.th/news.php?detail=n1069918585.newsสืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฦษภาคม 2557

อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย แหล่งที่มา: https://www.unhcr.or.th/th/refugee/conventionสืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฦษภาคม 2557

นิยามของคำว่าสิทธิมนุษยชน แหล่งที่มา: http://www.l3nr.org/posts/465212สืบค้นเมื่อวันที่ 11 พฦษภาคม 2557

หมายเลขบันทึก: 568234เขียนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 02:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 02:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี