มนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ และย่อมที่จะต้องกระทำอยู่ภายใต้ขอบเขตที่จำกัดจะต้องมีการคำนึงถึงอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ไปกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของผู้อื่น
เมื่อกล่าวถึงคนต่างด้าว คนต่างด้าวก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกันกับคนชาติ เบื้องต้นพิจารณาความหมายของคนต่างด้าว (aliens) หมายถึงบุคคลซึ่งพำนักอยู่ในรัฐที่ตนมิได้เป็นคนสัญชาตินั้นหรือเป็นพลเมืองของรัฐนั้นพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ.2508 มาตรา 4 บัญญัติว่า "คนต่างด้าวหมายถึงผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย" โดยทั่วไปแล้วประชาชนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินของรัฐหนึ่งรัฐใดย่อมประกอบไปด้วยบุคคลสองจำพวกคือพลเมืองของรัฐนั้นจำพวกหนึ่งกับอีกพวกหนึ่งคือพลเมืองของรัฐอื่นซึ่งเรียกว่าคนต่างด้าวคนต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยในดินแดนของรัฐใดย่อมอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายของรัฐเช่นเดียวกับพลเมืองของรัฐนั้นแต่โดยทั่วไปแล้วคนต่างด้าวจะถูกจำกัดสิทธิและหน้าที่บางประการซึ่งเรื่องนี้แยกออกพิจารณาได้ 2 ประการคือสิทธิตามกฎหมายเอกชนและสิทธิตามกฎหมายมหาชน[1]
ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิทางการเมืองของคนต่างด้าว
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หมายถึง คือการที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆไม่ว่าโดยการพูดหรือการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการเท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่พลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งให้การรับรองและคุ้มครองไว้ในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐาน และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550
มาตรา 45"บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นการพูดการเขียนการพิมพ์การโฆษณาและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเกียรติยศชื่อเสียงสิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน"
มาตรา56 "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ..."
มาตรา 57 "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูลคำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยราชการ...และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบ การพิจารณาในเรื่องดังกล่าว..." รวมถึงขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งให้การรับรองและคุ้มครองไว้ในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานอาทิ "บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงบุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออกสิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหารับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภทโดยไม่คำนึงถึงพรมแดนทั้งนี้ไม่ว่าด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือการตีพิมพ์ในรูปของศิลปะหรือโดยอาศัยสื่อประการอื่นตามที่ตนเลือก"
จากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 19 บัญญัติว่า[2] "ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแห่งความเห็นและการแสดงออกทั้งนี้สิทธินี้รวมถึงอิสรภาพที่จะถือเอาความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงและที่จะแสวงหารับและส่งข้อมูลข่าวสารและข้อคิดผ่านสื่อใดและโดยไม่คํานึงถึงพรมแดน"
และจากกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 19 บัญญัติว่า “บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง”
สิทธิทางการเมืองคือสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง (self-determination) ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารรัฐโดยตรงหรือใช้สิทธิเลือกตั้งบุคคลเข้าไปเป็นตัวแทนโดยปราศจากการแทรกแซงจากบุคคลอื่นการเลือกตั้งจึงต้องเป็นไปตามวาระมีการออกเสียงโดยทั่วไปอย่างเสมอภาคและเป็นการลงคะแนนลับเพื่อประกันการแสดงเจตนาเสรีของผู้เลือก [3]
จากกรณีศึกษานายสาธิตเซกัลเป็นบุคคลสัญชาติอินเดียจึงเป็นคนต่างด้าวโดยนายสาธิตเซกัลได้ขึ้นแสดงความคิดเห็นบนเวทีปราศรัยเพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชินวัตรต่อมาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แจ้งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเนรเทศนายสาธิตออกจากประเทศไทย
ประเด็นที่ควรพิจารณาคือคุณสาธิตเซกัลได้ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือสิทธิทางการเมืองคุณสาธิต เซกัลได้ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นคนชาติหรือคนต่างด้าวย่อมสามารถใช้สิทธินี้ได้แต่หากพิจารณาว่าคุณสาธิตเซกัลได้ใช้สิทธิในทางการเมืองหรือไม่นั้นไม่มีข้อเท็จจริงที่ว่าคุณสาธิตเซกัลได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารรัฐโดยตรงหรือใช้สิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใดดังนั้นจึงไม่มีการใช้สิทธิในทางการเมืองซึ่งเป็นสิทธิที่สงวนไว้เฉพาะคนชาติเท่านั้น
ดังนั้นมนุษย์ทุกคนแม้แต่คนต่างด้าวย่อมเป็นผู้ทรงสิทธิในเสรีภาพดังกรณีศึกษานายสาธิตคือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเนื่องจากสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกรับรองในอนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและในรัฐธรรมนูญไทยซึ่งเป็นกฎหมายภายที่รับรองสิทธิให้ทุกคนในประเทศการที่ประเทศไทยเนรเทศนายสาธิตโดยเหตุที่นายสาธิตใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นที่ไม่เข้าข้อจำกัดนั้นรัฐไทยจึงทำการละเมิดสิทธิในเสรีภาพของนายสาธิตดังนั้นรัฐจึงไม่สามารถเนรเทศนายสาธิตเซกัลออกจากประเทศได้เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
[1] ต่างชาติกับต่างด้าวแตกต่างกันอย่างไร?http://guru.sanook.com/21278/ต่างชาติ-กับ-ต่างด้าว-แตกต่างกันอย่างไร/
[2] ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/book.pdf
[3] สิทธิทางการเมือง http://www.l3nr.org/posts/465847.
