เริ่มวิ่งวันแรก


เมื่อวาน หลังจากกลับจากวิ่ง ท่ามกลางแสงจันทร์ ขาไปเจองูตาย ขากลับงูตัวเป็น ๆ น่าจะยาวเมตรกว่า ค่อย ๆ เลื้อยข้ามถนนไป เออนะ เขาก็อยู่ของเขา ตั้งใจว่า เดี๋ยวจะลองสูตรกะหรี่ปั๊ฟให้แม่ แต่ที่นี่ไม่มีที่ตีไข่

คิดแค่นั้นเสียเวลาวน ซื้อเป็นชั่วโมง ๆ ไม่สำเร็จ ไดค่แค่อะไรสักอย่างที่น่าตาคล้าย ๆ แบบคิดว่า อาจจะพอใช้ได้ เข้าบ้าน ก็น่าอนาจ ลืมกุญแจหน้าบ้าน ติดไปกับรถกะบะ ต้องอ้อมเข้าข้างหลังบ้าน ที่ตอนนี้ต้นมะนาวสีโน้มด้วยน้ำหนักของลูกดก โค้งคำนับดิน แบบซุกโต๊ะทำกับข้าวและเตาแก๊ส จะว่าไป ก็แทบไม่ค่อยจะได้ใช้ครัวส่วนนี้มาหลายเดือนมาก ๆ

จัดแจงย้ายใหม่ หอบโต๊ะเข้าบ้านทำความสะอาด ไม่ทันจะเรียบร้อยดี รู้สึกหมดแรง สุดก๊อกหลับไม่เป็นท่า

ตามเคยตื่นขึ้นมาที่พื้น แบบเอาหัวหนุนกระเป๋า บอกตนเองเอาวะ มันได้แค่นี้ ก้มลงกราบพระทำวัตร

ตั้งแต่เมื่อคืนตอนวิ่ง จะว่าไปก็ไม่ใช่ เริ่มรู้สึกได้จริงจังตั้งแต่ตอนไปทำวัตรรวมที่วิหาร เมื่อวันวาสาขบูชาว่า

มีอาการ มัว ๆ ง่วง ๆ

หลังจากวันนั้นก็เหมือน สอบไม่ผ่าน

ทุกครั้งที่ทำวัตร ข้างในมัว ๆ ง่วง ๆ

วิ่งแรก ๆ จะงัวเงียว แต่พอทำความเร็วจนหัวใจเต้นช่องท้องได้กระเพื่อมร่างกายเริ่มเบา แต่พอเลิกวิ่งก็ยัง เหมือนเก่า

ใจที่อยากจะลงมือ เขียนน้อยลง เพราะอะไร

สิ่งที่คิดว่า ทางแก้ กลับกลายเป็น เพิ่มโทษ

นี่ซินะ เหตุที่ท่านองคุลีมาลท่าน วิ่งไปตัดนิ่วผู้คน เพื่อหวังจะได้เรียนรู้

แต่สุดท้าย ท่านก็ผ่านกับตัวท่านเองได้อย่างงดงาม

สิ่งที่ได้ลงมือทำไป ก็คงเหมือนการที่ไปวิ่งตัดนิ้วมือคน ด้วยคิดเอาเองว่า มันเป็นทางที่จะได้ปัญญา พ้นทุกข์

กรรมแท้

ข้างในก็รู้สึก เข็ดขยาด ไม่อยากจะเขียนสักเท่าไหร่

คิดอีกที ดีแล้วละ ที่ไม่เมามัว วิ่งไปตัดนิ้วคนเพิ่ม ไม่เมามัวทำชั่วเพิ่ม

ตอนนี้ทำได้แค่ ชงัก แต่ก็ยังต้องทำต่อไป

ไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งหลายที ลงมือ ทำก็ยังคงเป็นแบบนี้

เมื่อคืน เหมือนแบทหมดทั้งคนทั้งเคลื่อมือสื่อสาร แล้ววันนี้ถ้าไหว ทำตามแผนที่วางคือ กลับบ้านแม่

แต่ข้างใน เหมือนรู้สึก ยังกับ ไม่ได้พัก

ทั้งที่จริง ร่างกายนี้ อึดทนได้ มากกว่านี้มาก ๆ

เส้นทางชีวิตที่ครูเมตตาให้ได้ลองฝึกฝนมา เป็นคำตอบ และหลักฐานได้เป็นอย่างดี

แต่ที่ล้า ที่เหนื่อย เพราะใจไม่ยอมรับ ความชั่ว ที่ไหลวน จนเป็นนิสัย

ช่วงที่ออกมาวิ่ง เมื่อวานเย็น มืดแล้ว แต่แสงจันทร์ก็ยังคงสาดให้รู้สึกได้งดงาม

วิ่งไปคำถามครูก็ดังขึ้นมา “ได้อะไร”

คำตอบที่ขึ้นมากับตนเอง “ฟุ้งซ่าน”

ไม่มีอะไรเลยมีแต่ความคิด ไหลขึ้นมาอย่างฟูฟ่อง ทั้งคำสอนครู ทั้งเรื่องที่อยากทำ และเรื่องที่ควรทำแต่ไม่ได้ทำ

วิ่งตอนเช้าได้อะไร

อาการดี ข้างในสดชื่น แต่ก็มี พะว้า พะวง เหม็นขี้หมู ขี้นก เต็มไปหมด ตลอดแนวที่ครูมอบหมายให้ได้เรียนรู้

วิ่ง ๆ ไป เห็นกระรอกน้อย ไต่ตามสายไฟ รู้สึกชอบใจเอ็นดู

คลายจากความไม่ชอบใจ และหนีออกจากความคิดที่ไม่ชอบความเหม็น

เหมือนข้างในก็มีวิ่งวน อยู่อย่างนี้ตลอดครึ่งชั่วโมงที่วิ่ง

แล้วมีความมัว ๆ ถ่วง ๆ ความรู้สึกไว้ ขณะที่ออกวิ่ง แล้วก็ คิดว่า เมื่อไหร่จะครบสักที

ใจจริง ๆ มันแสดงออกอยู่อย่างนี้

แค่เห็นก็รู้สึกไม่ชอบใจแล้ว

และถ้าครูไม่เมตตาสะกิดตอนเช้าว่า ทำไมไม่เขียนบันทึก

ใจมันก็จะยังคงไม่ยอม ที่จะมา ตั้งใหม่

พักนี้ชักจะล้มถี่ เป็นการล้มที่ร่างกายเริ่มจะได้รับผลไปด้วยซิ

ต่างจากเมื่อก่อน ที่พอล้ม ก็เพียงข้างใน แต่ตอนนี้ พอใจล้ม กายก็เริ่มล้มไปด้วย

ทั้งเพลียและคัน สรุปว่า สงสัยจะแก่

คำสำคัญ (Tags): #aar#km#ภาวนา
หมายเลขบันทึก: 567991เขียนเมื่อ 15 พฤษภาคม 2014 10:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 พฤษภาคม 2014 10:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

-สวัสดีครับ

-ตามมาให้กำลังใจครับ..

-ชอบภาพบรรยากาศแบบนี้มาก ๆครับ..

วันก่อนได้เจอ อ กะปุ๋มค่ะ ยังแซวว่า อ.จัน วิ่งแล้วทำไมหุ่นยังสมบูรณ์อยู่เลย ฮาฮา เป็นกำลังใจให้กับนักวิ่งคนใหม่นะคะ

ปล. หน้าแรก GotoKnow ปรับใหม่แล้วนะคะ ใหม่! ส่วนตั๊ว ส่วนตัว กับหน้าแรกของ GotoKnow

ขอบพระคุณค่ะคุณ เพชรน้ำหนึ่ง

ได้กำลังใจมาเต็มกะบุง

อ. จันทวรรณ

ใคร ๆ เจอท่าน อ.กะปุ๋ม ก็ได้ยิ้มแล้วหัวเราะอย่างเบิกบานทุกครา ได้เห็นจากการได้มีโอกาสติดตามท่านค่ะ

ขอชื่นชมและรู้สึกทึ่งมากกับ Web G2K ที่ไม่เคยหยุดเติบโต ย่าประทับใจจริง ๆ

ส่วนเรื่องวิ่ง ติ๋วยังอีกไกลค่ะ กว่าจะอยู่ตัว แต่สู้ ๆค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี