มรดกจากรุ่นสู่รุ่น...

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นวันวิสาขบูชา...ฉันได้ไปทำบุญที่วัดกับน้องอ้อม + เจ้าฟ้าคราม เสร็จแล้วก็ไปที่บ้านของป้าดิน ซึ่งเป็นพี่สาวของปู่เรเจ้าฟ้าคราม...พวกเรานาน ๆ จะไปกันครั้งหนึ่ง เหตุเพราะ ฉันไม่ค่อยได้หยุดงานจะมีก็แต่ น้องเพรียง เจ้าฟ้าคราม น้องอ้อม ปู่จเรที่จะไปหาพี่สาวซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านกับบ้านที่ฉันอยู่...

พวกเราซื้อกับข้าวไปทำกินกันที่บ้านป้าดิน...เพราะพี่ภัคร น้องเพรียง บอกว่า ชอบให้ป้าดินทำกับข้าวให้กิน โดยเฉพาะแกงเนื้อ + น้ำพริกที่ป้าดินชอบทำให้กิน...โดยมีพี่ภัครขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านของน้องแก้วเข้าไปร่วมวงด้วยอีกคนหนึ่ง

เสร็จจากบ้านป้าดินแล้ว พวกเราก็ขับรถยนต์ไปที่บ้านของย่านวล ซึ่งเป็นน้องสาวคนเล็กของปู่ (พ่อของพ่อเร) ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำน่าน เพื่อไปดูต้นไม้ เพราะป้าดินบอกว่า ต้นสีเสียดยืนต้นตายประมาณ ๓ ต้น จะทำอะไรก็ทำเสียเพราะเดี๋ยวมันจะผุไปเปล่า ๆ...ปู่เร น้องเพรียง พี่ภัคร น้องอ้อม เข้าไปในสวนป่ากัน แต่ฉันกับเจ้าฟ้าครามอยู่ที่ใต้ถุนบ้านของย่านวลกัน เพราะยุงเยอะแถมแดดก็ร้อนเกรงว่าเจ้าฟ้าครามจะป่วยเอา เลยรอพวกปู่เรที่ใต้ถุนบ้านของยายนวล

กลับออกมาด้วยภาพที่น้องเพรียงได้ถ่าย "ต้นยางนา" สมัยที่ปู่ของปู่จเรปลูกไว้หลายสิบปี ต้นใหญ่เอามาก ๆ น้องเพรียงกับน้องอ้อมทำท่าโอบรอบต้นยางนา บอกว่า ประมาณ ๓ คนโอบนะแม่...พ่อเรเล่าว่า...เมื่อสมัยพ่อเรเป็นเด็ก ๆ ปู่ได้ปลูกเอาไว้ พ่อเรยังจำได้...และสิ่งนี้ก็คือ..."มรดกจากรุ่นสู่รุ่น" ที่ปู่ของปู่เรส่งมอบมาให้กับลูก ๆ หลาน ๆ รุ่นต่อ ๆ มา จนมาถึงรุ่นเจ้าฟ้าคราม

ฉันบอกลูก ๆ ว่า ถ้าโค่นมาตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร เพราะบ้านเราก็มีกันหมดแล้ว...ปลูกไว้แบบนั้นนั่นแหล่ะ เอาไว้ให้เจ้าฟ้าครามมันโต อยากปลูกบ้านค่อยเลื่อยเอาปลูกก็แล้วกัน...(ยกเว้นมันยืนต้นตายเอง ก็คงต้องเลื่อย แต่นี่มันยังไม่ตาย ปล่อยให้มันมีชีวิตเป็นไม้ยืนต้นแบบนั้นนั่นแหล่ะ!!!)...มีอาจารย์เอก ซึ่งบ้านอยู่แถวนั้น แซว ๆ ฉันเข้ามาใน FB ว่า...จะไปลักตัดหลายครั้งแล้วนะพี่บุษ...(พูดเย้าแหย่ฉันเล่น) บอกว่า...แถวนั้นหาดูยาก ไม่ค่อยมีให้เห็นกันแล้ว ต้นยางนาที่ใหญ่ ๆ แบบนี้...

นี่กระมัง!!! ที่เป็นสาเหตุให้ปู่จเร ก็มีนิสัยรักการปลูกต้นไม้ ต้นสัก ต้นยางนา ไว้สืบต่อให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ได้เห็นเป็นตัวอย่าง ได้กระทำต่อไปในอนาคต...เป็น "มรดกจากรุ่นสู่รุ่น"

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗