สิทธิในเสรีภาพนั้นมนุษย์ทุกคนเป็นผู้ทรงสิทธิทุกคน สิทธิ หมายถึง สิ่งที่ไม่มีรูปร่างซึ่งมีอยู่ในตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิดหรือเกิดขึ้นโดยกฎหมาย เพื่อให้มนุษย์ได้รับประโยชน์และมนุษย์จะเป็นผู้เลือกใช้สิ่งนั้นเอง โดยไม่มีผู้ใดบังคับได้และเสรีภาพ หมายถึง การใช้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างอิสระแต่ทั้งนี้จะต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น ซึ่งหากผู้ใดใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตจนก่อความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ก็ย่อมถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับคนไทยที่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดถึงขอบเขตสิทธิของเสรีภาพ ซึ่งต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยไม่ล่วงล้ำเสรีภาพของคนอื่น เช่น เสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นต้น

         แต่สำหรับคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สิทธิและเสรีภาพนั้น จะเท่าเทียมกับคนไทยหรือไม่นั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า คนต่างด้าวมีสิทธิและเสรีภาพหากเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงหรือเกี่ยวพันถึงสิทธิความเป็นมนุษย์ คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถใช้สิทธินั้นได้โดย การใช้สิทธินั้นต้องอยู่ในขอบเขตที่ไม่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น สำหรับกรณีศึกษาในเรื่องสิทธิ เสรีภาพของคนต่างด้าว นั้นเช่น นายสาธิต เซกาล นักธุรกิจชาวอินเดีย ที่ออกมาชุมนุมทางการเมืองร่วมกับกลุ่ม กปปส. จนทำให้ คณะรักษาความสงบ(ศรส.) ได้ยื่นมติให้กรมตรวจคนเข้าเมืองเนรเทศ นายสาธิต เซกาล ออกจากประเทศเนื่องจาก เนื้อหาในการแสดงปราศรัยบนเวที กระทบความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย แต่ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยมีเหตุผลว่า คำปราศรัยของโจทก์ยังไม่เป็นภัยต่อประเทศชาติ จึงยังไม่มีเหตุเนรเทศโจทก์ออกนอกราชอาณาจักร

        จากกรณีข้างต้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า นายสาธิต มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพราะ มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ไม่ได้ก่อให้เกิดภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยต่อประเทศ เพราะนายสาธิต เซกาล ไม่ได้เป็นต้นเหตุในการทำให้เกิดการชุมนุมและความวุ่นวาย อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงปูมหลังที่นายสาธิต อาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ 5 ขวบ และใช้ชีวิตอยู่ในไทยมาโดยตลอด แสดงให้เห็นว่า นายสาธิต มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย จนทำให้เขาอยากแสดงสิทธิ์ของตนเองได้

และเมื่อพิจารณาถึงกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

       ข้อบทที่ 13 แห่ง ICCPR บัญญัติว่า “คนต่างด้าวผู้อยู่ในดินแดนของรัฐภาคีแห่งกติกานี้โดยชอบด้วยกฎหมายอาจถูกไล่ออกจากรัฐนั้นได้โดยคาวินิจฉัยอันได้มาตามกฎหมายเท่านั้น และผู้นั้นย่อมได้รับอนุญาตให้ชี้แจงแสดงเหตุผลคัดค้านการขับไล่ออกจากรัฐนั้น และขอให้มีการทบทวนเรื่องของตนโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ หรือบุคคล หรือคณะบุคคล ที่แต่งตั้งขึ้นเฉพาะการนี้โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจโดยได้รับอนุญาตให้มีผู้แทนเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นได้เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลจาเป็นอย่างอื่นด้านความมั่นคงแห่งชาติ” สาระสำคัญของข้อบทนี้คือ การเนรเทศคนต่างด้าวนั้นสามารถกระทำได้เพราะเป็นอำนาจอธิปไตยของรัฐ อย่างไรก็ตาม การเนรเทศนั้นต้องชอบด้วยกฎหมายภายในทั้งในแง่ของกระบวนการ (procedural) และเนื้อหาสาระของคำสั่งเนรเทศ(substance)[1] ซึ่งในกรณี นายสาธิต ศาลแพ่งมีความเห็นว่า การแสดงความคิดเห็นของเขายังไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง จึงทำให้นายสาธิต เซกาล ยังสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อไป เมื่อพิจารณาถึงกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

เอกสารอ้างอิง

ไพศาล ภู่ไพบูลย์ อังคณา ตติรัตน์ และปนัดดา มีสมบัติงาม. หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

[1] ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช,ข้อพิจารณาทางกฎหมายระหว่างประเทศกรณีการเนรเทศคุณ สาธิต เซกัล

ค้นเมื่อ 11 พ.ค. 2557 แหล่งที่มา: http://prachatai.com/journal/2014/03/52267

ทีมข่าวอาชญากรรม,ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนรเทศ “สาธิต เซกัล”ค้นเมื่อ 11 พ.ค. 2557 แหล่งที่มา: http://www.manager.co.th/crime/viewnews.aspx?NewsID=9570000029431