ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์ Amazing Grace
ที่มา : http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQNoNUpZ3OliNCg5uAYIoqjpxtukF0hoTmDIgr7MMLspWzkZSBA-w
ในการชมภาพยนตร์เรื่อง Amazing Grace ข้าพเจ้าได้ข้อคิดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษย์คือ ในสมัยก่อนหรือในช่วงแรกของภาพยนตร์เรื่องนี้ ประชาชนอังกฤษส่วนใหญ่มีลักษณะของการเหยียดเชื้อชาติและสีผิว โดยมีแนวคิดว่า ใครที่มีสีผิวเข้ม แตกต่าง หรือมาจากแอฟริกาซึ่งเป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษนั้น มีสถานะเป็นเพียงทาส มีคุณค่าเทียบเท่ากับสิ่งของ ที่อาจนำมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายกันได้ โดยมองไม่เห็นถึงความเท่าเทียมกันของมนุษย์ .ซึ่งในจุดนี้ข้าพเจ้าเห็นภาพอย่างชัดเจนในฉากที่ อดีตทาสคนหนึ่งเล่าถึงการนาบสร้างรอยแผลเป็นลงไปบนหน้าอกของทาส เพื่อตราตรึงว่า “ชีวิตมนุษย์ไม่ได้เป็นของพระเจ้า แต่เป็นของคนอื่น” แสดงให้เห็นว่าในยุคนั้นแม้ว่า จะเกิดมาเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่หากถูกขายเป็นทาสแล้ว กลับถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ลง เหลือเพียงสิ่งของที่นายทาสจะสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แรงงานจนตาย หรือใช้โซ่ตรวณ กักขังไว้ในกล่องไม้
เมื่อระยะเวลาผ่านไปการคัดค้านการค้าทาสเริ่มได้รับการยอมรับในสังคมของชาวอังกฤษ และสังคมโลก เนื่องมาจากการเลิกทาสในประเทศอเมริกา ขณะนั้นการดำเนินเรื่องเสมือนว่าการออกกฎหมายยกเลิกการค้าทาสจะถูกตราขึ้น แต่กระนั้นในสังคมส่วนหนึ่งของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะชนชั้นสูง พ่อค้า และนักธุรกิจเจ้าของไร่ ที่ต้องการใช้แรงงานทาส จึงทำให้การเสนอร่างกฎหมายยกเลิกการค้าทาสจึงถูกล้มไป
แต่ท้ายที่สุดแล้วการออกกฎหมายยกเลิกการค้าทาสก็ได้ถูกตราขึ้นในประเทศอังกฤษในอีกหลายปีต่อมาโดยที่ใช้การออกกฎหมายควบคุมการสวมธงสัญชาติของเรือสินค้าเป็นใบเบิกทางที่ทำให้พ่อค้าทาสแต่ละรายล้มละลายลง และทำให้ผู้ที่ขัดขวางการเลิกทาสนั้นน้อยลงไปเรื่อยๆ จนสามารถเลิกการค้าทาสได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งในการออกกฎหมายควบคุมเรือสินค้าของอังกฤษในขั้นแรกนั้นเรียกว่าเป็น “กลโกง” อย่างหนึ่ง เพื่อให้พ่อค้าทาสไม่สามารถค้าขายทาสทางเรือได้อีกต่อไป และต้องล้มละลายลงในที่สุด กล่าวคือในยุคสงครามระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับอังกฤษนั้น เรือสินค้าที่มีสัญชาติฝรั่งเศสมักสวมธงของประเทศอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งเพราะเป็นประเทศที่เป็นกลางและไม่เข้าข้างฝ่ายใดในสงคราม ดังนั้นการที่อังกฤษออกกฎหมายตรวจสอบ และลงโทษเรือสินค้าที่สวมธงสัญชาติอเมริกันจึงเปรียบเสมือนการขัดขวางการค้าทาสอย่างเสีรีนั่นเอง
ซึ่งตามกฎหมายสากลแล้วการแสดงสัญชาติของเรือนั้นจะแสดงผ่านทางธงที่ติดอยู่บนเรือ การที่เรือที่เป็นของประเทศฝรั่งเศษสวมธงของประเทศอเมริกาจึงเป็นการแสดงสัญชาติปลอม
นอกจากนี้ในการชมภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับทาสเรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงภาพยนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอุทิศตนเพื่อตรากฎหมายเลิกทาสของประธานาธิปดีลินคอร์น ในภาพยนตร์เรื่อง Lincoln (ปี2012) ที่ได้มีการเปรียบเปรยเหล่านักธุรกิจที่ต่อต้านการเลิกทาสเป็นผีดูดเลือด และเปรียบลินคอร์นเป็นนักล่าผีดูดเลือด และเปรียบสงครามต่อต้านการเลิกทาสในอเมริกาเป็นสงครามระหว่าง ผีดูดเลือดกับนักล่าผีดูดเลือด ซึ่งข้าพเจ้ามองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตลกร้ายที่สื่อว่า ในสงคมชนชั้นสูงที่มองทาสเป็นเพียงสิ่งของที่จะใช้แรงงาน หรือทำอย่างไรกับทาสอย่างไรก็ได้เหมือนทาสมิใช่มนุษย์นั้น แท้ที่จริงแล้วความเห็นแก่ตัวของชนชั้นเหล่านั้นเองนั่นแหล่ะ ที่ทำให้พวกเขาเปรียบเสมือนผีดูดเลือดที่ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ มีเพียงร่างกายและเงินทองเท่านั้น
ดังนี้สิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากการชมภาพยนตร์เรื่อง Amazing grace นั้นนอกจากควาน่าหดหู่ของคนแต่ละชนชั้นที่ดูถูกเหยียดหยามมนูษย์ผู้อื่นว่ามีศักดิ์ศรีแตกต่างกับพวกเขา เป็นเพียงทาส เพียงสิ่งของเท่านั้นในยุคที่ประเทศอังกฤษดูเหมือนจะมีความก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ และยังได้เรียนรู้ว่าการดำเนินการบางอย่างหากเปรียบเทียบกับถนน บางครั้งไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ด้วยทางตรงเพื่อให้ถึงเป้าหมาย แต่อาจมีทางอื่นที่เป็นเส้นทางโดยอ้อมที่จะทำให้ถึงเป้าหมายได้เช่นกัน แม้จะต้องใช้ระยะเวลาหรือกระบวณการอื่นๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ดังเช่นสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่า “กลโกง” เพื่อนให้บรรลุเป้าหมายไปได้