"ถ้ารู้ก็รู้ให้จริง ถ้ารู้ไม่จริงก็อย่ารู้เสียดีกว่า.. ถ้าทำก็ทำให้จริง ถ้าทำไม่จริงก็อย่าทำเสียดีกว่า"

เช้าวันที่ 1 พ.ค.2557 เป็นวันที่ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้น และกังวลมากที่สุดวันหนึ่ง ในรอบ 10 ปี
เย็นวันที่ 1 พ.ค.2557 เป็นวันที่ข้าพเจ้ารู้สึกโล่งใจ และรู้สึกถึง 'ความมั่นคง' ในจิตใจที่สุดวันหนึ่ง ในรอบ 10 ปี
เพราะเป็นวันแรก ของการเป็น แพทย์ประจำบ้านประสาทวิทยา
ในบ้านหลังเดิมที่ข้าพเจ้ารัก รพ.มหาราชนครเชียงใหม่
###


ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร สำคัญที่เรามองตัวเองอย่างไร

เมื่อข้าพเจ้าใส่ชุดแพทย์ประจำบ้าน เดินเข้าไปนั่งในห้อง morning conference ภาควิชาอายุรศาสตร์
แพทย์ประจำบ้านคนอื่นๆ ซึ่งส่วนมากเคยเป็นลูกศิษย์ ยกมือไหว้และทำหน้างงๆ
และเมื่อถึงตอนแนะนำตัว แพทย์ประจำบ้านใหม่ ก็มีเสียงฮือฮาเล็กๆ จากอาจารย์ (ซึ่งส่วนมากเป็นรุ่นพี่ข้าพเจ้า)
ข้าพเจ้ายิ้ม...รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อท่านอาจารย์หัวหน้าภาคกล่าวต้อนรับ
และทิ้งท้ายอย่างมีอารมณ์ขัน
"..เห็นอาจารย์ปัทมาแล้ว ผมคิดว่าหลังเกษียณจะไปสมัครเป็น fellow อีกสาขา เพราะการศึกษาไม่มีคำว่าอายุเกินนะครับ"

###

..เส้นทางใหม่ หัวใจเดิม...

แม้เส้นทางจะไม่เป็นเส้นตรง แต่ข้าพเจ้ายังมีศรัทธาต่อ Palliative care
และเชื่อว่าสักวัน จะได้รับการยอมรับในสังคมและวงการแพทย์
สองปีจากการ 'เลือก ลอง มอง มุ่ง'
พิจารณาจาก 'กาละ-เทศะ' แล้วคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง
เพื่อให้ได้ตามคำปฎิญาณ

เป้าหมายการลาศึกษาครั้งนี้ ข้าพเจ้ายอมรับในข้อด้อยของอายุ และความรู้
แต่ข้าพเจ้าไม่คิดแข่งกับใครเลย ยกเว้นตัวเองในวันก่อนเท่านั้น
หลังสามปี สิ่งที่ข้าพเจ้าหวังคือ
1. มีกัลยาณมิตรมากขึ้น
2. มีประโยชน์มากขึ้น (ซึ่งเกิดจากมีสมรรถนะรับผิดชอบได้มาก)
3. มีจิตใจเข้มแข็งอดทนขึ้น

*ขอบคุณ บทความของท่านอาจารย์เกรียง ตั้งสง่า

"ถ้ารู้ก็รู้ให้จริง ถ้ารู้ไม่จริงก็อย่ารู้เสียดีกว่า..
 ถ้าทำก็ทำให้จริง ถ้าทำไม่จริงก็อย่าทำเสียดีกว่า"

ถ้อยคำนี้ กังวานในใจข้าพเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า