งานวิจัย เรื่องผลของการดื่มน้ำขิงเพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ทีมงาน คือ นางสาว กนกกัญญา สุทธิสาร นางอุบล จ๋วงพานิช นางสาวสุภาพร สุดสังข์ อ.ภก.สุธาร จันทะวงศ์และนางบังอร เพชรศรี
หลังจากที่ทีมวิจัยเรา ทำวิจัย โดยนำขิงสด 300 gm ต้มในน้ำเดือด 5 นาที ให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด
ดื่มวันละ 4 ครั้ง เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
ผลวิจัย พบว่า กลุ่มทดลองมีอการคลื่นไส้ อาเจียน น้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
จำนวนครั้งของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
บทเรียนที่ได้รับ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ชอบและบอกว่า สามารถลดคลื่นไส้ได้ดี
น้ำขิงสดจะมีกลิ่นหอมทำให้สดชื่น
และช่วงที่ให้ยาเคมีบำบัด จะกินอาหารไม่ค่อยได้
การดื่มน้ำขิงจะทำให้เรอ ลดอาการท้องอืดได้ด้วย
ถ้ารู้สึกเผ็ดเกินไปสามารถเพิ่มน้ำอุ่นไปได้อีก
การนำไปใช้
ที่หอผู้ป่วยที่รับผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด เราจะต้มน้ำขิงไว้เพื่อให้ผู้ป่วยดื่มทุกวัน
และมีผู้มาศึกษาดูงาน สามารถนำไปใช้ได้
อุบล จ๋วงพานิชและทีม
9พค2557
บทคัดย่อ
อาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด พบร้อยละ80 การให้ยาป้องกันคลื่นไส้อาเจียนได้ร้อยละ 60 มีการศึกษาพบขิงช่วยลดคลื่นไส้อาเจียน ร้อยละ 40 และไม่พบอาการข้างเคียงเพราะขิงเป็นพืชที่มีน้ำมันหอมระเหย คือ zingerone ออกฤทธิ์ยับยั้งการปล่อยสารเคมีซีโรโทนินที่ทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ จึงได้นำขิงสดมาต้มให้ผู้ป่วยดื่มก่อนให้ยาเคมีบำบัด อาการคลื่นไส้อาเจียนลดลง จากการสอบถามผู้ป่วย ร้อยละ 70 ชอบต้มน้ำขิงดื่มเองที่บ้านตามปริมาณที่ต้องการ แต่ไม่ทราบว่าจะต้องใช้ขิงเท่าใด ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาผลของการดื่มน้ำขิงเพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด
วัตถุประสงค์การวิจัย
เพื่อศึกษาผลของการดื่มน้ำขิงเพื่อลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้มะเร็งที่มารับยาเคมีบำบัด
ระเบียบวิธีวิจัย
การวิจัยกึ่งทดลอง ผู้มะเร็งที่มารับยาเคมีบำบัดที่กระตุ้นการอาเจียนระดับกลางและระดับสูง 60 คน สุ่มเข้ากลุ่มแบบจับคู่ตามชนิดของยา กลุ่มทดลอง ก่อนได้รับยา30 นาทีประเมินโดยใช้แบบประเมินชนิดสเกลคะแนน0ถึง7 ให้ข้อมูลและให้คู่มือเรื่องการป้องกันคลื่นไส้อาเจียนโดยใช้น้ำขิงให้ผู้ป่วยและให้ดื่มน้ำขิงสด300 กรัม ใส่น้ำ 500ซีซี ดื่มก่อนอาหารเที่ยง เย็นและก่อนนอน 4 ครั้งต่อวัน ต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้ายของการให้ยา ประเมินคลื่นไส้อาเจียนทุกวันเวลา 20.30 น. ติดตามทางโทรศัพท์สัปดาห์ละครั้งจำนวน 4ครั้งกลุ่มควบคุมให้การพยาบาลตามปกติและประเมินเหมือนกลุ่มทดลอง เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนของอาการคลื่นไส้อาเจียนทั้งสองกลุ่มใช้สถิติGEEและเปรียบเทียบความแตกต่างของจำนวนครั้งการคลื่นไส้อาเจียนทั้งสองกลุ่มโดย t- test
ผลการศึกษา
คะแนนคลื่นไส้ อาเจียน ของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุม เฉลี่ย 1.23 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P<0.001) ช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 อยู่ระหว่าง 0.77 ถึง 1.69 คะแนนจำนวนครั้งของการคลื่นไส้ อาเจียนของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุม เฉลี่ย 2.1 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P<0.001) โดยมีช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 อยู่ระหว่าง 1.42 ถึง 2.78 ครั้ง
การนำไปใช้ประโยชน์
ได้นำผลวิจัยไปใช้ในการลดคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาล และเผยแพร่ให้ผู้มาศึกษาดูงานทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ และเผยแพร่ทาง website รวมทั้งนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติ
บทเรียนที่ได้รับ
การดื่มน้ำขิงจากการต้มขิงสด สามารถป้องกันคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้ผู้ป่วยบอกว่ามีกลิ่นหอม ดื่มแล้วลดท้องอืดได้ด้วยและเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดเสริมการรักษา เรียนรู้ นำไปปฏิบัติได้ง่ายและเห็นผลจริง เพิ่มคุณภาพชีวิตระหว่างมารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
หอผู้ป่วยได้นำผลวิจัยมาใช้โดยการต้มน้ำขิงไว้ให้ผู้ป่วยดื่มทุกวันและเป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำได้มากขึ้น ผู้ป่วยชอบดื่มเนื่องจากขิงสดหาง่ายในท้องตลาดราคาไม่แพง ต้มดื่มเองได้สามารถป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนได้อย่างเห็นผล
การสนับสนุน
ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555</p><p>เคยการนำเสนอเป็นวิดิทัศน์ในการประชุมวิชาการ ในงานประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมสร้างวัฒนธรรม R2R สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 6 นั้น วันที่ 31พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2556ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค กรุงเทพฯ</p>
ขออนุโมทนาบุญด้วยกับงานที่ช่วยเหลือผู้ที่กำลังมีทุกข์หนักด้วยนะครับ
จ๋วงพานิช...นามสกุลนี้คุ้นมากๆ ไม่ทราบว่ามีญาติที่เคยเรียนรร.เซนต์คาเบรียลบ้างไหมครับ
ขอบคุณค่ะ
นำขิงสด 300 gm ต้มในน้ำเดือด 5 นาที ให้ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ดื่มวันละ 4 ครั้ง
ขอบคุณค่ะ เป็นสูตรที่ใช้ที่บ้านได้ด้วย
ได้สูตรไปบอกต่อให้กินขิง
ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ
มีคนถามว่า ทำไมไม่ใช้ขิงผง หรือขิงแคปซูล
ทีมงานเราเคยนำมาใช้แล้ว ผู้ป่วยบอกว่าขิงสดดีกว่า
นอกจากนี้ ขิงผงจะมีสาร gingerol น้อยกว่า กลิ่นไม่หอมเหมือนขิงสด
การใช้ขิงสด ผู้ใช้บริการสามารถจัดหาได้ง่ายและนำไปใช้ได้ดี
เพียงแต่รู้ว่าต้องใช้ขิงสดจำนวนเท่าไหร่
ทุกคนทำได้ค่ะ
คุณหมอ ป คะ
เราต้องใช้ขิงอายุ 10-12 เดือน จะเป็นขิงไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป
เราต้องเลือกขิงดีดีนะคะ
ต้ม 5 นาที จะได้ไม่เผ็ดจนเกินไป
ขอบคุณข้อมูลค่ะพีแก้ว ได้นำไปเผยแพร่ให้คนไข้ใช้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ