ผมเดินเอาเท้าเกลี่ยลงไปบนผืนทราย กวาดเอาลูกกลมๆเล็กที่มีอยู่เกลื่อนกลาดจนราพณาสูร เพียงเพื่อฝ่าเท้าจะได้รู้สึกนุ่มนิ่มแปลกเท้าก็เท่านั้น นี่ผมทำอะไรลงไป
ผมเริ่มไปเกาะลันตาครั้งแรกตั้งแต่น้องจ้าอายุเกือบขวบ เธอยังเดินไม่เป็น พูดไม่เป็นภาษาด้วยซ้ำไป และจากนั้นมาเราก็ไปลันตาทุกปี จะว่าไปก็ขาดไปเพียงปีเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ไปเหยียบลันตา เพราะมีคนให้ไปนอนที่ภูเก็ตแทน
แต่ปีนี้ก็เป็นเช่นทุกครั้ง เราไปลันตากันอีกรอบ
แม่ผมถามว่า "ทำไมต้องลันตา"
ผมตอบว่า "ไม่รู้" ความชอบ ความรักมันอาจจะหาเหตุผลมาประกอบยาก
จริงๆสิ่งที่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่านี้น่าจะเป็นเพราะว่า คงจะมีเพียงลันตากระมัง ที่เป็นทะเลอันดามันที่ผมกับลูกเมียสามารถลงไปเล่นน้ำทะเลได้ ที่ภูเก็ตน้ำลึกและดูดเราออกไปอินเดียได้ (ยังไม่ได้ขอวีซ่าเลย) ที่ตรัง หาดไม่สวย ทรายหยาบและหาดเลน ที่หลีเป๊ะ ทะเลสวยแต่พื้นทะเลเป็นเลน ระนองไปไม่ถึง สิมิลันไปถึงไม่ทัน ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นลันตานี่แหละ
หาดคลองดาวเป็นหาดยาว ทรายละเอียดยิบ ทะเลมีความลาดเอียงต่ำ และมันก็ไม่พยายามดูดเราออกไป แต่ถึงจะดูดออกไปก็ไปติดที่ภูเก็ต ไม่เป็นไร มันยังอยู่ในเมืองไทย และทุกๆครั้งที่มาที่นี่ เรามักจะเลือกนอนแถวหาดคลองดาวนี่แหละ
นิเวศน์ชายทะเลที่นี่น่าสนใจครับ ผมและลูกสาวยังสามารถเดินเขี่ยทรายหาหอยเสียบได้เรื่อยๆ ปูเสฉวนก็เกลื่อนกลาด และที่สำคัญ ที่นี่เขานิยมประดับลูกปัดบนชายหาด!
ทุกๆเช้าและทุกๆเย็นเมื่อมาเหยียบลันตา สิ่งคุ้นชินตาก็คือลูกปัดขนาดเล็กวางเรียงรายบนชายหาด มันละลานตา กินเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล บางที่วางเรียงเป็นรูปดอกไม้ บางที่วางเป็นรูปพลุ หรือหากดูไม่ออกก็น่าจะเป็นเพราะว่ามันเกลื่อนไปหมดจริงๆ
ด้วยความที่มันมีมากจริงๆ ผมจึงเดินลากเท้าสัมผัสลูกปัดนี้ทุกครั้ง มันยั่วยวนใจเหลือเกินที่จะต้องใช้ฝ่าตีนสัมผัสมันให้จงได้
บ่ายแก่ๆที่ลันตาวันนั้น ผมกับลูกสาวทั้ง ๒ คน ออกมาเดินเล่นริมหาดเช่นเคย ส่วนคนที่สวยๆอีกคนกำลังติดนิยาย เธอชอบนักหนากับการที่ได้นั่งอ่านหนังสือนิยายริมชายหาด (โรคจิตใช้ได้ เพราะไอ้รสนิยมการอยากอ่านนิยายนี้นี่แหละ ที่เราต้องมาลันตาทุกปี อ้าว.....)
ระหว่างที่ลูกตัวเล็กสุดเดินนำหน้าไป ผู้เป็นพ่อเดินตาม มองดูลูกด้วยความรู้สึกรักที่ไม่เคยลด (ตีนก็เกลี่ยดินกวาดลูกปัดไป) ลูกสาวอีกคนเดินฟังเพลงเกาหลีอยู่ข้างหลัง พ่อไม่ต้องมองแต่รู้สึกได้ว่าเจ้าตัวอยู่ไม่ไกลนัก ใจอุ่นใจชื้นเพราะลูกทั้งคู่อยู่ใกล้ๆ (เท้าก็ยังคงลากไป)
ครั้นเมื่อความคิดเริ่มว่างลงบ้าง ลดความเร็วในการเดินดูบ้าง มองไปบนผืนทรายทั้งที่อยู่หน้าฝ่าตีน และมองไปรอบๆ จู่ก็มีความรู้สึกว่า ไอ้ลูกปัดเล็กๆเหล่านั้น ทำไมวันนี้มันดูสวยจัง นึกถามตัวเองว่า ปูตัวน้อยๆที่ตามองแทบไม่เห็นมันทำอะไรกันอยู่ ทำไมต้องขุดรูทรายแล้วต้องปั้นทรายเป็นลูกกลมๆ แค่กลมยังไม่พอ มันยังเอาออกมาเรียงกันเป็นจุดๆ และจุดๆยังไม่พอ มันยังทำเป็นรูปร่างที่มีแบบแผน เรียงกันโดยมีระยะที่เท่าๆกันโดยผมแน่ใจว่ามันไม่น่าจะมีโอกาสใช้ไม้บรรทัดหรือเวอร์เนียร์แน่ๆ บ้างเป็นรูปดอกไม้ เป็นพลุ บ้างมีการลากพื้นทรายให้เป็นทาง ดูแล้วเหมือนดอกไม้มีก้านดอกด้วย
ผมคิดช้าลงอีก
ปูตัวนิดเดียว แต่สามารถสร้างงานที่สวยงามและดูยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามันเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับตีนของผม แต่มันอาจจะใหญ่กว่าผืนนา ๒๐ ไร่ หากผมเป็นปูเหล่านั้น
ปูบางตัวประนีตมาก
ปูบางตัวท่าจะวาดรูปเก่ง
ปูบางตัวชอบแบบ ลับ ลวง พราง
ปูบางตัวมักง่ายว่ะ
ปูมันสอนสั่งผมเรียบร้อยแล้ว
งานที่ทำด้วยหัวใจ สร้างสรรค์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ หรือว่ามันคงไม่ได้คิดว่าทำงาน มันกำลังใช้ชีวิตต่างหาก
ปูหลายตัว ต่างตัวต่างทำงานทำหน้าที่ หาดทั้งหาดจึงมีแต่ลูกปัดทรายจิ๋ว สวยงาม งามเหลือกำลัง
มันจะทะเลาะกันบ้างไหมผมก็ไม่กล้าถาม แต่หากจะทะเลาะกันบ้างก็คงไม่น่าจะรุนแรง เพราะภาพวาดผืนนี้ไม่มีร่องรอยของการทำลายกันเลย นอกจากที่ถูกทำลายจากฝ่าตีนผมเมื่อครู่นี้ (รวมของเมื่อตอนเช้า และเย็นวันก่อนด้วย)
ผมรู้สึกขอบคุณปู
สูดลมเข้าปอดลึกๆ แล้วเลือกเดินไปบนผืนทรายที่ยังมีช่องว่าให้มนุษย์ขี้เหม็นอย่างผมเดินได้อยู่บ้าง เดินตามลูกสาวต่อไปด้วยความรู้สึกถ่อมตัว ลดความโอหังลงไปได้เยอะ
รักเกาะลันตาจัง
ธนพันธ์ บันทึกไว้เมื่อ ๗ พค ๕๗ วันที่กลับจากลันตามาได้ ๔ วัน







ขอบคุณค่ะ สวยจริง ๆ จนต้องเรียกคนอื่นมาช่วยดู บันทึกก็ช่างงดงาม
...ศิลปะ จากปู สร้างสรรค์ได้สวยงามมากนะคะ
สวยจนต้องเรียกคนอื่นมาช่วยดู ว่ามันสวยยังไงเหรอครับ
กุหลาบ มัทนา
สวยงามสมคำบรรยาย...ชอบสุดซอย..อ้ะะ
มีดอกไม้มามอบให้
เหมือนงานศิลป์จริงด้วย อยากไปบ้างจัง แนะนำที่พักให้หน่อยซิหมอแป๊ะ
ปูลันตา ถูกชมว่าสวยด้วยดอกกุหลาบพันปีจากยายธี
เลยไปไหนต่อไม่ถูกเลยครับ
ตอนนี้จะพักที่ไหนก็ได้ เพราะ low season
ไม่ต้องจองล่วงหน้า ขับรถเข้าไป เห็นที่ไหนถูกใจก็เอาเลย
อย่าคิดนานนะ เดี๋ยวหน้าฝนใกล้มาแล้ว อาจารย์จัน
ชอบบันทึกนี้มาก ๆ อ่านไปอมยิ้มไป ภาพศิลปแบบปู ๆ ก็สวยมาก
ชอบตรงนี้มากที่สุด
...ระหว่างที่ลูกตัวเล็กสุดเดินนำหน้าไป ผู้เป็นพ่อเดินตาม มองดูลูกด้วยความรู้สึกรักที่ไม่เคยลด..
แถมมีแต่เพิ่ม ใช่มั้ยคะ
อ่านแล้วอารมณ์ดีตามคุณหมอมากเลยค่ะ
อบอุ่น (ครอบครัว) สวยงาม (ทะเล) อ่อนหวาน (คู่ชีวิต - อ่านนิยาย) ช่างคิด (ปูสอน) สร้างสรรค์ (ลดตัวตน)
อรรถรส ..... วรรณกรรม เยี่ยมค่ะ
ขนาดวรรณกรรมเลยรึครับ ทพญ.ธิรัมภา