จากการศึกษากรณีครอบครัวข้ามชาติ กรณีของครอบครัวเจดีย์ทอง
สำหรับครอบครัวเจดีย์ทองนั้น เป็นกรณีที่ นายอาทิตย์ เจดีย์ทองเป็นคนสัญชาติไทยที่พบรักกับนางสาวแพทริเซีย หญิงชาวมาเลเซียที่ทั้งสองเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน ต่อมาหลังจากที่นายอาทิตย์ได้กลับมาอยู่ที่ประเทศไทยที่จังหวัดตาก ต่อมานางสาวแพทริเซียได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่ออยู่กินฉันสามีภรรยากับนายอาทิตย์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองบันทึกลงในหนังสือเดินทางของนางสาวแพทริเซียว่า เธอสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ต่อมานางสาวแทริเซีย และนายอาทิตย์ได้มีบุตรด้วยกัน 3 คน โดยเด็กทั้งสามคนได้รับการแจ้งเกิดและมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย และได้รับการรับรองว่ามีสถานะสัญชาติไทย โดยไม่ได้รับการแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐมาเลเซีย
ต่อมานางสาวแพทริเซียต้องการจะอยู่กับนายอาทิตย์และลูกๆตลอดไป จึงต้องการที่จะมีเอกสารของรัฐไทยในการที่จะอยู่ในรัฐไทยต่อไป นางสาวแพทริเซียจึงไปแสดงตนต่อรัฐไทยว่าตนเป็นคนไร้รัฐ เพื่อที่จะได้รับการสำรวจในสถานะของ “บุคคลที่ไม่มีสถานะตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร” และต่อมาได้รับการบันทึกในทะเบียนประวัติ ประเภท ท.ร.38 ก. (ทะเบียนราษฎรที่ใช้สำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือคนไร้รัฐ) และได้รับการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางการเมือง (บัตรเลข 0)
จากกรณีของครอบครัวเจดีย์ทองดังกล่าวถือเป็นครอบครัวข้ามชาติที่มีจุดเกี่ยวพันกับทั้งรัฐไทยและรัฐมาเลเซีย โดยมีปัญหาที่พบคือ
- 1.การที่บุตรทั้งสามของนายอาทิตย์และนางสาวแพทริเซียได้รับเพียงสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว กล่าวคือ ได้รับการรับรองในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยเท่านั้น ซึ่งโดยหลักแล้วการได้สัญชาติโดยการเกิดของบุคคลมีสามทาง คือ ได้รับสัญชาติจากบิดา, ได้รับสัญชาติจากมารดา และ การได้สัญชาติจากสถานที่เกิด ซึ่งจากข้อเท็จจริง บุตรทั้งสามเกิดที่รัฐไทยและบิดาเป็นคนสัญชาติไทย บุตรทั้งสามจึงได้รับสัญชาติไทย ขณะเดียวกันบุตรทั้งสามควรได้รับสัญชาติมาเลเซียด้วยเช่นกัน เพราะนางสาวแพทริเซียมารดาเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย แม้ว่ารัฐไทยจะรับรองให้นางสาวแพทริเซียเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติก็ตาม
- 2.การที่รัฐไทยรับรองให้นางสาวแพทริเซียเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนนั้น เป็นการที่รัฐไทยกระทำการโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง เพราะแท้จริงแล้วนางสาวแพทริเซียเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย เมื่อรัฐไทยบันทึกว่านางสาวแพทริเซียบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ส่งผลให้นางสาวแพทริเซียกลายเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิต่างๆของนางสาวแพทริเซีย
3.สาเหตุที่นางสาวแพทริเซียแสดงตัวกับรัฐไทยว่าเป็นคนไร้รัฐเพราะต้องการที่จะให้รัฐไทยรับรองเพื่อที่ตนจะได้อยู่ในรัฐไทยต่อไปกับลูกๆและสามีของตน ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้มาจากการไม่รู้กฎหมาย หากนายอาทิย์และนางสาวแพทริเซียได้ทำการสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วจะได้รับการคุ้มครองถึงสิทธิต่างๆเพิ่มมากขึ้น เช่น นางสาวแพทริเซียสามารถขอวีซ่าประเภทครอบครัว ที่จะทำให้สามารถอยู่ในประเทศไทยในฐานะผ็ติดตามของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยได้ โดยมีเงื่อนไขบางประการคือ คนต่างด้าวต้องได้รับการตรวจลงตรา ประเภทคนอยู่ชั่วคราว และ มีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ และหากเป็นคู่สมรสต้องมีความสัมพันธ์กันทั้ง ทางนิตินัยและพฤตินัย
ที่มา :
Visa and work permit for expatriates in Thailand, http://www.workpermitthai.com/visa-thai.htm, สืบค้นวันที่ 28 เมษายน 2557
การจำแนกประเภทแรงงานข้ามชาติ, http://www.workpermitthai.com/nonimmigration-thai.... สืบค้นวันที่ 28 เมษายน 2557
เอกสารประกอบการศึกษาวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชน, รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, 25 เมษายน 2557