การออม เป็นการฝึกวินัยทางการเงินอย่างหนึ่ง โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว

จากตอนที่แล้ว รู้เก็บ.."เก็บออมก่อนใช้จ่าย" เรามีบัญชีใหญ่ๆ อยู่ ๔ บัญชี คือ 

  1. บัญชีเผื่อฉุกเฉิน ออมไว้ประมาณ ๖ เท่าของเงินเดือน (๑๕,๐๐๐คูณ๖ เท่ากับ ๙๐,๐๐๐ บาท) 
  2. บัญชีเพื่อเป้าหมายระยะสั้น เช่น เงินดาวน์บ้าน, เงินดาวน์รถ (เช่น จะซื้อรถคันเล็กๆ ราคาประมาณ ๔ แสนบาท จะต้องเก็บเงินดาวน์ให้ได้ร้อยละ ๒๕ เท่ากับ ๑ แสนบาท)
  3. บัญชีเพื่อเป้าหมายระยะยาว เช่น ออมเพื่อวัยเกษียณ (คิดถึงรายจ่ายการดำรงชีวิตปัจจุบัน ค่ากิน,ค่าเดินทาง ประมาณเท่าไรต่อเดือน x อัตราเงินเฟ้อ x 12 เดือน x จำนวนปีที่คิดว่าจะอยู่)
  4. บัญชีเพื่อการลงทุน เก็บเงินไว้ เพื่อการลงทุน เช่น ออมเงินไว้ ๑ แสนบาท เพื่อลงทุนในส่วนนี้...

   เมื่อเริ่มทำงาน รับเงินเดือน เดือนแรกแล้ว เราอาจถูกหักเงินเดือนในส่วนของ "กองทุนประกันสังคม" (เข้าใจว่าประมาณเดือนละ ๗๕๐ บาท) กองทุนนี้เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของคนทำงาน เช่น เจ็บป่วย, รักษาพยาบาล, เงินชดเชยรายได้เมื่อไม่มีงานทำ เป็นต้น..

   บัญชีแรกเผื่อฉุกเฉิน เราควรทำประกันแบบคุ้มครองชีวิตสัก ๑ ฉบับ ทุนประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่งเบี้ยประกัน ๒๐ ปีๆ ละ ๓,๖๐๐ บาท (เฉลี่ยวันละ ๑๐ บาท) ส่งไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไร ถึงปีนำไปลดหย่อนภาษีได้ (ปีแรกให้ซื้อแค่ ๑ ตัว และส่งไปเรื่อยๆ ถ้าเงินเดือนขึ้นแล้ว อีก ๒ ปีข้างหน้า ค่อยพิจารณาซื้อประกันชีวิตตัวที่สอง)

   บัญชีต่อมาเป็นบัญชีรวมๆ เราจะเก็บเงินออม เดือนละ ๑ ในสามของเงินเดือน ในที่นี้คือ ๕,๐๐๐ บาท เราก็นำเงิน ๕,๐๐๐ บาท ไปฝากบัญชีแบบสินทรัพย์ทวี...อย่างกรณีธนาคารธนชาติ มีบัญชีแรียกว่า "ปลอดภาษี" ฝากทุกเดือนๆ ละ เท่าๆ กัน ประมาณ ๒๔ งวด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๓๕ ฝากเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท โดยเปิดบัญออมทรัพย์คู่ไว้ด้วยให้หักเงินจากบัญชีออมทรัพย์เข้าบัญชีปลอดภาษี (ควรไปเปิดบัญชีเมื่อรับเงินเดือน เดือนที่ ๒ ของการทำงาน) ฝาก ๒๔ งวด ครบกำหนดถอนเงินจะได้เงินประมาณ 124,068 บาท เงินส่วนนี้อาจไปลงทุนระยะสั้นก่อน เช่น ไปซื้อสลากออมสิน..(ไถ่ถอน ๓ ปี) หรือ อาจไปฝากบัญชีฝากประจำดอกเบี้ยร้อยละ ๓ บาทขึ้นไป

    ทำงานมาได้ ๒ ปี เงินเดือนขึ้นเป็น เดือนละ ๒๔,๐๐๐ บาท เราก็ไปเปิดบัญชีแบบสินทรัพทย์ทวีต่อ คราวนี้ฝากเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท พอครบ ๒ ปี ก็มีเงินก้อนที่สอง...198,510 บาท..

    ถ้าหมั่นเก็บออมในแนวทางนี้ ภายใน ๕ ปี ก็จะมีเงินเก็บประมาณ ๔-๕ แสนบาท ซึ่งอาจจะแบ่งเงินสัก แสนหรือสองแสนไปลงทุนในหุ้น หรือลงทุนหุ้นทองคำก็ได้ (สามารถไปเสี่ยงได้ เพราะยังเหลืออายุการทำงานอีก ๓๐ กว่าปี)

    การเก็บเงินแบบนี้ สร้างวินัยทางการเงิน (การออม) อย่างมาก ซึ่งคนรุ่นใหม่ๆ ควรฝึกเรื่องเหล่านี้

    ยังมีกองทุนหนึ่ง ซึ่งมีจุดประสงค์หนึ่งเพื่อการเกษียณ หากที่ทำงานของท่านมีกองทุนแบบที่เรียกว่า "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ก็อย่ารีรอ รีบให้หน่วยงานหักเงินเดือนให้มากที่สุด (กฏหมายระบุไว้ ร้อยละ ๒-๑๕) เพราะนายจ้างจะสมทบให้ในอัตราที่เท่ากัน เช่น หน่วยงานธนาคารอิสลาม สมทบให้สูงสุดร้อยละ ๑๐ (เท่ากับหน่วยงานเพิ่มเงินเดือนให้ทุกปี) 

    สำหรับที่มน. มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ "สินสถาพร" บีแมนสมัครกองทุนนี้ ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒ ต่อปี..อิอิ
(เรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะได้มีโอกาสกล่าวถึงต่อไปในโอกาสอันควร) 

    ก่อนจาก ฝากไว้ว่า "การออม เป็นการฝึกวินัยทางการเงินอย่างหนึ่ง โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว"..

    Keyword : วินัยทางการออมคือ "ออมครั้งละน้อยๆ แต่ทำเป็นประจำ"