“การสอนเด็กนั้นยากขึ้นทุกวัน ถ้าไม่มีคะแนนมาล่อก็ไม่มีวันทำ ทั้งที่เป็นการฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ มีประสบการณ์สามารถนำไปใช้ได้ตอนทำงานหรือศึกษาต่อ แต่เขาจะถามก่อนว่า อาจารย์ให้คะแนนไหมค่ะ/ครับ แล้ววันข้างหน้าจะหวังอะไร ถ้าทุกคนทำเพราะหวังสิ่งตอบแทนบางอย่างเท่านั้น”
ประโยคข้างต้นนี้เป็นคำบ่นของอาจารย์ที่ต้องดูแลนักเรียน หลายท่านต้องบอกเลยว่าต้องกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ ไม่อย่างนั้นจะเจอกับคำพูดว่า อาจารย์มายุ่งอะไรกับชีวิตของหนู ลึกลงภายใต้คำบ่นคงเป็นความรู้ลึกแบบผู้ใหญ่หวังว่า เด็กจะมีพฤติกรรมที่ดี และอาจจะรวมถึงความปรารถนาดีที่เห็นลูกศิษย์เป็นพลเมืองดีที่พร้อมแบ่งปัน อาสา ช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมด้วย นอกเหนือจากมีความรู้สำหรับประกอบอาชีพ
คงต้องบอกว่าเด็กเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะมีหรือไม่มีความสามารถที่จะทำ แต่มาจากสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้นเป็นความรู้สึกภายในที่ประกอบกันสามส่วน ส่วนแรกเป็นความรู้สึกที่สามารถรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง ส่วนที่สองเขาต้องรับรู้คนอื่นด้วย ส่วนที่สามคือเขาจะจัดการกับตัวเองอย่างไร
อย่างในกรณีข้างต้น อาจารย์อยากให้เด็กอาสาเอาความรู้ที่เรียนมาไปช่วยกันทำประโยชน์ในช่วงเวลาว่างเด็กต้องรู้ว่าเขาอยากทำหรือไม่อยากทำเพราะอะไร หรืออยากทำแต่ไม่ลงมือทำเพราะอะไร ไม่อยากทำเพราะคิดว่ายุ่งยาก เสียโอกาส ไม่ใช้เวลาว่างไม่ทำอย่างที่เคยทำ หรืออยากทำแต่กลัวไม่มีเวลาอ่านหนังสือมากพอ เมื่อรู้ความต้องการตัวเองแล้ว ส่วนที่สองเป็นส่วนที่ต้องถูกฝึกมาให้มองเห็นคนอื่น เห็นความรู้สึกของเขา เห็นความต้องการของผู้อื่น ให้เขาเกิดความต้องการที่จะทำเพื่อคนอื่นบ้าง และจะทำได้เมื่อมีส่วนที่สามในการจัดการตัวเองคือ
จะวางแผนตัวเองอย่างไร ให้สามารถทำหน้าที่หลักเรื่องการเล่าเรียน
กว่าเขาจะโตมา ความรู้สึกทั้งสามส่วนถูกพัฒนาแล้ว และน่าจะได้พัฒนาต่อจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ออกไปเป็นคนทำงานที่ไม่ได้คิดแต่เรื่องของตนเอง หรือทำงานเป็นหุ่นยนต์เพราะไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น งานหลายอย่างต้องการคนทำงานที่ไม่ได้มีเพียงความรู้ แต่ต้องเป็นจิตใจที่เป็นมนุษย์ เห็นความลำบากทุกข์ยากคนอื่น ไม่อย่างนั้นความรู้
ที่เรียนมาก็เอาไปสร้างประโยชน์ได้น้อยและครอบครัวก็ต้องทำหน้าที่ดูแลเด็กช่วยกันเติมส่วนลึกของหัวใจ และสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กได้อย่างไร แค่ให้ความรู้คงไม่พอ แต่ต้องสอนให้มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ด้วย ดังนั้นมาช่วยป้องกันไม่ให้โลกเข้าสู่การต่อสู้กันเองและต่อสู้กับธรรมชาติดีกว่า ด้วยเคล็ดลับต่อไปนี้คือ
- รับรู้ความต้องการของเด็ก และสะท้อนกลับไปให้เขารับรู้ตัวเอง
- ยอมรับในความแตกต่าง
- เปิดใจรับความรู้สึก
- ให้ประสบการณ์ที่เด็กได้รับโดยตรง
- ให้เด็กเรียนจากความลำบากของตนเอง
- ให้เขาได้ลองทำหน้าที่ของคนอื่น
- ทำให้เด็กรู้สึกถึงภายในว่าเขาควรทำสิ่งนั้นไม่ใช่ต้องทำเพื่อจะได้รางวัล
- สร้างบรรยากาศรอบตัวให้ดี
ถ้าอยากเห็นหัวใจที่อยู่ภายในตัวเด็ก ผู้ใหญ่คงต้องทบทวนและเริ่มต้นลงมือทำเคล็ดลับต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า เด็กมีหัวใจที่จะคิดถึงคนอื่นไม่ได้มีแต่สมอง
แหล่งที่มา หนังสือ Health today
โดย พญ. พรรณพิมล วิปุลากร (จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น)
ขอบคุณ บันทึกดีดีนี้ ค่ะ
เรื่องจริงยิ่งมันยากแค่ไหนเราก็ต้องทำเพราะเราคือครู