สิ่งที่นักวิจัยช่วยแก้ไขปัญหาได้คือ การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อราโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา และการกำจัดหนอนโดยใช้เชื้อราบิวเวอเรียหรือเชื้อราเมตตาไรเซียม การใช้กาวเหนียวดักแมลงและกับดักผีเสื้อกลางคืน

          อาจารย์วีระ ภาคอุทัยหัวหน้าโครงการ การพัฒนาระบบการตัดสินใจและจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย จังหวัดแพร่ น่านและชัยภูมิ และอาจารย์ ดร.เยาวรัตน์ ศรีวรานันท์อาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้จัดประชุม “สรุปบทเรียนการพัฒนาระบบการตัดสินใจและการจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย: กรณีอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ” ให้แก่เกษตรกรที่ปลูกพริก จำนวน83 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน ณ องค์การส่วนบริหารตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวใหญ่ อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557 และเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 ได้จัดประชุม “สรุปบทเรียนการพัฒนาระบบการตัดสินใจและการจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย: กรณีอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน” ให้แก่เกษตรกรที่ปลูกพริก จำนวน 87 คน และเจ้าหน้าที่ 11 คน ณ ห้องประชุมบ้านอาฮาม ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีนายสนิท ปัญญาวงศ์ เกษตรอำเภอท่าวังผา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก คุณจิตตานันท์ กิจวรสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมเป็นวิทยากร และวางแผนการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มพริกปลอดภัยของแต่ละตำบล
          ในการจัดประชุม สรุปบทเรียนการพัฒนาระบบการตัดสินใจและการจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย: กรณีอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ นั้น ด้วยในปัจจุบันพบว่า พื้นที่ที่มีการปลูกพริกยอดสนของจังหวัดชัยภูมิลดลงเป็นจำนวนมาก จากพื้นที่ปลูกปีละ 25,000 ไร่ ลดเหลือเพียง 5,000 ไร่เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่น และเหตุผลที่เพาะปลูกพริกลดลง เกษตรกรให้เหตุผลว่า มีปัญหาเรื่องโรค การดูแลรักษายาก และภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่มีน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูก มีผลทำให้พริกสดออกสู่ตลาดน้อย และขณะเดียวกันก็ทำให้พริกแห้งยอดสนที่เป็นพริกเกรดสูงในตลาดกลับมีปริมาณลดลงอย่างมากด้วย เนื่องจากเกษตรกรขายพริกสดกันเกือบหมด เพราะพริกสดราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50-100 บาท ทำให้ราคาพริกแห้งที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 100 บาท กลับสูงขึ้นเป็น 150-180 บาท
          ในขณะที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกปลอดภัย ตำบลหนองบัวใหญ่ อำเภอจัตุรัส ก็ได้สรุปผลการดำเนินงานในรอบปีและเลือกคณะกรรมการชุดใหม่แทนชุดเดิมซึ่งหมดวาระ มีการแบ่งเงินปันผลให้แก่สมาชิกผู้ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 10 และสมาชิกมีการฝากเงินเพิ่มทำให้กลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น
           และในการจัดประชุม สรุปบทเรียนการพัฒนาระบบการตัดสินใจและการจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย: กรณีอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นั้น สืบเนื่องมาจากโครงการวิจัยฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพริกปลอดภัย การจัดการและการตลาดพริก และระบบการตัดสินใจการผลิตพริกปลอดภัยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกเพื่อให้เกษตรกรได้รับความรู้ในการจัดการการผลิตพริกที่ปลอดภัย และสามารถนำข้อมูลที่เผยแพร่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์พื้นที่ในด้านศักยภาพ เช่น ปริมาณน้ำฝน ภูมิอากาศ ลักษณะดิน ด้านชีวภาพ เช่น ระบบการทำการเกษตร ระบบการผลิตพริก ด้านเศรษฐกิจ และด้านการตลาด เช่น ราคาพริกที่เกษตรกรจะขายได้ มาช่วยในการวางแผนการผลิตพริกปลอดภัย ทำให้เกษตรกรมีการวางแผนในการผลิตพริกปลอดภัย ทำให้ผลผลิตที่ออกมาดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการปลูกพริกของอำเภอท่าวังผา คือ การปลูกพริกใหญ่พันธุ์พื้นเมือง เพื่อเข้าสู่โรงงานซอสพริก ที่มีระบบการปลูกเป็นการปลูกพริกหลังฤดูกาลทำนา โดยไม่ต้องไถเตรียมดินใหม่ ซึ่งหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว ทำการตัดตอชังข้าวให้ติดดิน ใช้ฟางคลุมพื้นนาให้สูงหรือหนาประมาณ 3-5 ซม. แล้วปล่อยน้ำเข้ากระทงนา เมื่อดินชุ่มน้ำพอที่จะปลูกพริกได้ก็ใช้แวก (ลักษณะคล้ายมีดแต่ปลายงอ) แหวกฟางข้าวและขุดหลุมลึกประมาณ 2-3 ซม. ห่างกันประมาณ 20-25 ซม. นำกล้าพริกที่เตรียมไว้ลงหลุมปลูก ซึ่งเป็นการปลูกชิดกันมาก โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่า เพื่อไม่ให้ต้นพริกล้ม ข้อดีของการปลูกวิธีนี้ คือ ต้นทุนต่ำเพราะไม่ได้ไถเตรียมดินใหม่ ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่มีการเผาตอชัง แต่ข้อเสีย คือ ปัญหาเรื่องโรคที่เกิดจากเชื้อรามีมาก และมีหนอนมาก ทำให้ช่วงการเก็บเกี่ยวลดน้อยลงเหลือประมาณ 1-2 เดือน แทนที่จะเป็น 2-3 เดือน ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ
          อาจารย์วีระ ภาคอุทัย กล่าวว่า “สิ่งที่โครงการฯ ช่วยแก้ไขปัญหาได้ก็คือ การป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา และการกำจัดหนอนโดยใช้เชื้อราบิวเวอเรีย หรือเชื้อราเมตตาไรเซียม ที่ขยายแล้วโรยบนแปลงนาก่อนคลุมด้วยฟาง การใช้กาวเหนียวดักแมลง กับดักผีเสื้อกลางคืน เพื่อตัดวงจรของหนอน และการตัดแต่งกิ่งแขนงพริกใต้ง่ามแรกการปลูกพริกให้ห่างกันมากขึ้น ทำให้ปัญหาเรื่องโรคและแมลงน้อยลง การวางแผนการจัดการ การป้องกันโรคและแมลงร่วมกับเกษตรกรที่ปลูกพริกใกล้กันหรือติดกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและแมลง โดยจะมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงในครั้งต่อไป”

           อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ข้อมูลข่าว/ภาพ
           กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่