ผู้ชี้ขุมทรัพย์ (2-156)

จริงแฮะ เรานี่เชยยังไง ก็เชยอย่างนั้น ไม่พัฒนาการแต่งตัวเลย และไม่มีมาด ท่าทางแหยๆ แถมไม่เคยแสดงสติปัญญาอะไรให้ใครเห็น ทั้งที่อุตส่าห์ไปเรียนจนจบดอกเตอร์มา ... แหม ทำไงได้ คนมันเชยๆ นี่นา เออนะ จริงๆๆๆ ด้วยซี...

 

       ช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 เพิ่งกลับไปทำงาน หลังลาเรียน 4 ปี 5 เดือน กลับไปช่วงเดือนแรก รู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยคุ้นเคย เพราะไม่ได้อยู่ในสังคมของการทำงานกว่า 4 ปี  เป็นธรรมดาของการทำงาน ที่ต้องมีผู้ร่วมงาน ก็ทั้งกลุ่มเดียวกัน สำนักฯ เดียวกัน คนละกลุ่ม คนละสำนักฯ เรียกว่ามีความสนิทสนมมากน้อยต่างระดับกันไป

           วันหนึ่งขณะอยู่ในห้องน้ำสำนักงานฯ ซึ่งมีอยู่ 2 ห้อง และมีคนอยู่ทั้งสองห้อง หนึ่งในห้องที่มีคนอยู่คือผู้เขียน ได้ยินเสียงคุยของสองสาว

  : อ้าว รอก่อนๆ ยังไม่ว่าง (ห้องน้ำยังไม่ว่าง)

          เสียงคุยสัพเพเหระ กำลังจะออกจากห้องน้ำ ก็ได้ยินประโยคว่า

 ข : .... นั่นสิ กลับมาเป็นดอกเตอร์แล้วไงล่ะ ก็ไม่เห็นเก่งอะไร เชยๆ ไม่มีมาดเหมือนเดิมแหละ

          ผู้เขียนชะงักไปหน่อย เขาว่าใครก็ไม่รู้...

 ก : เออเนอะ ก็เป็นงี้แหละ ตั้งแต่อยู่ภูมิปัญญาแล้วอ่ะ ฯลฯ....

          อ้าว...จบดอกเตอร์มา เคยทำงานภูมิปัญญา ... สงสัยว่าเราล่ะสิ... นับหนึ่งถึงสิบหนึ่งรอบ นี่ถูกนินทาชนิดที่เรียกว่า “เผาขน” เชียวนะ หายใจลึกๆ ก่อนเปิดประตูห้องน้ำออกมา

 ก+ข :  อ้าวววววว…. เสียงร้องพร้อมกันทั้งสองคน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

           เพื่อไม่ให้ทั้งคู่อึดอัดใจ จึงยิ้มให้ทั้งสองคน แต่ไม่มีใครสบตาผู้เขียนเลย... ก้มหัวให้นิดหนึ่ง เดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือ พลางยิ้มให้ทั้งคู่อีกครั้ง ได้ยินเสียงพูดถามอะไรสักสองสามคำ ก็ตอบไปตามมรรยาท และขอตัวออกมาจากบริเวณนั้น ยังรู้สึกไม่ชอบใจนัก ไม่มีอะไรทำกันหรือ นินทาคนอื่นอยู่ได้ พอได้สติก็บอกตัวเองว่า

 

           "ขอบคุณๆๆๆ ผู้ชี้ขุมทรัพย์"

 

 

           กลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน คิดย้อนเหตุการณ์และคำพูดเหล่านั้นสักพัก...

           อืม...จริงแฮะ เรานี่เชยยังไง ก็เชยอย่างนั้น ไม่พัฒนาการแต่งตัวเลย และไม่มีมาด ท่าทางแหยๆ แถมไม่เคยแสดงสติปัญญาอะไรให้ใครเห็น ทั้งที่อุตส่าห์ไปเรียนจนจบดอกเตอร์มา ... แหม ทำไงได้ คนมันเชยๆ นี่นา เออนะ จริงๆๆๆ ด้วยซี...พยักหน้าอมยิ้มแก้มตุ่ยกับตัวเอง 

           เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนคิดว่าต้องปรับปรุงความเชยในการแต่งตัวของตัวเอง และพยายามทำงานให้มากขึ้น (โดยไม่ต้องแสดงความเก่ง อวดศักดากับใครก็แล้วกัน)  จะได้คุ้มกับที่หลวงอุตส่าห์ส่งให้ไปเรียน และที่สำคัญคือได้บทเรียนว่า...

 

          “อย่านินทาใครในห้องน้ำ มันไม่ดี...”

                                 (◠‿◠✿)•♥✿

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อจิตวิญญาณ



ความเห็น (13)

ธรรมชาติของแต่ละคนแตกต่างกันไป

แต่นี่คือแบบฉบับของตัวเอง

..

ไม่เชย ไม่เปิ่น เพราะขุมทรัพทย์นี้...อยู่ที่ตัวเรา ...

..

แฟนพันธุ์แท้

แสงแห่งความดี

เขียนเมื่อ 

คนเก่งมักไม่พูด คนพูดมักไม่เก่ง เป็นกำลังใจให้นะคะ

เขียนเมื่อ 

“อย่านินทาใครในห้องน้ำ มันไม่ดี...”

(◠‿◠✿)•♥✿

คิดถึงละครเรื่องสามีตีตรา ที่ตัวร้ายใช้กลอุบายนี้ในห้องน้ำคือแอบทำเสียงคุยโทรศัพท์ให้คนในห้องน้ำรวมได้ยิน คิดถึงได้ไงไม่รู้ ฮ่าๆ

ชีวิตจริงมีเช่นกัน ไม่น่าเชื่อเลย..

เขียนเมื่อ 

อีกเรื่องค่ะ เป็นคนเชย ๆ เช่นกันกับน้องโหลค่ะ

เขียนเมื่อ 

หุ หุ ^_,^

ขอบคุณค่ะคุณ แสงแห่งความดี...

แฟนพันธุ์แท้ ย่อมเข้าใจกันค่ะ

และเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะว่า แต่คนละมีสไตล์ ความชอบ ไม่ชอบ รสนิยมเป็นของตัวเอง...

ก็เลยยังเชยๆ โก๊ะๆ อยู่อย่างนี้ล่ะค่ะ ;)

สวัสดีค่ะคุณ tuknarak

ส่วนตัวแล้ว หลายครั้งที่ไม่รู้และไม่พูด ถือคำว่า "ความเงียบเป็นอาภรณ์ของคนโง่" น่ะค่

และบางทีก็เผลอพูดเพราะคิดว่าตัวเองรู้แล้ว แต่... มันผิดค่ะ

ขอบคุณค่ะ ;)

สวัสดีค่ะพี่หมอ ภูสุภา

เรื่องสามีตีตรา นี่ดังมาก แต่น้องสารภาพว่า...ไม่ได้ดู แต่ได้ฟังคนวิจารณ์และเล่ากันทุกวัน คล้ายได้ดูเองเลยค่ะ

เรื่องนี้นำมาเล่าเพราะลูกยุจากพี่ที่สนิทกันท่านหนึ่งใน FB มีคนส่งข้อความให้พี่เขาว่า ยัยคนนี้ ไม่ดีจริงหรอก อย่าไปยุ่งด้วย.... เขานึกว่าพี่คนนี้มาชอบพอกับน้อง ทั้งที่ความจริงแล้ว เราสนิทกันมากกว่านั้นคือเป็น "กัลยาณมิตร" กันค่ะ

เล่าเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า การนินทา กล่าวติเตียนคนอื่นลับหลังโดยไม่รู้จริงนั้น ไม่ดี ผลเสียอยู่กับตัวเองมากกว่าค่ะ... เพราะหากคนถูกนินทานั้นไม่เดือดร้อน ตัวเองก็ทุกข์เอง และนิสัยขี้นินทานั้นคล้ายโรคติดต่อ ที่น้องรำคาญมาก เพราะไม่กล้าหาญเลยค่ะ

ข้อสุดท้าย...ถึงเราจะโก๊ะ แต่มั่นใจในตัวเองค่ะ (แบบโก๊ะๆ นี่แหละ) คิดเองเออเองว่า เราน่าจะมีดีที่เขาไม่มี (เรื่องใดเรื่องหนึ่ง) เขาจึงได้อิจฉาเราค่ะ :)

ขอบคุณ ทพญ.ธิรัมภา ค่ะ
:)

ขอบคุณพี่ kanchana muangyai ค่ะ

ขอบคุณมากๆครับสำหรับบันทึกข้อคิดชีวิตที่ดีๆครับผม

ยินดีและขอบคุณที่แวะมาทักทายเช่นกันค่ะ ;)