ช่วงวันหยุดสงกราณต์ปีนี้ ผมมีโอกาศที่ได้ไปดูงานและเที่ยวที่ประเทศเกาหลี งบประมาณของบริษัทฯครับ ไม่สามารถจะเป็นงบส่วนตัวได้เพราะเป็นช่วงกลางเดือน และเงินเดือนก็หมดไปตั้งแต่ต้นเดือนแล้วล่ะ ก็ถือซ๊ะว่าหนีร้อนช่วงนี้ไปหาอากาศเย็นสบายๆ หายใจ
ก็เป็นครั้งแรกครับที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เป็นครั้งที่สองที่ได้เดินทางด้วยเครื่องบินไปต่างประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ผมไปทำงานที่ไต้หวันบรรยากาศแตกต่างกันกับการไปดูงานและท่องเที่ยวในครั้งนี้อย่างสิ้นเชิงเลยครับ
สัมผัสแรกที่เกาหลีคือสนามบินอินชอนครับ สนามบินระดับห้าดาว รู้สึกได้ว่าไม่อึดอัดและปลอดภัยเมื่อเทียบกับสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเรา ทราบมาว่าสนามบินอินชอนได้รับรางวัลดีเด่นด้านการบริการระดับโลกถึง 6 ปีซ้อน ตั้งอยู่บนเกาะนะครับ ชื่อเกาะยางจอง จะเข้าสู่เมืองอินชอนต้องนั่งรถข้ามสะพานที่ยาวถึง 40 กิโลเมตร ที่สร้างข้ามทะเลเลยล่ะ เสียดายที่ผมมองทัศนียภาพไม่ชัดเจนเนื่องจากหมอกยามเช้าจึงขอพักสายตา
นั่งมาบนรถฟังไกด์สาวที่ชื่อน้องเล่าบรรยายไปเรื่อยๆตามหน้าที่ของเธอ ช่วงหนึ่งเธอเล่าถึงทัวร์จากประเทศไทยที่มาเที่ยวราว 30 คน แต่เหลือนักท่องเที่ยวจริงๆเพียงแค่ 6 คน ที่หายไปส่วนใหญ่หลบหนีไปหางานทำ อีกส่วนหนึ่งไม่ผ่าน ตม. เพราะติด Blacklist เธอบอกติดตลกว่า "ทัวร์นี้คงจะอยู่กันครบนะค่ะ"
พวกเราไปดูงานการผลิตเรซิ่นสังเคราะห์ ก็พอเป็นวิทยาทานให้นำมาสร้างความเปลี่ยนแนวคิดอยู่บ้าง โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ที่เป็นประโยชน์ คงอาจเป็นเพราะพื้นที่เค้ามีจำกัดก็น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่ง น่าเสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้ ดูงานประมาณชั่วโมงเองครับ จากนั้นก็เที่ยวกันตามโปรแกรม
ไม่เคยจะเดินมากมายขนาดนี้เลยผม เหนื่อยมากถึงมี่พักสามทุ่ม หลังจากหมดโซจู 1 ขวดก็หลับเป็นตายครับ
ห้องน้ำที่เกาหลีเข้าใจว่าสะอาดกว่าที่จีนครับ แต่ไม่สะดวกเท่าบ้านเรา เพราะปั้มน้ำมันหายาก และไม่หรูหราเหมือนบ้านเรา เข้าที่ก็ต้องร้านอาหารหรือในห้าง ผมมีถ่ายรูปห้องน้ำบนเขาซึ่งเป็นที่ปิกนิคของคนเกาหลีมาให้ดู เข้าใจว่าน่าจะประมาณจีน สังเกตุว่าไม่มีถังเกรอะนะครับ เหม็นมาก