"ถ้าผมไม่ได้ดูวีดิทัศน์ในวันนั้น ผมคงไม่มีความสุขที่ได้รับจากแม่ในทุกวันนี้"

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ใกล้ครบรอบ ๑๐ ปีเต็ม
สำหรับการเป็น "ครู"

"ครู" ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่เคยคิดจะเป็น
ผมไม่เคยไปสอบบรรจุเป็น "ครู" แม้แต่ครั้งเดียว

ร่ำเรียนมาในสายเทคนิคการสอน
ไม่ใช่สายการสอน (สาระการเรียนรู้ของเด็กทั้งหมด)

ปี ๒๕๔๗ ... เริ่มต้นการเป็น "ครู"
ปี ๒๕๕๗ ... ครบรอบ ๑๐ ปีสำหรับการเป็น "ครู"

ไม่เคยรู้หรอกว่า "ครู" เค้าต้องสอนเด็กอย่างไร
ให้เข้าใจ ให้รู้เรื่อง

รู้อย่างเดียว คือ ตอนเป็นเด็กเจอครูที่สอนเราไม่รู้เรื่อง
และเราก็ไม่อยากเป็น "ครู" แบบนั้น

กระบวนการสอนหล่อหลอมตัวเองมาเรื่อย ๆ
สอนจากสิ่งที่ยากที่สุดให้ง่ายที่สุด
คือสิ่งที่จะทำเสมอ

ให้ความสำคัญกับการสอดแทรกคุณค่าความเป็นคน
มากกว่าเนื้อหาที่วางกรอบโดยหลักสูตร

ดังนั้น เอกสารที่สามารถวัดหรือประเมินคุณค่าความเป็นคน
ของเด็กได้ คือ แบบวิเคราะห์ หรือ ข้อสอบอัตนัย
ที่แทรกคำถามเข้าไปเสมอ

และคำถามเหล่านั้นที่ผมเลือกที่จะเก็บมันไว้
เผื่อไว้สักวันหนึ่ง ผมจะหาคำตอบอะไรบางอย่าง
จากสิ่งที่ผมทำได้เวลาสอนหนังสือ

และคำตอบนี้จะตอบออกไปยังสังคมรอบข้างได้

ตอนนี้ผมรู้อยู่คนเดียวว่า มันดีจริงไหม
และกัลยาณมิตรที่ติดตามงานเขียนผม
ก็จะทราบเช่นกันว่า ผลดีหรือไม่ดี

 

ข้อสอบอัตนัยชุดหนึ่งเก่าเก็บ
สอบเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒

ผมใช้เวลาว่างในช่วงนี้ทำการเก็บข้อสอบ
และคำตอบของเด็กที่ผมเคยสอบเขาเอาไว้

ฝุ่นจับเขอะ เวลาแยกส่วนที่เก็บไว้
ต้องใช้ Mask ปิดจมูกไว้ด้วยตลอด
ไม่งั้นเดี๋ยวภูมิแพ้เล่นงานแย่

 

จับคำตอบของเด็กคนหนึ่งขึ้นมาอ่าน
เหตุผล คือ ผมให้คะแนนไว้เต็ม ๑๐ คะแนนเลย

แถมยังเป็น ๑๐+ (สิบบวก) ด้วย
มีบวกสำหรับผม คือ มีความประทับใจส่วนตัวมาก ๆ

ผมจึงได้นำขึ้นมาอ่านอีกครั้งหนึ่ง

 

นักศึกษาคนนี้เอกคอมพิวเตอร์ศึกษา รหัส ๕๐
แต่เล่นดนตรีเพื่อหาเลี้ยงตัวเองเรียน

 

 

คำถาม

 

จากการชมวีดิทัศน์การสัมภาษณ์ "คุณหมอพงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา" นั้น
ทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสทบทวนชีวิตที่ผ่านมาในอดีต การใช้ชีวิตในปัจจุบัน
และจุดมุ่งหมายของชีวิตตัวเองในอนาคตอย่างไรบ้าง

จงเขียนบรรยายความรู้สึกที่แท้จริงออกมาจากใจ (๑๐ คะแนน)

 

 

คำตอบ

 

ผมดูแล้ว ผมอยากร้องไห้มาก แต่ก็บวกกับความอดทนของผมที่มีอยู่ว่า
เราจะกลับตัวกลับใจให้เป็นคนดีได้ มันขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งหมด

คุณหมอจะเน้นให้ลูกทุกคนมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ให้รักตัวเองและพ่อแม่
คำว่า "พ่อแม่" นั้น รวมไปถึงครู-อาจารย์ที่ท่านได้อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เด็ก
เราควรกลับไปทบทวนดูว่า สิ่งที่เราทำมานั้นมีอะไรบ้าง
จะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหนไม่ว่ากัน

จากที่ผมได้ทำในแบบทดสอบของอาจารย์ ผมเขียนว่า ผมเป็นนักดนตรี
เรียนไม่เก่ง แต่เก่งดนตรี ไม่ค่อยมีเวลาให้พ่อแม่ และชีวิตผมตอนนี้ไม่มีพ่อแล้ว
พ่อจากผมไปตั้งแต่อายุ ๒ ขวบ ผมจำได้ดี ผมไม่ค่อยมีเวลาให้แม่
เพราะออกงานดนตรีกลางคืน ออกบ้านตอน ๔ โมง แม่ยังไม่กลับจากงาน
กว่าผมจะกลับถึงบ้านก็ตี ๑ ตี ๒ ตื่นก็สาย แม่ออกไปทำงานเช้า
เลยไม่ค่อยเจอกัน เป็นธรรมดาของนักดนตรีที่ตื่นสาย

หลังจากวันนั้นที่ผมดูวีดิทัศน์เป็นวันพฤหัส วันศุกร์ผมไม่มีเรียน
ผมกลับบ้านไปกราบแม่ในเย็นวันพฤหัสวันนั้นเลย
ก็ไม่คิดไม่ฝันว่า แม่จะน้ำตาไหล แม่คงหวังในตัวผมมาก
ภายในอาทิตย์นั้น ผมไม่รับงานดนตรีเลย ผมจะอยู่บ้านกับแม่
บังเอิญวันนั้น ผมเก็บเงินได้ ๘,๐๐๐ บาท ให้แม่ไป ๖,๐๐๐ บาท
เพื่อทำรั้วข้างบ้าน เราสองคนแม่ลูกช่วยกันทำความสะอาดบริเวณบ้าน
ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข เพราะได้อยู่ใกล้แม่

สรุป คือ ถ้าผมไม่ได้ดูวีดิทัศน์นั้นจากคุณหมอพงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา
ผมคงไม่มีความสุขที่ได้รับจากแม่ในทุกวันนี้

ขอบคุณอาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างมากครับ ที่ทำให้ผมมีความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น

ขอบคุณครับ

 

 

 

เคยมีคนบอกผมว่า เวลาที่เด็กเขาเขียนออกมานั้น
เขาแค่อยากได้คะแนนเท่านั้น โกหกพกลมไปบ้าง
ให้ดูดีไว้ก่อน เพื่อจะได้คะแนนสอบเยอะ ๆ

แต่ ...

คำตอบข้างต้นที่ได้อ่านไปนั้น
พอจะบอกได้ไหมว่า เด็กคนนี้เขาทำเพื่อคะแนนเท่านั้น ???

 

ทุกคนมีหัวใจ มีความรู้สึกภายในทั้งนั้น
อยู่ที่ว่า เราจะสามารถดึงสิ่งลึก ๆ เขาออกมาได้แค่ไหน
และดึงออกมาก็ไม่ใช่ให้ "ครู" อย่างเราเป็นคนแก้ไข
แต่ตัวเขาเองต่างหากเป็นคนทำมันเอง

 

ผมคิดถึงแค่การวางพื้นฐานความรู้สึกนึกคิด
ไม่ได้คิดมากไปว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในทันที

ชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์
ไม่ว่าจะดีหรือเลวเพียงไหน

ตัวเขาเองต่างหากคือที่จะต้องผ่านมันไปให้ได้

เราเพียงแค่เป็นแสงสว่างเล็ก ๆ เท่านั้น

 

ไม่สอนแบบนี้ก็ยากที่จะมีคนเชื่อและศรัทธา

เพราะผมไม่ได้เป็นครูที่บ้าเนื้อหามากกว่าความเป็นคน

 

ผมเป็นเช่นนี้มานานแล้ว สงสัยจะเปลี่ยนยาก

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ



ความเห็น (18)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมและยินดีด้วยครับอาจารย์

เขียนเมื่อ 

...ประทับใจในความเป็นครูของอาจารย์ ...ที่ถ่ายทอด...จิตสำนึกที่ดีงามไปถึงลูกศิษย์นะคะ

เขียนเมื่อ 

คำว่า ครู มีค่ามีความหมายกว่าคำว่า อาจารย์มากครับ วันนี้และต่อไป ผมขอเรียกว่า ครูวัต นะครับ

ขอบคุณที่ ครู ได้ถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ให้กับนักเรียน และให้กับผมและคนอื่น ๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ ท่าน ประธาน ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ ดร. พจนา แย้มนัยนา ;)...

เขียนเมื่อ 

ยินดีและขอบคุณมากครับ คุณ nobita ;)...

เขียนเมื่อ 

ครูเป็นคนต้นแบบของลูกศิษย์

ครูที่เป็นครูตัวเป็น ๆ ครูจากวิดิโอ ครูจากเรื่องที่ครูหยิบยกมากล่าวเล่าขานถึงให้ลูกศิษย์ฟัง..

ขอบคุณบันทึกดี ๆ นี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

คุณครูพ่อพิมพ์ตัวอย่าง ชื่นชมด้วยคนค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ พี่หมอเล็ก ภูสุภา ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ พี่ กุหลาบ มัทนา ;)...

เขียนเมื่อ 

เคยเป็นครูเอกชน 10 กว่าปี ลาออกเรียนต่อทำงานด้วย และพบว่าดิฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ อาชีพครูสุขใจที่สุดแล้วค่ะอาจารย์

เขียนเมื่อ 

น้ำตาซึมด้วยเลยนะคะ คุณครูสร้างแรงบันดาลใจให้น้องคิดได้เอง .... เยี่ยมมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

เช่นนั้นครับ คุณครู tuknarak ;)...

ขอบคุณมากครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ คุณหมอธิ ทพญ.ธิรัมภา ;)...

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วประทับใจ

ข้อสอบอัตนัย

วัดอะไรได้มากกว่าที่คิดครับ

เขียนเมื่อ 

คล้าย ๆ สโลแกนการเข้าเป็นทหารนะครับนั่น อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง 555

เขียนเมื่อ 

เท่าที่เป็นอยู่ ก็สอนชีวิต ได้อย่างเยี่ยมยุทธ แล้วนะครับ

เขียนเมื่อ 

ยินดีและขอบคุณมากครับ คุณ แผ่นดิน ;)...