เย็นวันหนึ่งผมไปรับลูกชายคนโตกลับจากโรงเรียน ก็ถามไถ่กันตามธรรมดาว่า วันนี้มีการบ้านอะไรไม๊

ลูกบอกว่า มีภาษาไทยพ่อ น่าเบื่อมาก

...ทำไมถึงเบื่อล่ะ

...ก็เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ ไม่รู้คุณครูจะให้เรียนไปหาอะไร

ชักไม่ค่อยดีแฮะ วันนี้ชักแรง

แต่ผมเคยตกลงกับลูกว่า มีอะไรคุยกับพ่อได้ ถ้าลูกมีเหตุผลดีพอ พ่อยินดีฟังและ(อาจ)ทำตาม

 

อะไรมั่งล่ะที่ลูกว่าไม่ได้ใช้

อย่างเช่น ราชาศัพท์

พ่อเคยได้เจอในหลวงมั่งไม๊

ได้เจอสิ ตอนรับพระราชทานปริญญาบัตรไง พ่อภูมิใจมากเลยนะ

แล้วได้คุยกับท่านไม๊

ไม่ได้คุยหรอก ตอนนั้นพ่อต้องเดินตามก้าวที่ฝึกซ้อมไว้

กับตั้งสมาธิต้องทำท่า"เอางาน"ตอนรับพระราชทานปริญญาจากท่าน

สรุปว่าไม่ได้คุย

ใช่สิ

แล้วเคยได้พบท่านใกล้ๆอีกไม๊

ไม่เคยเลย มีแต่ชื่นชมพระบารมีห่างๆ

แล้วพ่อได้ใช้ราชาศัพท์ตอนไหนมั่งในชีวิตประจำวัน

เออ จริงแฮะ

 

แต่เรื่องอื่นก็ใช้น่าลูก...ผมยังไม่ละความพยายาม

เอาเรื่องคำเป็น คำตายก็ได้ พ่อว่ามันมีประโยชน์ยังไง

ก็ใช้ในการเลือกคำ ไว้แต่งกาพย์กลอนไง...ผมนึกคำตอบได้ด้วย ตอนนั้นคิดว่า เราก็เก่งนะ

หลังพ่อเรียนจบม.ปลายแล้ว พ่อเคยแต่งกลอนสักครั้งไม๊

ไม่เคยหรอก พ่อไม่ถนัด...เอาแล้วไง ผมเริ่มแก้ตัว

ผมก็ไม่ถนัด และไม่คิดจะทำด้วย ถ้าคุณครูไม่สั่งการบ้าน

อย่าว่าแต่แต่งเลย ทั้งๆที่พ่อชอบอ่านหนังสือมาก ผมยังไม่เห็นพ่ออ่านโคลงกลอนอะไรนี่สักนิด

อืมม ก็จริงนะ แต่เราก็ต้องเรียนนี่ลูก อย่างน้อยก็เอาไว้ทำข้อสอบ...ผมชักหมดมุข

ก็นั่นสิพ่อ ไอ้ที่เรียนๆเนี่ย ไม่ได้ใช้เลยสักอย่าง แล้วจะให้ผมอยากเรียนไปได้ยังไง

 

โชคดีมาก ถึงบ้านแล้ว ไม่ต้องเถียงกับลูกชั่วคราว

สุดท้ายลูกก็ก้มหน้าก้มตา ทำการบ้านภาษาไทยแต่โดยดี

ถึงผมไม่สามารถให้เหตุผลดีกว่าลูกได้ แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่เค้าคิดเองเป็น

และดีใจที่ทำตามที่รับปากลูกไว้ได้...ถ้าลูกมีเหตุผล บอกพ่อได้ทุกเรื่อง พ่อยินดีฟัง

 

(ยังมีศึกภาษาไทยอีกหลายยก ค่อยมาต่อวันหลังแล้วกันครับ)