"หนูชอบทำกับข้าวมากนะ หนูเคยไปสมัครล้างจานในร้าน ขอเขาอย่างเดียวคือ ขอสูตรทำหมั่นโถวเท่านั้น” ... “หนูดูบ่อยๆ... แล้วดู ความน่าจะเป็น”

วันนี้ ผู้เขียนนึกเฮี้ยน... หมั่นไส้คนที่บ้าน ที่ลูกสาวเล็กให้ไปรับ แต่กลับหลุดปากมาว่า “อะไรกันนักกันหนา” ประโยคนี้เลยมีงอนทั้งแม่และลูก ผู้เขียนเลยใช้สองขาที่มีออกเดินไปป้ายรถเมล์ให้หายหงุดหงิดซะงั้น หวังว่าจะนั่งรถเมล์ไปรับลูกเองก็ได้ (ดูว่าอวดเก่ง... เหมือนเดิม) ก็เลยมีโอกาสได้แวะทักทายแม่ค้าขายผักริมถนน ที่น่าจะเป็นเจ้าเดียวที่มีมาวางขายตอนเย็นๆ แถวบ้านผู้เขียนซึ่งไกลตลาดสด

เธอมีผักขายไม่มาก และไม่แพง ด้วยเหตุผลที่ว่า “สงสารเด็กนักเรียนสาธารณสุขที่อยู่หอ เขาทำกินกันนิดๆ หน่อยๆ เด็กมีเงินไม่มาก”

เธอมีผักแบ่งขาย กำละ 5 บาท 10 บาท แล้วแต่ชนิด กระเทียมถุงละ 5 บาทก็มี ผู้เขียนประทับใจเธอ มีโอกาสก็จะแวะซื้อบ้าง บางครั้งซื้อต้นหอมไปใส่ไข่เจียว บอกเธอว่าเอานิดเดียว สองสามต้นก็พอ เธอก็ไม่ยอม ที่เหลือก็ต้องปล่อยเน่า

วันนี้เย็นมากแล้ว รอรถสองแถวเข้าเมืองนานมาก ระหว่างนั้นเลยได้มีโอกาสคุยกับเธอหลายเรื่อง

“หนูมีลูกสาวคนเดียว อายุ 10 ขวบ คนเดียวพอแล้ว หมดวัยเลี้ยงลูกเล็กๆ แล้ว กลางวันหนูทำกับข้าวขาย ต้องซื้อผักมาทำกับข้าวขายอยู่แล้ว เย็นๆ เลยเอาผักที่เหลือมาแบ่งขายตอนเย็นด้วยเลย”

“ลูกค้าบางคนเป็นขาประจำ ใจดีเหมือนพี่นี่แหละ” ยอเราซะงั้น ปากเป็นเอกจริงๆ

“แต่บางคนต่อราคา แล้วก็ต่อว่าด้วยนะ ยิ่งคนที่เป็นแม่ค้า ซื้อไปทำกับข้าวขาย”

“เขาต้องลงทุนไง เลยต้องประหยัด” ผู้เขียนว่า

“รู้... รู้... โห แต่ผักตอนนั้นมันถูก ต่อมามันแพง...”

แล้วเธอก็ร่ายยาวบุคลิกลักษณะของลูกค้าหลายๆ ประเภท

“เห็นชะอมแล้วอยากกินน้ำพริกกะปิ ทำมาขายบ้างซี่ พี่จะซื้อชะอมไปชุบไข่ทอด”ผู้เขียนว่า

“พี่จะทานจริงป่าว... เอาวันไหน หนูจะทำมา”

“ฮาๆๆ... เดี๋ยวๆ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวเหมือนวันนั้นหรอก”

วันนั้นที่ว่าคือ ผู้เขียนเคยออกมาซื้อแตงกวาไปฝากนกหัวจุก แตงลูกเล็กไม่ค่อยมีเม็ดให้นกกิน เธอเลยอาสาจะเอามาให้ฟรีๆ ในเย็นวันรุ่งขึ้น แต่ผู้เขียนผิดนัด เธอบอกว่าก็ยังเก็บไว้ให้อีกสองสามวัน สุดท้ายเลยให้คนงานเอาไปให้ไก่

“... ยังไง ก็ยังได้เอาให้เขาอยู่นะ” เธอยิ้ม

ผู้เขียนละซึ้งน้ำใจ คราวนี้กลัวเธอทำมาฟรีอีก เลยต้องเบรก

“หนูอยากทำไข่พะโล้ขาย”

“ก็ทำซี่ พี่จะได้อุดหนุน... ท่าจะขายดี”

“ถ้าหนูทำ ไม่มีเหลือหรอก เพราะหนูทำกับข้าวทีไร หมดเร็วทุกที เครื่องปรุงหนูใส่เต็มที่”

แล้วเธอก็เล่าให้ฟังว่า แม่เธอทำกับข้าวเก่ง แต่ไม่เคยสอนเธอ เธอมีพรสวรรค์ สังเกตและจำเอาเอง

“หนูชอบทำกับข้าวมากนะ หนูเคยไปสมัครล้างจานในร้าน ขอเขาอย่างเดียวคือ ขอสูตรทำหมั่นโถวเท่านั้น”

“หนูดูบ่อยๆ... แล้วดู ความน่าจะเป็น”

ผู้เขียนอึ้ง... เธอใช้คำว่า “ความน่าจะเป็น” เลยถามเธอไปว่า “ไอ้ความน่าจะเป็นของน้องนี่ หมายความว่าไงเหรอ”

“โอ พี่... ก็สังเกตเอาซี่ ดูบ่อยๆๆๆ  สังเกตสีสัน หน้าตาของอาหาร มันน่าจะเป็นแบบนี้หรือใกล้เคียง มันน่าจะเป็นอย่างที่เราต้องการ” 

แล้วเธอก็บรรยายลักษณะอาหาร การปรุง ด้วยความภาคภูมิใจ จนผู้เขียนไม่กล้าถามต่อว่า สังเกตกี่ครั้ง กลัวเธอตอบว่า ตลอดชีวิตที่อยู่กับแม่

ผู้เขียนฟังเพลินจนรถเมล์เลยไปจอดทางเลี้ยวแล้วบีบแตรเรียก

เสร็จธุระ ต้องเดินกลับ เพราะรถเมล์หมด ได้เหงื่อเลยแหละ ขากลับเลยแวะซื้อมะนาวที่เธอขาย 3 ลูก 10 บาท ซื้อมา 20 บาท ให้เธอหยิบให้

“หนูหยิบให้เองเลย มะนาวแป้นนะเนี่ย หนูให้ 7 ลูกยี่สิบ” ผู้เขียนกล่าวขอบคุณ แล้วส่งปาท่องโก๋ที่ติดมือมาฝากเธอ 1 ถุง 

ผู้เขียนไม่กล้าให้ปาท่องโก๋เธอก่อนซื้อมะนาว เพราะกลัวเธอจะไม่รับเงิน

“ขอบคุณค่ะ พี่ซื้อมาให้หนูทำไม”

“...ก็เราเป็นเพื่อนกันไง...”

 7 เมษายน 2557

...

มีอีกประโยคเด็ด ที่ผู้เขียนประทับใจ และเมื่อวานนี้ยังไม่ได้เล่า เมื่อเธออยากได้สูตรทำอาหาร

"...ถ้าเราอยากรู้อะไร เราต้องบอกเขาว่าเราไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลย... แล้วเขาจะบอกเราหมด..."

8 เมษายน 2557