ผมนั่งพิมพ์บันทึกนี้ตอนเวลาประมาณตีสามของวันที่ 4 เมษายน 2547

ด้วยความรู้สึกว่า ตัวผมเองช่างใช้เวลาได้ไร้สาระมาก

 

วันๆทำงานด้วยความเบื่อหน่าย แม้งานจะไม่เสีย แต่เหมือนผมไปเล่นละครให้ผู้รับบริการและเพื่อนร่วมงานดู

ภาพพจน์เหมือนเจ้าหน้าที่ใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจให้บริการ

ทั้งๆที่ในใจเบื่อมาก อยากจะไปทำอย่างอื่น

 

แต่ผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ เกิดมาก็รู้วิชาหากินอยู่อย่างเดียว อายุก็ 40 กว่าแล้ว

งานอื่นคงจะมีปัญญาทำได้ ไปสมัครก็คงพอมีคนรับ หรือขายบะหมี่เกี๊ยวก็น่าจะไหว ผมว่าน่าสนุกนะ

พอคิดถึงว่า แล้วลูกกับเมียจะเอาอะไรกินล่ะ ค่าผ่อนบ้าน คอนโด. รถคันที่สอง ค่าเรียนพิเศษลูก ค่าใช้จ่ายในบ้าน ฯลฯ

ไม่นับว่าพ่อแม่ ลูกเมีย จะอายเค้าไม๊...ถ้าผมเปลี่ยนอาชีพจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นพ่อค้าขายบะหมี่

จริงอยู่ครับ มันเป็นอาชีพสุจริต แต่...ผมก็ยังไม่เห็นเพื่อนร่วมอาชีพ ปล่อยวางได้ขนาดนั้นมาก่อน

 

ช่างมันเถอะ บางทีการแก้ปัญหามันก็ต้องใช้เวลาบ้าง

และใครๆก็มีปัญหาส่วนตัว และปัญหาการทำงานทุกคนนั่นแหละ

ผมจึงอยากพักปัญหาที่คิดไม่ออก มาหาความสุข ความสบายใจบ้าง

 

ไม่รู้ผมอ่านเจอจากที่ไหนว่า การเขียนบันทึกเรื่องราวด้านดีๆของชีวิตช่วยให้เราสบายใจขึ้นได้

หา blog ที่จะเขียนหลายที่ แต่มาลงตัวที่ GotoKnow เพราะชอบท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช(ไม่รู้จะเกี่ยวกันรึเปล่า?)

ถึงแม้ที่นี่จะบังคับให้ผมต้องพิมพ์ข้อมูลตัวตนที่แท้จริงก็เถอะ ผมอยากแอบๆหรือปกปิดมั่งนี่นา

แต่ก็ตัดสินใจยอม เอาน่า แสดงความจริงใจและรับผิดชอบบันทึกของตัวเองหน่อยจะเป็นไรไป

 

เนื่องจากผมเป็นมือใหม่ในการเขียนบันทึก จึงอาจเขียนไม่ลื่นไหล ไม่น่าติดตาม

แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าชีวิตได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกอย่างก็แล้วกัน

อย่างน้อยผมก็สนุกกับชีวิตมากขึ้น เมื่อได้บันทึกอะไรไว้ให้ตัวเองอ่านตอนแก่กว่านี้

 

และผมก็ยินดีรับคำแนะนำ ติชม วิพากษ์วิจารณ์จากผู้ชม ผู้อ่านทุกท่านนะครับ

ถึงแม้ชีวิตจริงผมจะแก่กว่าท่าน แต่ถ้าท่านกรุณาแนะนำ ผมก็ยินดีรับฟัง เรียนรู้แลกเปลี่ยนกับท่านเสมอ

จะได้ลดความ"อหังการ"ของตัวเองลงมั่ง

 

เอ่อ เขียนแล้วสบายใจ ดีขึ้นจริงๆนะครับ เดี่ยวผมอ่านหนังสืออีกสัก 15-20 นาทีแล้วไปนอนดีกว่า

หวังว่าท่านคงนอนหลับฝันดีทุกท่านนะครับ สวัสดีครับ