องค์การอาหารและยาของสหรัฐออกคำเตือน การใช้ยาลดกรด PPI ระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุน..แม้หลักฐานยังเป็นที่ถกเถียง แต่ข้อเตือนใจหนึ่ง คือ ผู้สูงอายุ ควรทราบเหตุผลการทานยาแต่ละชนิด เพราะมากยาก็มากความคะ

 หลายท่านอาจคุ้นเคยดีกับ ยาลดกรดที่เม็ดแคปซูล เป็นแผง

ยี่ห้อที่มีการจ่ายบ่อยที่สุดในบ้านเรา น่าจะเป็น "Miracid®" (ชื่อสามัญ Omeprazole)
เนื่องจากอยู่ในบัญชียาหลัก
ยา Omeprazole ออกฤทธิ์ผ่านกลไก Proton Pump Inhibitor (PPI)
ยาที่ออกฤทธิ์ผ่านกลไก PPI นี้ ยังมีอีกหลายตัว ซึ่งจะลงท้ายด้วย -prazole คะ
ยาที่ใช้บ่อยพอควร อีกกลุ่มที่ผ่านกลไก Histamine-2 inhibitor คือ Ranitidine®
ซึ่งมีฤทธิื์ลดกรดน้อยกว่า

ยา PPI จัดเป็นยาที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยดี
นอกจากการให้ เมื่อมีอาการกระเพาะอาหารแล้ว
ยังนิยมให้ควบคู่กับยาที่ 'เสี่ยง' ต่อการกัดกระเพาะ
อย่าง ยา NSAIDs (เช่น Diclofenac) และ Aspirin

ปัจจุบัน การใช้ยา PPI ต่อเนื่องยาวนาน แบบเดียวกับยาความดัน เบาหวาน พบมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งเจตนา คือ ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือด ที่ทานยา Aspirin
(ผู้ป่วยมักเรียก Aspirin ว่ายาละลายลิ่มเลือด ซึ่งจริงๆ มันไม่มีฤทธิ์ 'ละลาย' แต่มีฤทธิ์ 'ป้องกัน' ลิ่มเลือดคะ)

และไม่เจตนา
เช่น ผู้เขียน เคยพบผู้สูงอายุทานยา PPI โดยตัวผู้ป่วยเองไม่ทราบว่าทานเพื่ออะไร
เมื่อแพทย์สั่งให้ทาน ก็ทานตามนั้น และซื้อยาทานเองต่อไปเรื่อยๆ
ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยรายหนึ่งปวดเข่า แพทย์สั่ง Diclofenac พร้อมกับ Miracid (เพื่อป้องกันแผลในกระเพาะอาหาร)
หลังจากหายปวดเข่า ผู้ป่วยหยุด Diclofenac เพราะจำแม่นว่าเป็นยาแก้ปวด
แต่ยังคงทาน Miracid ต่อเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเป็นยาป้องกันปวดเข่า

 

 

 

ภาพ: ยา Omeprazole ที่เราคุ้นเคยกันดี

คำถามที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ การทานยา Omeprazole ติดต่อกันนานๆ มีผลเสียหรือไม่?

เร็วๆ นี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐออกคำเตือน การใช้ยาลดกรด PPI ระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุน

 ภาพ: ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ งานประชุมวิชาการสมาคมประสาทวิทยา 4-7 มีนาคม 2557

โดยหลักฐานสำคัญมาจากการติดตาม ผู้ป่วยชาวแคนาดาจำนวนมาก (1)
พบว่าผู้ที่ทานยา Omeprazole มีอัตราการเกิดโรคกระดูกพรุนสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ทาน ประมาณ 1.4 เท่า 
หรือแปลอีกอย่างว่า ถ้า โอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนที่ข้อมือ ในหญิงอายุ 75 ปีทั่วๆ ไป คือ 1 ใน 100
ถ้าหญิงคนนี้ ทานยา Omeprazole ต่อเนื่องยาวนาน โอกาสเกิดกระดูกพรุนที่ข้อมือก็เพิ่มเป็น 1.4 ใน 100
สำหรับ กลไกที่ PPI ทำให้เกิดกระดูกพรุนยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่า เกิดจากลดการดูดซึม Calcium จากอาหาร

อย่างไรก็ตามมีหลักฐานขัดแย้ง ว่า PPI ไม่มีผลต่อมวลกระดูก (2)
แต่หลักฐานนี้ เป็นการดูแลข้อมูลย้อนหลัง ความน่าเชื่อถือจึงเป็นรอง 

จาก http://www.iofbonehealth.org/epidemiology

ภาพโอกาสเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุนในประชากรทั่วไป จาก http://www.iofbonehealth.org/epidemiology

 

ความเห็นข้าพเจ้าต่อข้อมูลนี้..
เมื่อดูตัวเลขความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อาจไม่มากมายนัก
นอกจากนี้ เหตุที่ PPI เพิ่มกระดูกพรุน ก็อาจป้องกันได้ด้วยการทาน Calcium เพิ่ม
(อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่า การทาน Calcium เสริม 'อาจ' เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจอีก..มีนๆๆ)
โดยสรุป
แม้หลักฐานยังเป็นที่ถกเถียง แต่ข้อเตือนใจหนึ่ง คือ
ผู้สูงอายุ ควรทราบเหตุผลการทานยาแต่ละชนิด เพราะมากยาก็มากความคะ 

 

แหล่งอ้างอิง

1) The effect of proton pump inhibitors on fracture risk: report from the Canadian Multicenter Osteoporosis Study.Osteoporosis International.2013; 1161-1168

2) The relationship between proton pump inhibitor use and longitudinal change in bone mineral density: a population-based study [corrected] from the Canadian Multicentre Osteoporosis Study (CaMos) Am J Gastroenterol:1361-9