เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพได้ด้วยการอุ้มชู ปกป้องจาก ผู้ใหญ่ที่มีความผูกพัน

กมลพร(นามสมมติ) เด็กหญิงอายุ ๖เดือน

แต่ขณะนี้ตัวเท่าเด็กแรกเกิดเพราะน้องเกิดก่อนกำหนดนอนในตู้อบอยู่๔เดือน

พ่อทำงานในตัวเมือง

แม่เลิกกับพ่อและจากไปตั้งแต่น้องยังอยู่ในตู้อบ

วันนี้กมลพร มาหาหมอด้วยอาการปอดบวม

ย่าพามาหาในวันแรกและปฏิเสธคำแนะนำให้นอนโรงพยาบาล

เพราะมีภาระต้องเฝ้าปู่อีกคนที่นอนโรงพยาบาลในตัวเมืองก่อนหน้านี้ด้วยโรคเส้นเลือดสมอง

คุณหมอรู้ว่าอาการน้องหนักหนาไม่น้อยแต่พยายามให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก

ด้วยการพ่นยา ให้ยากินที่ดีที่สุดที่จะเป็นได้และนัดดูอาการทุกวัน

 

วันที่๒ ป้าพามาส่งพ่นยา

เพราะย่าไปเฝ้าปู่ ‘หมอพอเข้าใจ’ อาการดูเหมือนดีขึ้น

วันที่๓อามาส่งเพราะป้าไม่ว่างต้องผลัดกันเลี้ยง

ถามอาการ ถามการใช้ยาไม่ได้ความเพราะป้าเป็นคนดูให้

หมอเริ่มลังเลใจว่าแผนการรักษาเป็นผู้ป่วยนอกนั้นจะรักษาน้องได้จริง

 

วันที่๔อามาพร้อม ลูกชายป้าที่อุ้มน้องมาอย่างเก้งก้าง ...ยังถามข้อมูลไม่ได้เช่นเคย

อาการน้องยังไม่ดีขึ้นหมอแน่ใจแล้วล่ะนะว่ารักษาเป็นผู้ป่วยนอกไม่น่าจะพอ

“หมอขอให้ส่งน้องไปนอนโรงพยาบาลนะครับ”

อาขอไปรักษาโรงพยาบาลจังหวัดที่เดียวกับปู่เพื่อย่าจะได้เฝ้าสะดวก

 

๓วันผ่านไปกมลพรมานอนที่รพ.ประจำอำเภอ

หลังจากที่คุณพ่อเลี่ยงความยุ่งยากที่รพ.จังหวัดพาไปรักษาที่รพ.เอกชน

และในที่สุดสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว

ระหว่างนอนโรงพยาบาลวันแรกพยาบาลเวรเดียวก็พบกับญาติไม่ซ้ำหน้า

และไม่รู้ว่าควรจะสอนการดูแลให้ใคร

หมอกับพยาบาลนั่งลงปรับทุกข์กันเรื่องความยุ่งยากในการดูแลรักษาผู้ป่วยรายนี้

วิธีการหลายๆอย่างที่ช่วยกันคิดมาใหม่ให้สามารถดูแลน้องได้และเข้ากับระบบญาติหมุนเวียน

 

การรักษาเนิ่นนานกว่าผู้ป่วยแบบเดียวกันนี้รายอื่นๆ

เวลาอีกหลายปี กว่าเด็กคนนี้จะเติบโตจนพึ่งตนเองได้

คุณย่า ร่มโพธิ์คนสุดท้ายก็แก่ชราลงทุกวัน

วันข้างหน้าเป็นอย่างไรดูมืดมน

 

ปัจจัยที่ขาดหายไปคงเป็นเรื่องความรักความผูกพันของ พ่อ แม่

ที่จะอุ้มชูให้เด็กสักคนเติบโตอย่างมีคุณภาพได้

ขอบคุณภาพประกอบจาก 123 rf.net ,ok.gov